โอลิมปิกโตเกียว 2020 จัดการแข่งขันเพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืน

การแข่งขันโอลิมปิก 2020 ที่จบไปนั้นเป็นการแข่งขันที่ทางเจ้าภาพเล็งเห็นถึงการจัดการแข่งขันบนหลักของ SDGs ซึ่งเป็นความยั่งยืนเพื่อครอบคลุมทั้งด้านปัจจัยและเศรษฐกิจ โดยที่ การจัดการแข่งขันโอลิมปิก 2020 นั้นถูกเลื่อนออกมาในปี 2021
โอลิมปิกโตเกียว2020

การแข่งขันโอลิมปิก 2020 ที่จบไปนั้นเป็นการแข่งขันที่ทางเจ้าภาพเล็งเห็นถึงการจัดการแข่งขันบนหลักของ SDGs ซึ่งเป็นความยั่งยืนเพื่อครอบคลุมทั้งด้านปัจจัยและเศรษฐกิจ โดยที่ การจัดการแข่งขันโอลิมปิก 2020 นั้นถูกเลื่อนออกมาในปี 2021 แต่ยังคงใช้ชื่อเดิมว่า การแข่งขันโอลิมปิก 2020 เพื่อเป็นการบ่งบอกว่าจริงๆแล้วถ้าไม่เกิดโรคระบาดเกิดขึ้นเราจะใช้ชีวิตใน การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2020 ได้อย่างปกตินั่นเอง โดยโอลิมปิกในครั้งนี้นั้นนอกจากจะมีความสำคัญเพื่อทำให้เกิดความรักและความสามัคคี ความมีน้ำใจนักกีฬา ของแวดวงกีฬาทีมชาติแต่ละทีมชาติแล้วนั้นทางประเทศญี่ปุ่นผู้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันนั้นยังเล็งเห็นถึงการแข่งขันโอลิมปิกที่ยั่งยืน ตรงคอนเซ็ปของเจ้าภาพว่า Be better together for the planet the people ดีขึ้นด้วยกัน เพื่อโลกและเพื่อผู้คน ซึ่งตรงกับสถานการณ์โรคระบาดตอนนี้เป็นอย่างมาก เพราะในช่วงเวลาที่เกิดโรคระบาดหนักมีผู้คนล้มตายเพราะโรคนี้กันเยอะมากทำให้เจ้าภาพได้เล็งเห็นถึงคอนเซ็ปนี้ขึ้นมานั่นเอง และยังส่งต่อให้กับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และพาราลิมปิกในอนาคต จนไปถึงการแข่งขันกีฬาต่างๆทั่วประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

5 หัวข้อหลักของการแข่งขันโอลิมปิกพลังบวกตามแนวคิดของเจ้าภาพ

เหรียญรางวัลการแข่งขันโอลิมปิก 2020
  1. การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ โดยที่ประเทศญี่ปุ่นตั้งเป้าที่จะลดก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ และหันมาใช้พลังงานหมุนเวียน 100% และใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในการจักการแข่งขันอำนวยความสะดวกให้แก่นักกีฬา เพื่อลดก๊าซคาบอนไดอ็อกไซด์ให้ได้มากที่สุดนั่นเอง
  2. การจัดการทรัพยากร โดยใช้หลัก 3 Rs reduce reuse recycle โดยที่คอนเซ็ปนี้เป็นความมุ่งสู่ ขยะที่เป็นศูนย์ โดยทางเจ้าภาพเลือกที่จะใช้วัสดุที่หมุนเวียน และใช้แล้วนำกลับมาใช้ซ้ำนั่นเอง โดยที่มีให้เห็นกันนั่นก็คือเหรียญที่ทำจากเศษวัสดุจากโทรศัพท์และอิเล็กทรอนิกต่างๆ หรือแม้แต่เตียงที่ทำจากกระดาษรีไซเคิ้ลนั่นเอง
  3. ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ทางประเทศญี่ปุ่นได้เล็งเห็นถึงการตัดไม้ทำลายป่า เพราะไม่อยากให้การตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มมากขึ้น โดยที่ลดการตัดไม้ที่ใช้มาเป็นวัสดุในการแข่งขันโอลิมปิก และรวมถึงการจัดระเบียบการซื้อวัตถุดิบอาหารต้องมาจากแหล่งที่ทางผู้จัดจัดซื้อมาเท่านั้น เพื่อลดทรัพยากรธรรมชาติ และเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี
  4. สิทธิความเท่าเทียมของแรงงาน ซึ่งประเทศญี่ปุ่นต้องใช้แรงงานจำนวนมากเพื่อช่วยเหลือในเรื่องของการแข่งขันโอลิมปิก โดยที่ประเทศญี่ปุ่นจะเล็งเห็นถึงสิทธิความเท่าเทียมกันโดยที่เปิดโอกาศให้ทั้งเพศชายและเพศหญิงเป็น อาสาสมัครในการทำงานในการแข่งขันโอลิมปิก โดยต้องใช้ผู้คนถึง 8 หมื่นกว่าคน โดยที่อายุเฉลี่ยแล้วในอาสาสมัครนั้นอยู่ที่ 10 – 80 ปี นั่นเอง
  5. สร้างความร่วมมือการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย เพราะในเมื่อประเทศญี่ปุ่นได้ถูกเลือกเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกในปี 2020 แล้วนั้น ทางประเทศญี่ปุ่นก็ได้ขอความร่วมมือร่วมใจกับคนญี่ปุ่นในกรุงโตเกี่ยวที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี ให้แก่นักกีฬาและทีมงานของแต่ละประเทศที่เข้ามาแข่งขันในโตเกียวโอลิมปิกในครั้งนี้ ให้เขากลับไปด้วยรอยยิ้มและความสุขที่ได้เข้าร่วมแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิก 2020 นั่นเอง
การแข่งขันโอลิมปิก 2020

และถึงแม้ว่า โอลิมปิกในปี 2020 ได้จบลงไปแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาแต่ภาพความประทับใจต่างๆ ของการเป็นประเทศญี่ปุ่นนั้น ก็ยังคงงดงามและเป็นที่หน้าจดจำสำหรับนักกีฬาเสมอ แม้ว่าจะอยู่ในช่วงของโรคระบาดก็ตามแต่อย่างไรแล้วนั้น การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกก็จัดขึ้นและจบลงอย่างสวยงามที่สุดแล้วนั่นเอง

สุดแสนประทับใจโตเกียวโอลิมปิกในช่วงโควิด 19 ระบาด

โตเกียวโอลิมปิก2020

ตเกียวโอลิมปิก ที่พึ่งจบลงไปนั้นเป็นการแข่งขันกีฬาที่บอกได้เลยว่าไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนและอาจจะเป็นโอลิมปิกครั้งแรกในโลกที่แทบจะไม่มีผู้ชมในสนามทั้งพิธีเปิดและพิธีปิดการแข่งขัน แถมการแข่งขันกีฬาแต่ละชนิดยังต้องจำกัดให้เพียงนักกีฬาและพี่เลี้ยงได้เพียง 1 คนเท่านั้น เนื่องด้วยโรคระบาดที่ระบาดหนักอยู่ทั่วโลกในตอนนี้ทำให้การจัด การแข่งขันโตเกียวโอลิมปิก ที่ผ่านมาต้องถูกเลื่อนออกมายาวนานถึง 1 ปี และสามารถจัดขึ้นได้ก็ต้องเคร่งครัดในเรื่องของการแข่งขันต่างๆ และยังเคร่งครัดเรื่องการฉีดวัคซีนของนักกีฬาทุกคน และเคร่งครัดในเรื่องของการกินอยู่ในหมู่บ้านนักกีฬา ที่นักกีฬาทุกคนต้องปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดและห้ามขาดตกบกพร่อง เพราะข้อเสียของการติดเชื้อของโควิด 19 จะส่งผลให้นักกีฬาไม่สามารถที่จะแข่งขันต่อไปโดนตัดสิทธิแพ้ไปทันที แต่ตลอดการแข่งขันโอลิมปิก ณ กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นนั้น มีเหตุการณ์ที่หน้าประทับใจหลายอย่างที่ทำให้นักกีฬาโอลิมปิกที่เข้าแข่งขันในครั้งนี้เกิดความประทับใจในการจัดการแข่งขันของประเทศเจ้าภาพและอยู่ในช่วงโควิด 19 นั่นเอง

