สัญลักษณ์ของการแข่งขันโอลิมปิก

การแข่งขันโอลิมปิก

ในตอนก่อนหน้านี้เราได้เล่าถึงเรื่องราวการย้อนรอยจากอดีตสู่ปัจจุบันของ การแข่งขันโอลิมปิก ว่าเริ่มต้นจากการเป็นโอลิมปิกโปราณและการส่งตัวแทนเข้ามาแข่งขันแต่ดันรัฐแต่ละรัฐก็อยากที่จะให้คนของตนนั้นชนะเลยก็มาการโกงกันเกิดขึ้นจนทำให้ต้องปิดการแข่งขันไม่มีการแข่งขันต่อไปนั่นเองแต่ต่อมาด้วยความที่มีบุคคลท่านหนึ่งที่โหยหาการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกได้ส่งจดหมายขอเข้าร่วมประชุมกับประเทศใหญ่ๆอาทิเช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกแต่ก็ช้ามา แต่แล้วก็ได้ทำการตอบตกลงและได้ตั้งคณะกรรมการและตั้งกฎกติกาขึ้นมาในการแข่งขันโอลิมปิกนั่นเอง ซึ่งจากการแข่งขันการตั้งกฎกติการ การร่วมการแข่งขันซึ่งกลายเป็นว่าการแข่งขันโอลิมปิกนั้นกลับเป็นการแข่งขันที่ทุกคนทั่วโลกรู้ดีว่ามันจะเป็นการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดเพราะมีมากกว่า 200 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งมันกลับเป็นเรื่องราวที่หน้าภาคภูมิใจของประเทแต่ละประเทศที่เข้าส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันนั่นเอง และนอกจากรางวัลการแข่งขันสิ่งที่สำคัญของการแข่งขันนั่นก็คือสัญลักษณ์ของ คบเพลิงโอลิมปิก

คบเพลิงโอลิมปิก

หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าโคมไฟโอลิมปิก ซึ่งคบเพลิงจะจุดขึ้นเมื่อมี การแข่งขันโอลิมปิก เป็นไฟกองใหญ่ที่จุดอยู่บนเทือกเขาโอลิมปัส เพื่อความสว่างไสวและทำให้ประชาชนทุกคนรู้ว่าถึงเวลาของการแข่งขันกีฬาและการเฉลิมฉลองแล้วนั่นเอง ซึ่งวิธีการจุดคบเพลิงในการแข่งขันนั้นก็คือการใช้แว่นขยายร่วมแสงพระอาทิตย์ไปยังเชื้อเพลิงที่เตรียมไว้เมื่อเชื้อเพลงทั้งหมดติดไฟดีแล้วก็จะนำใส่เข้ามาที่ตะเกียงเก็บไว้ กองไฟใหญ่จะลุกโชติช่วงตลอดเวลาจนกว่าจะจบงาน ส่วนของในตะเกียงที่เก็บไว้นั้นจะให้นักกีฬาวิ่งต่อกันเป็นทอดๆ ต่อกับไปเรื่อยๆคนละ 2ไมล์ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกโดยการที่ข้ามน้ำข้ามทะเลก็จะใช้เรือเป็นพาหะนะเพื่อไม่ให้ไฟดับนั่นเอง และในปัจจุบันก็ยังใช้การจุดแบบเดิมแต่จะมีกฎของการจุดอยู่ 1 อย่างที่ทุกท่านต้องทราบนั่นก็คือ จะให้ผู้หญิงที่จุดนั้นเป็นผู้หญิงที่เป็นผู้หญิงบริสุทธิ์ หรือหญิงสาวพรมหมจารีย์ เป็นผู้ถือแว่นขยายต่อไปนั่นเอง และจะส่งต่อให้กับประเทศเจ้าภาพนั้นๆนั่นเอง ซึ่งกฎอีกอย่างหนึ่งคือไฟที่จุดจากเทือกเขาโอลิมปัสนั้นจะต้องไม่ดับมาตั้งแต่เทือกเขาโอลิมปัส จนกว่าจะสิ้นสุดการแข่งขันโอลิมปิกในรอบนั้นๆนั่นเอง

สัญลักษณ์ของโอลิมปิก

สัญลักษณ์ของโอลิมปิกคือธงโอลิมปิก ซึ่งธงมีขนาดมาตรฐานยาว 3 เมตร กว้าง 2 เมตร บนธงผืนนั้นก็จะมีวงกลม 5 ห่วง ขนาด 2 เมตร คูณ 0.6 เมตร มีสีของสัญลักษณ์ทั้งหมด 5 สี คือ ฟ้า เหลือง ดำ เขียว และ แดง ตามลำดับจากด้านซ้ายไปด้านขวา คล้องไขว้กันอยู่ตรงกลางสองแถว แถวบน 3 ห่วง แถวล่าง 2 ห่วง ความหมายของห่วงที่คล้องกันนั้น หมายความว่า ห้าส่วนของโลกที่โอบอ้อมด้วยโอลิมปิกนิยม นั่นเอง และด้านล่างของห่วงนั้นมีคำอยู่ 3 คำ มีความหมายคือ