ความสำเร็จของนักกีฬาที่อายุน้อย

เชื่อหรือไม่ว่าเด็กอายุเพียง 13 ปีในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เธอสามารถชนะการแข่งขันและคว้าเหรีญทองในการแข่งขันสเก็ตบอร์ด บอกได้เลยว่าเป็นนักกีฬาเหรียญทองใหม่ที่พึ่งถูกบรรจุลงในกีฬาโตเกียวโอลิมปิกและยังเป็นนักกีฬาที่คว้าเหรียญทองที่อายุน้อยที่สุดในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเลยด้วย และคนที่ 2 เป็นนักกีฬาชาวบราซิล ที่อายุเพียง 13 ปีแต่คว้าเหรียญเงินให้กับประเทศบราซิล และเป็นผู้ที่ได้คว้าเหรียญที่อายุน้อยที่สุดของประเทศบราชิลเช่นเดียวกัน และนักกีฬาจากสหณรัฐประชาชนจีน อายุเพียง 14 ปี ที่ทำคะแนนเต็มของกระโดดน้ำ ในประเภทแพลตฟอร์ม 10 เมตร และได้เหรีญทองไปครองในที่สุด

จักยานคันเล็กลูกเล่นเพียบ

การแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิกมีกีฬาเอ็กซ์ตรีมมากมาย โดยรายการการแข่งขันจักยาน BMX ฟรีสไตล์ ก็เป็น 1 ในการแข่งขันใหม่ในครั้งนี้ และเป็นการแข่งขันกีฬายอดนิยมที่บอกได้เลยว่าสามารถดึงดูดผู้ชมเข้ามาดูได้ในลานการแข่งขันกว้างๆได้มากมายหลายหมื่นคน ถึงแม้ว่าจะมีกฎในการห้ามเข้าชมอยู่นั้นแต่ด้วยการแข่งขันที่เป็นลานกว้างาก็ยังพอที่จะอลุ่มอล่วยกันได้นิดหน่อย โยที่นักกีฬา ทีมจากเกรตบริเตน ที่ทำการแข่งขันด้วยหน้าตาที่ดึงดูดผู้ชมเข้ามาชมแล้ว ยังมีลูกเล่นที่เหนือธรรมชิอย่างมากโดยที่ เขาสามารถหมุนตีลังกา 360 องศา และท่าจบที่สวยงามและ คว้าเหรียญทองโอลิมปิกในการแข่งงขันจักยานบีเอ็มเอ็กซ์ ได้สำเร็จในครั้งนี้เป็นท่าที่โดดเด่นและหวาดเสียวทีสุดแต่นักกีฬาชาวเกรตบริเตน ก็ได้คะแนจากกรรมการไปได้ถึง 97.5 คะแนนนั่นเอง

ครองเหรียญร่วมกันอย่างภาคภูมิใจ

นักกีฬากระโดดสูง รอบชิงชนะเลิศที่จบลงด้วยการครองเหรียญร่วมกันกับคู่แข่ง โดยที่การแข่งขันกระโดดสูงที่เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศนั้น แข่งขันกันมายาวนานมากๆ และนักกีฬา 2 ท่านที่เป็นคู่แข่งกันไม่มีใครที่จะเอาชนะกันได้เลย โดยที่ทำสถิติสูงสุดอยู่ที่ 2.37 เมตร แต่นักกีฬาทั้งสองมีโอกาสแข่งขันต่อเพื่อหาผู้ชนะแต่เขาเลือกที่จะ ครองเหรียญทองร่วมกันเพราะว่าอาจจะเป็นการบาดเจ็บระยะยาว หรือไม่ก็มีคนใดคนนึงบาดเจ็บ ทำให้เขาขอคุยกับกรรมการการแข่งขันว่าสามารถครองเหรียญร่วมกันได้หรือไม่ ซึ่งกรรมการตอบตกลงจึงเป็นครั้งแรกในโลกที่นักกีฬาครองเหรียญทองร่วมกันนั่นเอง

ซึ่งเรื่องราวที่หน้าประทับใจของ การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ยังมีเรื่องราวที่หน้าประทับใจอยู่อีกมากมายนี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆน้อยๆที่แอดมินยกมาเพื่อสร้างความประทับใจเล็กๆน้อยๆเก็บไว้ให้ทุกท่านได้อมยิ้มไปกับการอ่าน และยังลดความเครียดกับการระบาดหนักของโรคระบาด โควิด 19 ในครั้งนี้ได้แน่นอน

บีบอยถูกบรรจุในปารีสโอลิมปิก 2024

เบรกแดนซิ่ง

คณะกรรมการ ฝ่ายจัดการแข่งขันโอลิมปิกในปี 2024 หรือเรียกว่าปารีสโอลิมปิก ที่เจ้าภาพคือตัวแทนจากประเทศฝรั่งเศส ได้ให้การคัดเลือกกีฬาใหม่บรรจุลงในปารีสโอลิมปิก ชึ่งมีชื่อว่า เบรกแดนซิ่ง ซึ่งชาวไทยรู้จักกันดีในชื่อที่เรียกว่าการเต้นบีบอย หรือ บีเกิร์ลส์ ซึ่งในประเทศฝรั่งเศสเป็นกีฬาที่ยอดฮิตมากที่สุดเลยก็ว่าได้ และทำให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันยอมที่จะยินดีนำกีฬาเบรกแดนซึ่งเข้าสู่กีฬาแห่งชาติอย่างเป็นทางการ ซึ่งอย่างที่กล่าวไปนั้นว่า กีฬาเบรกแดนซิ่งเป็นกีฬาที่ยอดนิยมในประเทศฝรั่งเศษ เป็นอย่างมาก จะเป็นการเต้นที่ต่อสู้กันโดยโชว์ความสามารถในการยกตัว ใช้มือ ใช้เท้าในการแข่งขัน พร้อมเพลงประกอบที่สุดมันส์ ทำให้ฮิตในหมู่วัยรุ่น ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน เป็นยุคสตรีทที่ฮิตเต้นบีบอยโชว์ความสามารถให้ผู้ที่เข้ามาดูได้รู้ถึงความสามารถของผู้เต้นนั่นเอง ซึ่งในปี 2024 จะเป็นแห่งแรกในโลกที่มีการ จัดการแข่งขันเบรกแดนซิ่งในกีฬาโอลิมปิก เพราะเชื่อเลยว่ามีผู้สนใจมากกว่า 1 ล้านคนในประเทศฝรั่งเศสที่ชื่นชอบและให้ความสนใจกับกีฬาชนิดนี้นั่นเอง

แข่งขัน Breaking

กีฬาแบรกแดนซิ่งปารีสโอลิมปิก

ซึ่งการแข่งขันเบรกแดนซิ่งจะจัดถึงอย่างเป็นทางการในปี 2024 ในกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศสภายใต้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพโดยที่การแข่งขันนั้นจะถูกแบ่งเป็นการแข่งขันประเภท บีบอย และ บีเกิร์ลส์ โดยที่การตัดสินและการแข่งขันนั้นจะให้ทั้ง 16 บีบอย และ 16 บีเกิร์ลส์ ออกมาประชัดการเต้นที่ทรงพลังของพวกเขาและเป็นการเต้นที่สร้างสรรค์ โดยจะมีท่าบังคับที่คณะกรรมการบังคับอยู่ในการเต้นนั้นๆ เช่น Windmills the 6 – Step สุดท้ายคือ Freezes ซึ่งเป็นท่าที่คณะกรรมการผู้ให้คะแนนเป็นผู้ตัดสินนั่นเอง ซึ่งผู้จัดได้เลือกสถานที่จัดการแข่งขัน เบรกแดนซิ่ง ในโอลิมปิก2024 โดยใช้ลาน La Concorde ซึ่งเป็นลานจัตุรัสกลางกรุงปารีส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนผ่านของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งจะจัดฉากในการแข่งขันในวันจริงที่สวยงามและอลังการมากๆอย่างแน่นอน พร้อมแสดงความยิ่งใหญ่ให้กับกีฬาเบรกแดนซิ่ง เพราะเป็นประวัติศาสตร์ของกรุงปารีสในปี 2024 ที่มีการจัดการแข่งขันการเต้นบีบอยและบีเกิร์ลส์ครั้งแรกในกรุงปารีสนั่นเอง ซึ่งถือได้ว่าในประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ชื่นชอบกีฬานี้โดยตรงอยู่แล้วทำให้เกิดความสนใจกับชาวฝรั่งเศสทั่วทั้งประเทศอย่างแน่นอนซึ่งการแข่งขันกีฬาชนิดนี้ ประเทศไทยก็เคยไปสร้างชื่อเสียงให้กับชาวต่างชาติได้รู้จักกับเบรกแดนซิ่งประเทศไทยเช่นเดียวกัน

การแข่งขันบีบอย

ซึ่งในปี 2024 ใน การจัดการแข่งขันกีฬาเบรกแดนซิ่ง นั้นชาวไทยคนหนึ่งก็อยากใฝ่ฝันให้มีบีบอยและบีเกิร์ลส์ในการแข่งขันในกีฬาชนิดนี้ด้วยเพราะยังมีเวลาในการซ้อมและการคัดเลือกตัวแทนของการแข่งขันอีกหลายปี ซึ่งเชื่อว่าการแข่งขันกีฬาชนิดนี้จะมีชื่อผู้ร่วมเข้าการแข่งขัน ปารีสโอลิมปิก 2024 ในชื่อไทยแลนด์อย่างแน่นอน เพราะประเทศไทยก็คงยังไม่แพ้ชาติใด แถมการเต้นเบรกแดนซิ่งยังเป็นกีฬาที่ถูกบรรจุใหม่ คงยังไม่มีการแข่งขันที่เข้มงวดมากๆ อย่างแน่นอน แหละชาวไทยอย่างเราคงมีความหวังว่าจะได้ชิงเหรีญทองของกีฬาชนิดนี้กลับมาประเทศไทยอย่างสวยงามนั่นเอง

5 ใน 10 สิ่งที่ควรรู้ในโตเกียวโอลิมปิก

โตเกียวโอลิมปิก 2020
เหรียญจากขยะรีไซด์เคิล

หลังจากเมื่อวานนี้ได้เกิ่นถึงเรื่องราวของ 10 สิ่งที่ควรรู้ในการแข่งขันโอลิมปิก ไปแล้วนั้น ก็มีสิ่งที่ควรรู้หลายสิ่งที่เราที่เป็นแฟนคลับของโอลิมปิกหรือเป็นแฟนคลับของนักกีฬาทีมชาติไทย หรือแม้แต่เจ้าภาพอย่างประเทศญี่ปุ่นที่เป็นประเทศที่ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งญี่ปุ่นเองก็เป็นประเทศที่ถือว่าได้รับหน้าที่เป็นประเทศเจ้าภาพที่หน้าประทับใจมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะถึงแม้ว่าเขานั้นจะขาดรายได้ของการขายตั๋วเข้าชม เพราะด้วยสถานการณ์โควิดที่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน ทำให้การจัดการแข่งขันโอลิมปิกปี 2020 ไม่สามารถมีผู้เข้าชมได้มีเพียงแต่นักกีฬาและตัวแทนของทีมชาติและโค๊ชเท่านั้นที่จะสามารถเข้าอยู่ในสนามในกีฬานั้นๆได้ แต่ในพิธีเปิด ถึงแม้ว่าบนอัฒจันทร์จะไม่มีผู้นั่งดูการแสดงพิธีเปิดเลยก็ตามแต่ความประทับใจของประเทศญี่ปุ่นนั้น เขานำหมีมาวางเป็นสัญลักษณ์แทนคนและเว้นระยะห่าง ตามมาตรการขององการอนามัยโลกอย่างเคร่งครัดนั่นเอง และต่อมาเป็น 5 สิ่ง ที่เหลือใน 10 สิ่งที่ควรรู้ในโตเกียวโอลิมปิก 2020

6. จำนวนผู้ร่วมการแข่งขันและผู้ชม ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ โรคระบาดโควิด 19 ที่ทำให้การแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกได้เลื่อน ออกไปถึง 1 ปี และด้วยมาตรการของประเทศญี่ปุ่นในการแข่งขันโอลิมปิกนั้น จึงจะไม่มีผู้ชมในสนามและให้มีเพียงผู้แข่งขัน เจ้าหน้าที่ในสนามการแข่งขันเพียง 1 คน เพื่อเว้นและรักษาระยะห่าง และเพื่อควบคุมและป้องกันโรคระบาดนั่นเอง

7. ผู้เข้าแข่งขันที่อายุน้อยและอายุมากที่สุดในการเข้าแข่งขัน โอลิมปิก 2020 เป็นอีก1เรื่องราวที่หน้าสนใจสำหรับผู้ที่เข้ามาทำการแข่งขันที่มีอายุน้อยที่สุดและมีอายุมากที่สุด  ซึ่งนักกีฬาที่อายุน้อยที่สุดมาจากประเทศซีเรีย ที่มีอายุเพียง 11 ปี ซึ่งเขามาแข่งขันกีฬาเทนนิส ส่วนผู้เล่นที่มีอายุมากที่สุด มาแข่งขันกีฬาเทเบิ้ลเทนนิส จากประเทศจีน ซึ่งมีอายุ 57 ปี นั่นเอง ถือว่าเป็นผู้แข่งขันที่มีอายุน้อยร้อยความสามารถและอายุมากแต่ไม่ยอมแก่กันเลยที่เดียว

8. เหรียญโอลิมปิกที่ผลิตมาจากขยะรีไซเคิล เรื่องของเหรียญโอลิมปิกที่มีคนต่างก็พูดถึงกันทั่วโลก เพราะเหรียญรางวัลของงานโตเกียวโอลิมปิกนั้น ทำจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเช่นพวกเศษจากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือนั่นเอง โดยมาจากที่คนในประเทศญี่ปุ่นบริจาคให้นั่นเอง ทำให้เหรียญรางวัลของโตเกียวโอลิมปิก นั้นเป็นเหรียญที่อยู่ภายใต้คอนเซ็ปรักษ์โลก ซึ่งเหรียญรางวัลทั้งหมดนี้จัดทำขึ้นถึง 2500 เหรียญ ออกแบบโดยนักออกแบบชาวญี่ปุ่นและด้านหลังของเหรียญเป็นรูปของเทพีแห่งชัยชนะ และการบรรจุใส่กล่องเพื่อเป็นกล่องเก็บเหรีญรางวัลนั่นเอง

9. มาสคอสในการแข่งขัน ซึ่งการแข่งขันโอลิมปิกทุกฤดูกาลจะต้องมีมาสคอสประจำทุกการแข่งขัน ซึ่งในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน มาสคอสของโตเกียวโอลิมปิกเกิดขึ้นเพราะการโหวตของนักเรียนระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนญี่ปุ่นโดยที่ใช้มาสคอสในการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกในครั้งนี้มีชื่อว่า มิระโทวะ ที่แปลว่า อนาคตที่สดใสชั่วนิรันดร์ ซึ่งมาสคอสตัวนี้จะทำให้ผู้ที่เข้าแข่งขันทุกคนเต็มไปด้วยความหวังแห่งอนาคต

10. นักกีฬาไทยที่เข้าร่วมการแข่งขัน ทัพนักกีฬาไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันมีทั้งหมด 42 คน และมี 14 กีฬา ซึ่งทั้งหมดของการแข่งขั้นนั้น มีคนไทยที่ได้เหรียญทองจากการแข่งขันแล้ว 1 คน นั่นกะคือ น้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโด อันดับ 1 ในรุ่นน้ำหนัก 49 กิโลกรัม และเหรียญทองแดงคือน้องแต้ว สุดาพร นักชกมวยสากลสมัครเล่น ที่ได้เหรีญทองแดงกลับมาประเทศไทย โดยที่ประเทศไทยได้เหรียญในการแข่งขันทั้งหมด 2 เหรียญ จากทั้งสองกีฬานี้

และนี่เป็น 10 สิ่งที่ควรรู้ในการแข่งขันโอลิมปิก 2020 เนื่องด้วยสถานการณ์ต่างๆรอบโลกทำให้การเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวต้องทันและสมดุลกันมากที่สุดดังนั้นเจ้าภาพก็ได้เรื่องราวได้อย่างเสียอย่างกันไปตามความเหมาะสมนั่นเอง ถึงอย่างไรก็ตามโตเกียวโอลิมปิกได้จบลงไปแล้ว แต่ภาพความประทับใจของทัพนักกีฬาต่อเจ้าภาพก็ถือว่ายังคงตราตรึงในหัวใจอยู่เสมออย่างแน่นอน

10 สิ่งที่ควรรู้ในเรื่องของโอลิมปิก 2020

โตเกียวโอลิมปิก 2020
พิธีเปิดโอลิมปิก2020

กิจกรรมต่างๆที่ทุกคนให้ความสนใจและติดตามมากที่สุดคงหนีไม่พ้นกีฬาโอลิมปิก ซึ่งการจัดงานโอลิมปิกนั้น จะจัดขึ้น 4 ปีครั้งหนึ่ง และทุกคนทั่วโลกต่างก็รอลุ้นถึงเรื่องของเหรียญทองโอลิมปิกที่นักกีฬาคนใดจะได้รับ และการเชียร์กีฬาที่ชื่นชอบของ ทัพนักกีฬาไทย หรือแม้แต้กีฬาที่ชื่อชอบกับนักกีฬาที่ทุกคนชื่นชอบอยู่แล้วนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับทั่วโลกที่ชอบนักกีฬาไทย ที่แฟนคลับชาวไทยที่ชื่นชอบนักกีฬาชาวต่างชาติ ซึ่งก็มีลุ้นมีหวังกันในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ ซึ่งถ้าไทยได้ลงแข่งขันก็ต้องเชียร์คนไทยได้ชิงเหรียญทองอย่างแน่นอน เพราะ เอาเหรียญกลับมาประเทศไทยและมาเป็นผลงานของทัพนักกีฬาไทย ที่สามารถคว้าเหรียญทองในโตเกียวโอลิมปิกนั่นเอง

10 สิ่งหน้าสนใจในกีฬาโอลิมปิก 2020

พิกโตแกรมโอลิมปิก2020
  1. รู้หรือไม่ว่าโตเกียวโอลิมปิกจัดขึ้นในปี 2021 แต่ขอใช้ชื่อว่า โอลิมปิก 2020 เพราะว่าจริงๆแล้วการแข่งขันโอลิมปิกจัดขึ้นเมื่อปี 2020 แต่ด้วยสถานการณ์โรคระบาดและถูกเลื่อนออกมาถึง 1 ปี จนทำให้ต้องเลื่อนมาถึงปี 2021 แต่อย่างไรก็ตามประเทศญี่ปุ่นก็ยังคงชื่อของ โตเกียวโอลิมปิก 2020 เพราะยังคงคอนเซ็ปเดิมอยู่ทำให้ใช้ชื่อ Tokyo 2020 Olympic นั่นเอง
  2. กำหนดการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ซึ่งพิธีเปิดโอลิมปิกอย่างเป็นทางการได้จัดขึ้นที่สนามกีฬาแห่งชาติกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งการแข่งขันจัดถึงวันที่ 8 สิงหาคม โดยจัดงานรวมแล้วใช้เวลาจัดการแข่งขันเพียงแค่ 17 วันเท่านั้น โดยที่การแข่งขันส่วนใหญ่จะอยู่ภายในหมู่บ้านนักกีฬาในกรุงโตเกียวเท่านั้น
  3. พิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ซึ่งมีภายใต้ชื่อการเปิดการแข่งขัน การรวมใจเป็นหนึ่งเดียวของมวลมนุษย์ชาติ ซึ่งตรงคอนเซ็ปของการแข่งขันในการรวมตัวกันของนักกีฬาและอีกหลายๆประเทศที่กำลังต่อสู้กับโรคระบาดอย่างโควิด 19 ซึ่งการเปิดงานโอลิมปิก องค์ประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน โดยที่ยึดหลักความเสมอภาค ทำให้นักกีฬาชาย-หญิง ร่วมกันถือธงชาติ หน้าขบวนพาเหรดเดินเข้าสู่สนาม อย่างสง่างาม
  4. 1ในไวรัลที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์มากที่สุดในพิธีเปิด ซึ่งทุกคนที่ได้ดูถ่ายทอดสดในพิธีเปิดโตเกียวโอลิมปิก 2020 ได้เห็นการแสดงโชว์ พิกโตแกรม หรือ สัญลักษณ์แทนตัวหนังสือ ซึ่งเป็นการแสดงในรูปแบบง่ายๆ และเข้าใจได้ง่าย เป็นสัญลักษณ์ของตัวหนังสือในการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ซึ่งแรงบันดาลใจเป็นสัญลักษณ์ที่ดูเรียบง่ายและเข้าใจง่าย
  5. กีฬาที่จัดแข่งขัน โอลิมปิกในครั้งนี้ มีการจัดการแข่งขันกีฬาทั้งหมด 33 ชนิด มีรอบการแข่งขันทั้งหมด 339 รอบ พร้อมกับมีรอบชิงถึง 41 รอบกับกีฬาทั้งหมดรวมกัน และยังมี กีฬาที่ถูกบรรจุใหม่ ถึง 6 กีฬา คือ เซิร์ฟ สเก็ตบอร์ด ปีผา คาราเต้ ซอร์ฟบอล เบสบอล ที่เป็นกีฬาที่ถูดบรรจุใหม่ในโตเกียวโอลิมปิก 2020 ในครั้งนี้อีกด้วย
การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก2020

ซึ่งทั้ง 5 รายการนี้ เป็น 5 อันดับของ 10 สิ่งที่หน้าสนใจใน โตเกียวโอลิมปิก 2020 ในครั้งนี้ และจะมีอีก 5 ลำดับในตอนต่อไปซึ่งสิบสิ่งสำคัญของโอลิมปิกเกมเป็นเพียงแค่การสังเกตจากผู้ที่ดูรายการถ่ายทอดสด ในการแข่งขันและการเชียร์กีฬาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของประเทศญี่ปุ่นที่เป็นประเทศที่ใสใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกของเขานั่นเอง และสิ่งสำคัญของการแข่งขันโอลิมปิกอีก 5 สิ่ง จะมีอะไรต่อไปนั้นเรามาติดตามกันในตอนต่อไปได้เลย

3 กีฬาจาก 6 กีฬาใหม่แกะกล่องในโตเกียวโอลิมปิก 2020

โตเกียวโอลิมปิก
โตเกียวโอลิมปิก 2020

จากบทความในตอนที่แล้วที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องราวของ 6 กีฬาบรรจุใหม่ในโตเกียวโอลิมปิกครั้งแรก 2020 ซึ่งในตอนก่อนหน้านี้เป็นการพูดถึง 3 กีฬาจาก 6 กีฬาที่ถูกบรรจุใหม่ในโตเกียวโอลิมปิก ซึ่งขอเท้าความก่อนว่าการแข่งขันโอลิมปิกนั้นเจ้าภาพสามารถที่จะจัดการเพิ่มเสริมกีฬาความฮิตของกีฬานั้นๆเข้ามาได้ ซึ่งในปัจจุบันมีกีฬาที่เสริมเพิ่มความฮิตขึ้นมามากมาย ตามกาลเวลาแต่ก็จะมีกีฬาที่ให้ความนิยมสูงสุด ถึง 6 กีฬาที่ถูกบรรจุลงในโตเกียวโอลิมปิก 2020 ซึ่งในตอนก่อนหน้านี้ จะมีการพูดถึง 3 กีฬาแรกที่ถูกบรรจุลงในโตเกียวโอลิมปิกไปแล้วนั้น นั่นก็คือ กีฬาสเก็ตบอร์ด กีฬาเซิร์ฟ กีฬาปีนผา นั่นเอง ซึ่งในวันนี้นั้นจะมาพูดถึงกีฬาอีก 3 กีฬา ที่ถูกบรรจุลงในโตเกียวโอลิมปิก สดๆร้อนๆในปีนี้ ซึ่งจะมีกีฬาอะไรบ้างนั้นเรามาติดตามกันได้เลย

คาราเต้

กีฬาคาราเต้

คาราเต้เป็นกีฬาที่เกิดขึ้นที่โอกินาวา ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 1868 ก่อนที่จะได้รับความนิยมและแพร่หลายในปี 1900 และได้รับความนิยมไปทั่วโลกในช่วงของสงครามโลกครั้งที่สองนั่นเอง คาราเต้เป็นศิลปะการต่อสู้ที่เป็นท่าต่อสู้อยู่ในประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น ถือว่าเป็นท่าการต่อสู้ที่อิงประวัติศาสตร์อย่างมากที่ท่าทางมีเรื่องราวของแต่ละท่านั่นเอง และประเทศญี่ปุ่นผู้ที่เป็นต้นกำเนิดของคาราเต้นั้น จึงทำให้คาราเต้าได้รับการบรรจุเข้าสู่การแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิก 2020 ครั้งนี้ครั้งแรก โดยที่การแข่งขันคาราเต้มีด้วยกัน 2 ประเภท คือ 1. คาตะ และ 2. คุมิเต้ ทุกท่านคงสงสัยว่าทั้งสองประเภทนี้คืออะไรบ้างเราขออธิบายให้ฟังแบบง่ายๆ คาตะ คือการแข่งขันด้วยทักษะเทคนิคของคาราเต้โดยที่ให้กรรมการตัดสินด้วยคะแนน คุมิเต้ คือการต่อสู้ที่นักกีฬาต้องเผชิญหน้ากันตัวต่อตัว โดยจะแบ่งเป็นรุ่น ชาย หญิง และน้ำหนักทั้งหมด 3 รุ่น ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นที่สังเวียนต้นกำเนิดเทควันโด Nippon budokan นั่นเอง

เบสบอล

กีฬาเบสบอล

เบสบอลเป็นกีฬาที่ถูกบรรจุขึ้นในกีฬาโอลิมปิกปี 1992 ในกรุงบาเซโลนาประเทศบราซิลไปแล้ว และต่อมากีฬาเบสบอลถูกตัดออกในการแข่งขันโอลิมปิกที่ปักกิ่งในปี 2008 และในปีนี้นั้น เบสบอลได้รับความนิยมสูงในประเทศ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา ซึ่งประเทศญี่ปุ่นถือว่าเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงของกีฬาเบสบอลเป็นอย่างมากที่สุกของโลก Major League Baseball ซึ่งทำให้กีฬาเบสบอลจึงเป็นอีกกีฬาหนึ่งที่ได้เจ้าบรรจุในกีฬาโอลิมปิกในปี 2020 อีกครั้ง โดยที่จะมีเพียง 6 ประเทศที่จะได้เข้าร่วมในการแข่งขันกีฬาชนิดนี้ จะแข่งขันโดยการแบ่งกลุ่มก่อนที่จะผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอ้าท์เพื่อหาผู้ชนะนั่นเอง

ซอฟต์บอล

กีฬาชอฟต์บอล

ซอฟต์บอลก็ยังเคยเป็นกีฬาที่ถูกบรรจุในการแข่งขันโอลิมปิกเช่นเดียวกับเบสบอลเช่นกัน แต่ถูกบรรจุที่แอตแลนตา ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 1996 และถูกปลดออกในปังกิ่งโอลิมปิกในปี 2008 ซึ่งทั้งเบสบอลและซอฟต์บอลได้ถูดเข้าบรรจุขึ้นมาใหม่ในปี 2020 ที่โตเกียวอีกครั้ง เพราะถือว่าเป็นกีฬาที่ยอดนิยมในการชิงเหรียญโดยประเทศที่เข้าแข่งขันเป็น 6 ประเทศ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเรีย ญี่ปุ่น แม็กซิโก และแคนนาดา โดยจะลงแข่งเป็นทัวร์นาเม้น 6 ทีมโดยการแข่งขันซอฟต์บอลนั้น รอบแรกจะแข่งขันกันทั้งหมดทั้ง 6 ทีม และเอาทีมที่ได้อันดับ 1 และอันดับ 2 เข้าแข่งขันชิงแชมป์เหรียญทองนั่นเอง

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกีฬาที่ถูกบรรจุขึ้นใน การแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกซึ่งในปี 2020 มีกีฬาที่หน้าสนใจมากมาย และทำให้เจ้าภาพได้ทำการบรรจุกีฬาที่ประเทศของตนเองมีความนิยมมากที่สุดเพื่อเป็นโอกาสได้ชิงเหรียญทองมากยิ่งขึ้น ซึ่งในกีฬาทั้ง 6 ชนิดที่ได้เข้าเพิ่มในการแข่งขันนี้นั้น เป็นการแข่งขันที่ว่าเป็นกีฬาที่วัยรุ่นในความนิยมในขณะนี้เป็นอย่างมาก เพราะแต่ละกีฬาเป็นกีฬาที่ให้ความท้าทายของนักเรียน หรือวันรุ่นในยุคนี้ทั้งนั้น จึงทำให้โตเกียวโอลิมปิกตัดสินใจบรรจุ 6 กีฬาเพื่อให้นักกีฬาได้เข้าร่วมการแข่งขันนั่นเอง

กีฬาใหม่ที่ถูกบรรจุโตเกียวโอลิมปิก 2020

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020

การแข่งขันโอลิมปิกตั้งแต่ในสมัยก่อนจะมีการแข่งขันเน้นๆไปในเรื่องของกีฬากรีฑา หรือจะเป็นกีฬาที่เล่นเป็นทีมหรือเป็นกีฬาสามัญของโลกเรา เช่น ว่ายน้ำ ฟุตบอล แบตมินตัน บาสเก็ตบอล ยิงเป้าบิน ยิงธนู เทควันโด มวยสากลสมัครเล่น ปั่นจักยาน ขี่ม้า ฟันดาบ และอื่นๆอีกมากมายเป็นต้น ซึ่งกีฬาทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นกีฬาพื้นฐานที่ถูกบรรจุลงใน การแข่งขันของกีฬาโอลิมปิก ตั้งแต่เริ่มต้นการแข่งขันฤดูหนาวประเทศกรีซ ซึ่งในโตเกียวโอลิมปิก 2020 นั้น ก็ยังคงมีกีฬาพื้นฐานจำพวกนี้ในการบรรจุการแข่งขันเช่นเดิม แต่ว่า โตเกียวโอลิมปิก 2020 ในครั้งนี้จะเป็นการชิงเหรียญรางวัลที่บอกได้เลยว่าเป็นการแข่งขันที่เยอะที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน เพราะมีการบรรจุกีฬาใหม่มากมาย ซึ่งถือว่าเป็นกีฬาที่ยอดฮิตในปัจจุบันเพิ่มขึ้นมานั่นเอง โดยการแข่งขันครั้งนี้จะมีกีฬาที่ถูกบรรจุ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท 6 ชนิด ซึ่งกีฬาทั้งหมดนี้ที่ถูกบรรจุเข้ามา เป็นการเปลี่ยนแผนการปฏิรูปของ โอลิมปิก อเกด้า 2020 ที่สามารถให้เจ้าภาพเสนอกีฬาใหม่ๆเข้าร่วมแข่งขันได้นั่นเอง และจุดประสงค์ก็คือเพื่อดึงดูแฟนคลับหรือเยาวชนรุ่นใหม่ให้ใส่ใจการเล่นกีฬามากยิ่งขึ้นนั่นเอง อยากทราบกันหรือยังว่า กีฬาชนิดใหม่ที่ถูกบรรจุใจการแข่งขันโอลิมปิก 2020 มีอะไรบ้าง และตอนนี้เราจะได้รู้กับว่ากีฬาชนิดไหนที่จะดึงดูดแฟนกีฬาเยาวชนได้มากกว่ากันนั่นเอง

สเก็ตบอร์ด
  1. สเก็ตบอร์ด เป็นกีฬาที่ถือได้ว่าเป็นกีฬาที่ถูกบรรจุให้ชิงเหรียญรางวัลในการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกครั้งแรก แต่สเก็ตบอร์ดอย่างที่เราทราบกันดีเป็นการเล่นที่มีมานาน แต่เป็นการเล่นที่อยู่ในโซนกลุ่มทางเลือกแม้ว่าจะมีคนเล่นไม่มากนัก แต่บอกได้เลยว่าผู้ที่ชื่นชอบคลั่งการเล่นสเก็ตบอร์ดนั้น ถูกใจการแข่งขันประเภทนี้แน่นอน ซึ่งการแข่งขันกีฬาสเก็ตบอร์ดนี้แบ่งเป็น 2 ประเภท 1. ประเภทพาร์ก และ 2. ประเภทสตรีท ซึ่งประเภทพาร์ก เป็นการแข่งขันที่โฟกัสถึงความเคลื่อนไหว การโฟลวไปตามสนามพร้อมกับทำทริกต่างๆที่ดูหน้าสนใจ ซึ่งอย่างที่เราเคยเห็นการราดลงไปเนินสูงๆตามเนินและขึ้นลงนั่นคือการเล่นสเก็ตบอร์กประเภทโฟลวนั่นเอง ประเภทสตรีท จะเป็นการแข่งขันที่เป็นสนามที่มีสิ่งกีดขวางมากมายและมีราวเหล็กวางพาดให้สเก็ตบอร์ได้โชว์ความสามารถ โลดโพนได้อย่างสนุกสนานนั่นเอง
  2. เซิร์ฟ เป็นกีฬา 1 ที่สุดฮิตในประเทศไทยอยู่ตอนนี้ในเรื่องของการเล่นเซิร์ฟแต่ประเทศในฝั่งอเมริกันอาจจะเป็นกีฬาที่เล่นกันอยู่แล้วนั่นเอง ซึ่งกีฬานี้จะเป็นกีฬาที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนเป็นอย่างมากเพราะไม่รู้ว่าจะยืนเซร์ฟเล่นโต้คลื่นได้นานแค่ไหน โดยที่เซร์ฟจะแข่งขันแบ่งเป็น 2 ประเภทเช่นกัน คือ ชายหญิง โดยเป็นการแข่งขันเพียง 2 รอบ คือครั้งที่ 1 คือการทำแต้มเข้ารอบ และครั้งที่ 2 เป็นรอบน็อคเอ้าท์ ซึ่งกีฬาเซร์ฟจะเป็นกีฬาที่ไม่เคร่งครัดมาก เพราะเป็นกีฬาที่ต้องดูสถานการณ์ธรรมชาติว่าในช่วงการแข่งขันนั้นจะมีคลื่นให้เล่นเซร์ฟหรือไม่นั่นเอง แต่ก็เป็นกีฬาที่ถูกบรรจุลงในกีฬาใหม่ในโตเกียวโอลิมปิกนั่นเอง
เซิร์ฟ

3. ปีนหน้าผา การปีนหน้าผา เป็นกีฬาที่แข่งขันที่สร้างความท้าทายให้กับนักกีฬาเพราะนักกีฬาที่จะลงแข่งขันการปีนหน้าผาได้นั้นจะเป็นบุคคลที่มีร่างกายที่แข่งแรงมากๆ โดยการแข่งขันนั้นจะแบ่งเป็น 3 รูปแบบ Speed Bouldering และ Lead จะทำการแข่งขันร่วมกันทั้งชายหญิงและตัดสินผู้ชนะ ซึ่งจะเป็นการแข่งขันที่แปลกกว่าปกติ เพราะนักกีฬาแต่ละคนจะมีความสามารถใน เรื่องใดเรื่องหนึ่งในสามเรื่องเท่านั้น ซึ่งทำให้การแข่งขันปีนหน้าผาครั้งนี้มีความท้าทายต่อนักกีฬาที่ลงแข่งขันเป็นอย่างมากนั่นเอง

ปีหน้าผา

และนี่เป็นเพียง 3 กีฬาที่ถูกบรรจุในโตเกียวโอลิมปิก 2020 ครั้งแรกของโลก และยังเหลืออีก 3 กีฬาที่ถือว่เป็นกีฬาที่แปลกใหม่ในการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกเช่นเดียวกันถ้าอยากทราบว่าอีกทั้งสามกีฬาที่เหลือจะมีอะไรบ้างนั้นโปรดติดตามเรื่องราวต่อไปที่จะนำเสนอในวันต่อๆไปกันได้เลย บอกได้เลยว่ากีฬาที่เหลือทั้งสามนั้นก็เป็นกีฬาที่โด่งดังมากๆในประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

โตเกียวโอลิมปิกเป็นที่หน้าจับตามองและจดจำไปอีกนานแสนนาน

โตเกียวโอลิมปิก2020

เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า โอลิมปิก ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นมากกว่าการกีฬาของมวลมนุษย์ชาติที่เข้ามารวมตัวกันกว่า 200 ประเทศทั่วโลก เป็นทั้งการประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ของประเทศเจ้าภาพและนักกีฬาแต่ละประเทศที่ได้รับเหรียญ ร่วมกับเศรษฐกิจของประเทศเจ้าภาพ และอื่นๆอีกมากมายที่ทุกชาติต้องรู้นั่นเอง ซึ่งสำหรับการจัดการแข่งขัน โตเกียวโอลิมปิกมีบทเรียนหลายอย่างให้กับประเทศญี่ปุ่นได้จดจำ ไปอีกนานแสนนาน เพราะสถานการณ์โรคระบาดที่ทำให้การจัดการแข่งขันได้เลือนออกไปยาวนานกว่า 1ปีเต็ม ทำให้ทุกอย่างดูผิดแผนสำหรับประเทศญี่ปุ่นไปเสียหมด และอีกอย่างคือการลงทุนในการสร้างและปรับปรุงสถานที่ต่างๆ ที่ใช้งบประมานไปอย่างมหาศาลและไม่สามารถที่จะถอนทุนคืนมาได้เลย เนื่องจากว่ากรมอนามัยโลกได้ตั้งข้อตกลงในการเปิดการแข่งขันขึ้นมาว่า จะต้องมีเพียงแค่นักกีฬาที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วเท่านั้นร่วมการแข่งขัน และประเทศเจ้าภาพต้องไม่มีการขายบัตรผู้ชม เพราะเป็นการเว้นระยะห่างทางสังคมนั่นเอง ทำให้การแข่งขันโอลิมปิกในกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นนั้น เรียกได้ว่าขาดทุนอย่างมหาศาล แต่ถึงอย่างไรแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่เกิดขึ้นกับเจ้าภาพโอลิมปิกในปี 2020 ก็ตามแต่ญี่ปุ่นก็สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสและสามารถสร้างความประทับใจให้กับ ทั้งนักกีฬา และ ผู้ติดตามได้ไม่มากก็น้อย

โตเกียวโอลิมปิก2020 กับความประทับใจพิธีเปิดกับ Pictogram

Pictogram

เชื่อว่าท่านใดที่ดูการถ่ายทอดสดของพิธีเปิดโตเกียวโอลิมปิกนั้นก็จะได้เห็นพิธีเปิดที่สุดว้าว !! ที่จะเป็นการนำเสนอผลงานพิเศษๆที่เรียกเสียงฮือฮาได้นั้น ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าประเทศญี่ปุ่นไม่เคยทำให้ทุกท่านผิดหวัง ซึ่งการเสนอ Pictogram เป็นการนำเสนอภาพตัดแปะที่เรียบงานแต่ทำให้ผู้ชมในการถ่ายทอดสดนั้นร้องว้าวกันมามากมาย เพราะความเรียบง่ายทำให้ทุกอย่างดูพิเศษนี่คือการใส่ใจรายละเอียดของโตเกียวโอลิมปิกนั่นเองและการทำภาพ Pictogram ก็ยังเป็นการแนะนำกีฬาที่มีการแข่งขันที่ขโมยซีนและได้ใจเจ้าภาพมากกว่าการแสดงอื่นๆนั่นเอง และเชื่อได้เลยว่า Pictogram ไม่ได้เพียงแต่ได้ใจเจ้าภาพเพียงอย่างเดียวอย่างแน่นอน แต่ยังได้ใจคนทั้งโลกที่ดูการถ่ายทอดสดในพิธีเปิดโตเกียวโอลิมปิกอยู่ในขณะนั้นจนได้ขึ้นเทรนทวิตเตอร์อันดับหนึ่งในช่วงเวลาเปิดพิธีโตเกียวโอลิมปิกนั่นเอง

ญี่ปุ่นผู้เป็นเจ้าแห่งคอนเทนท์ในทวีปเอเชีย

อย่างที่ทราบกันดีว่า ญี่ปุ่น ผู้ที่เป็นชาติที่ใส่ใจแทบทุกรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของทุกๆอย่างของประเทศเขา ทำให้การแข่งขันกีฬาในปีนี้นั้น ไม่เพียงแต่จะอวดในเรื่องของ soft power แต่บรรดานักกีฬาก็ขอมีเอี่ยวกับกระแสวัฒนธรรมของเจ้าภาพด้วยนั่นเอง โดยที่เราเห็นในการแข่งขัน ยิมนัสติกลีลาของประเทศ อุซเบกิสถาน ที่แต่งตัวเดียวกับการแต่งตัวของตัวการ์ตูนเซล่ามูน ที่ประเทศญ่ปุ่นเป็นคนสร้างขึ้นนั่นเอง ถือว่าเป็นการใส่ใจรายละเอียดของทีมชาติอุสเบกิสถาน ที่พร้อมที่จะเกาะกระแสประเทศของการทำคอนเทนธ์อย่างประเทศญี่ปุ่นเพื่อสร้างสีสันให้กับ การแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่นักกีฬาทุกคนต่างก็ตั้งตารอคอยในการแข่งขันครั้งนี้นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นก็ถือว่าเป็นมหาอำนาจแห่งการทำคอนเทนธ์ของทวีปเอเชียมาอย่างยาวนาน เพราะการที่เขามีนักเขียนการ์ตูนชื่อดังมากมายหลายเรื่อง แลหะส่วนใหญ่แล้วเป็นการ์ตูนที่เรียกได้ว่าโด่งดังไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้ แถมยังเป็นสุดยอดเทคโนโลยีปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของ อนิเมชั่น หรือ ภาพยนตร์ ต่างๆก็ถือว่าประเทศญี่ปุ่นได้รับการยอมรับว่าเป็นอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยก็ว่าได้

ถึงแม้ว่าการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกจะจบลงอย่างเป็นทางการแล้วก็ตามนั้น แต่ภาพความประทับใจของความใส่ใจของประเทศเจ้าภาพโอลิมปิก และพความประทับใจของการแข่งขันกีฬา ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาไทยหรือนักกีฬาต่างชาติที่ยังเข้ามานำเสนอนั้นยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ยังมีเรื่องราวที่หน้าประทับใจของ การแข่งขันโอลิมปิก 2020 อีกมากมายอย่างสเล่าให้ทุกท่านได้อ่านกัน ซึ่งจะมาในรูปแบบไหนนั้นอย่างให้ทุกท่านผู้อ่านได้ติดตามกันไปต่อเรื่อยๆกับเรื่องของการแข่งขันโอลิมปิก 2020 นี้ต่อไป

สัญลักษณ์ของการแข่งขันโอลิมปิก

การแข่งขันโอลิมปิก

ในตอนก่อนหน้านี้เราได้เล่าถึงเรื่องราวการย้อนรอยจากอดีตสู่ปัจจุบันของ การแข่งขันโอลิมปิก ว่าเริ่มต้นจากการเป็นโอลิมปิกโปราณและการส่งตัวแทนเข้ามาแข่งขันแต่ดันรัฐแต่ละรัฐก็อยากที่จะให้คนของตนนั้นชนะเลยก็มาการโกงกันเกิดขึ้นจนทำให้ต้องปิดการแข่งขันไม่มีการแข่งขันต่อไปนั่นเองแต่ต่อมาด้วยความที่มีบุคคลท่านหนึ่งที่โหยหาการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกได้ส่งจดหมายขอเข้าร่วมประชุมกับประเทศใหญ่ๆอาทิเช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกแต่ก็ช้ามา แต่แล้วก็ได้ทำการตอบตกลงและได้ตั้งคณะกรรมการและตั้งกฎกติกาขึ้นมาในการแข่งขันโอลิมปิกนั่นเอง ซึ่งจากการแข่งขันการตั้งกฎกติการ การร่วมการแข่งขันซึ่งกลายเป็นว่าการแข่งขันโอลิมปิกนั้นกลับเป็นการแข่งขันที่ทุกคนทั่วโลกรู้ดีว่ามันจะเป็นการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดเพราะมีมากกว่า 200 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งมันกลับเป็นเรื่องราวที่หน้าภาคภูมิใจของประเทแต่ละประเทศที่เข้าส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันนั่นเอง และนอกจากรางวัลการแข่งขันสิ่งที่สำคัญของการแข่งขันนั่นก็คือสัญลักษณ์ของ คบเพลิงโอลิมปิก

คบเพลิงโอลิมปิก

หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าโคมไฟโอลิมปิก ซึ่งคบเพลิงจะจุดขึ้นเมื่อมี การแข่งขันโอลิมปิก เป็นไฟกองใหญ่ที่จุดอยู่บนเทือกเขาโอลิมปัส เพื่อความสว่างไสวและทำให้ประชาชนทุกคนรู้ว่าถึงเวลาของการแข่งขันกีฬาและการเฉลิมฉลองแล้วนั่นเอง ซึ่งวิธีการจุดคบเพลิงในการแข่งขันนั้นก็คือการใช้แว่นขยายร่วมแสงพระอาทิตย์ไปยังเชื้อเพลิงที่เตรียมไว้เมื่อเชื้อเพลงทั้งหมดติดไฟดีแล้วก็จะนำใส่เข้ามาที่ตะเกียงเก็บไว้ กองไฟใหญ่จะลุกโชติช่วงตลอดเวลาจนกว่าจะจบงาน ส่วนของในตะเกียงที่เก็บไว้นั้นจะให้นักกีฬาวิ่งต่อกันเป็นทอดๆ ต่อกับไปเรื่อยๆคนละ 2ไมล์ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกโดยการที่ข้ามน้ำข้ามทะเลก็จะใช้เรือเป็นพาหะนะเพื่อไม่ให้ไฟดับนั่นเอง และในปัจจุบันก็ยังใช้การจุดแบบเดิมแต่จะมีกฎของการจุดอยู่ 1 อย่างที่ทุกท่านต้องทราบนั่นก็คือ จะให้ผู้หญิงที่จุดนั้นเป็นผู้หญิงที่เป็นผู้หญิงบริสุทธิ์ หรือหญิงสาวพรมหมจารีย์ เป็นผู้ถือแว่นขยายต่อไปนั่นเอง และจะส่งต่อให้กับประเทศเจ้าภาพนั้นๆนั่นเอง ซึ่งกฎอีกอย่างหนึ่งคือไฟที่จุดจากเทือกเขาโอลิมปัสนั้นจะต้องไม่ดับมาตั้งแต่เทือกเขาโอลิมปัส จนกว่าจะสิ้นสุดการแข่งขันโอลิมปิกในรอบนั้นๆนั่นเอง

สัญลักษณ์ของโอลิมปิก

สัญลักษณ์ของโอลิมปิกคือธงโอลิมปิก ซึ่งธงมีขนาดมาตรฐานยาว 3 เมตร กว้าง 2 เมตร บนธงผืนนั้นก็จะมีวงกลม 5 ห่วง ขนาด 2 เมตร คูณ 0.6 เมตร มีสีของสัญลักษณ์ทั้งหมด 5 สี คือ ฟ้า เหลือง ดำ เขียว และ แดง ตามลำดับจากด้านซ้ายไปด้านขวา คล้องไขว้กันอยู่ตรงกลางสองแถว แถวบน 3 ห่วง แถวล่าง 2 ห่วง ความหมายของห่วงที่คล้องกันนั้น หมายความว่า ห้าส่วนของโลกที่โอบอ้อมด้วยโอลิมปิกนิยม นั่นเอง และด้านล่างของห่วงนั้นมีคำอยู่ 3 คำ มีความหมายคือ

  1. Citius หมายถึง ความเร็ว ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องวิ่งให้ไวที่สุด
  2. Altius หมายถึง ความสูง ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องทำให้สูงที่สุดคือการได้รับเหรียญทอง
  3. Fortius หมายถึง ความแข็งแกร่ง ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องมีความแข็งแกร่งที่สุด

พิธีปิดหรือการจบการแข่งขันโอลิมปิก

ซึ่งพิธีปิดถือว่าเป็นพิธีที่สำคัญเป็นอย่างมากเพราะเหมือนจะบอกให้คนทั่วโลกได้ทราบว่า การแข่งขันได้เข้ามาถึงจุดจบของการแข่งขันในปีนั้นๆแล้ว พบกันใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้านั่นเอง ซึ่งพิธีปิดนั้นจะนำเอานักกีฬาทุกๆคนเดินเข้ามาในสนามกีฬาและทางเจ้าภาพจะทำการดับไฟบนคบเพลิงลง ถือว่าเป็นการสิ้นสุดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก นั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นการจบการแข่งขันกีฬาที่สวยงามและเป็นภาพความประทับใจของนักกีฬาที่อยู่ในสนามกีฬานั้นเป็นอย่างมากนั่นเอง

การเดินทางของเทนนิส นักกีฬาเทควันโดเหรียญทองโอลิมปิก

เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ
เทนนิส นักกีฬาเทควันโด

จนถึงตอนนี้ใครที่ไม่รู้จัก น้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ คงเป็นคนไทยที่โลกออนไลน์เข้าไม่ถึงอย่างแน่นอน เพราะน้องเทนนิสสร้างชื่อเสียงให้กับวงการกีฬาเทควันโดของไทยเป็นอย่างมาก โดยที่กว่าจะก้าวเข้ามาสู่การแข่งขันโอลิมปิกน้องเทนนิสต้องผ่านการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นและหนักหน่วง แทบจะใช้เวลาทั้งชีวิตทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมและการแข่งขันเทควันโด อย่างจริงจังนั่นเอง จนได้เข้าสู่ทีมเยาวชนแห่งชาติ โดยในตอนก่อนหน้านี้ได้พูดถึง ประวัติของน้องเทนนิส และแรงบันดาลใจของเทนนิสที่ทำให้เขานั้นได้มีแรงผลักเข้าสู่การเป็นนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย โดยที่เริ่มต้นจากทีมชาติเยาวชน ในปี 2555 ที่เข้าร่วมกับงานเทควันโด เทรลเลบอร์ก โอเพ่น 2012 ซึ่งเทนนิสเข้าแข่งขันในรุ่น น้ำหนัก 46 กก และสามารถคว้าเหรียญทองในงานมาได้นั่นเอง ซึ่งการเดินทางของน้องเทนนิสในการเป็นนักกีฬาเทควันโดเยาวชนนั้นถือว่าค่อนข้างที่จะแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่ปี 2554 จนถึง ปี 2557 ที่เทนนิสได้รับตำแหน่งนักกีฬาทีมชาติเยาวชนนั้น ออกแข่งขันต่างประเทศแทบจะทุกงานและได้รับเหรียญกลับมาทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในประเทศไหนก็ตามที่ทีมชาติไทยเข้าร่วม ซึ่งหน้ายกย่องน้องเทนนิสในวัยสิบกว่าปีที่ขยันฝึกซ้อมและแข่งขันจนได้รับชัยชนะกลับมาทุกการแข่งขันในนามเยาวชนทีมชาติไทยนั่นเอง

การก้าวเข้าสู่รุ่นประชาชนของเทนนิส พาณิภัค

ทีมชาติไทย

เริ่มด้วยในปี 2558 ที่เทนนิสก้าวเข้าสู้อายุที่สามารถที่จะเข้าสู่นักกีฬาทีมชาติรุ่นใหญ่ได้แล้วนั่น ก็ทำการฝึกซ้อมและแข่งขันทีมชาติไทยชุดใหญ่ที่เป็นรุ่นประชาชนทั่วไป โดยในปี 2557 ได้เข้าร่วม 2 รายการในการแข่งขันเทควันโด คือรายการ เทควันโด แชมป์เปี้ยนส์ชิพ 2014 สามารถคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ และการแข่งขันเอเชียนเกม ครั้งที่ 17 ได้ทำการแข่งขันคว้าเหรียญทองแดงกลับมา ในปี 2558 เข้าร่วมการแข่งขันแชมป์เปี้ยนชิพมากมายโดยการเก็บประสบการณ์ของเทนนิสในปี 2558 นี้นั้นถือว่า เป็นการแข่งขันที่มากพอสมควรสำหรับนักกีฬาเทควันโด รุ่นน้ำหนัก 46-49 กก และมีทั้งได้เหรียญกลับมาและไม่ได้เหรียญกลับมาถือว่าเป็นการแข่งขันเปิดประสบการณ์ให้กับตนเอง เพื่อเข้าสู่การแข่งขันใหญ่ๆอาทิเช่น เอเชี่ยนเกม และ โอลิมปิกเกมนั่นเอง และในปี 2559 เทนนิสได้เข้าร่วมฝึกฏซ้อมร่วมกับ นักกีฬาเทควันโด ประเทศเกาหลีใต้ เป็นเวลา 1 เดือนโดยที่มีรุ่นพี่คนไทยที่อยู่ในสังกัดทีมชาติไทยอีก 7 คน เข้าร่วมฝึกซ้อมในครั้งนี้ด้วย และในปี 2559 ที่เทนนิส ได้รับคัดเลือกจากสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิก ในปี 2016 โดยที่ส่งรุ่น น้ำหนักไม่เกิน 49 กก ที่กรุงโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้นั้น เป็นการแข่งขันที่ดุเดือดและเทนนิสก็สู้สุดใจเพื่อที่จะนำเหรียญทองกลับมาประเทศไทย แต่แล้วก็ไม่สำเร็จเพราะยังมีคนที่เก่งกว่า แต่ก็ยังสามารถนำเหรียญทองแดง กลับมาประเทศไทยได้ ซึ่งถือว่าเป็นที่หน้าชื่นชมและยินดีของชาวไทยทุกคนนั่นเองและในปี 2560 เทนนิสได้เข้าร่วมการแข่งขัน สหรัฐเทควันโด แชมป์เปี้ยนชิพ 2017 และสามารถคว้าเหรียญทองกลับมาได้นั่นเอง

นักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย

จนในปี 2021 ในกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นการแข่งขันโอลิมปิกของน้องเทนนิส ที่ต่อสู้เข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ และดูการถ่ายทอดสดนั้น เป็นการแข่งขันที่สูสีอย่างมาก เพราะแต้มการแข่งขันของเทนนิสและนักกีฬาชาวสเปนถือว่า สูสีกันอย่างมากจนกระทั่งนักกีฬาชาวสเปนนำขึ้นมา 10-7 ในช่วง 2 นาที ก่อนหมดเวลา แต่แล้วเทนนิสก็สามารถเตะคู่แข่งจนคะแนนขึ้นมาเป็น 11 – 10 ซึ่งเป็นวินาทีที่ทุกคนทั่วโลกที่ดูการแข่งขันอยู่นั้น หัวใจแทบหยุดเต้นเพราะชาวไทยทุกคนก็ส่งแรงเชียร์น้องเทนนิสให้ได้เหรียญทองในการแข่งขันครั้งนี้ แต่แล้วได้หมดเวลาการแข่งขันและน้องเทนนิสก็สามารถเอาชนะนักกีฬาทีมชาติสเปนได้สำเร็จนั่นเอง ถือว่าเป็นเรื่องราวที่ดีมากที่สุด สร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยทั่วทั้งประเทศ ซึ่งในการแข่งขันและการเดินทางของน้องเทนนิสนั้น ก็ถือว่าเข้าบทโหดตั้งแต่รุ่นเยาวชนจนก้าวเข้าสู่รุ่นประชาชนทั่วไปนั่นเอง ถึงแม้ว่าครั้งนี้เทนนิสจะประสบความสำเร็จแต่น้องก็ยังต้องสานฝันที่จะเป็นนักกีฬาเทควันโดอันดับ 1 ของโลกอีกให้ได้แน่นอน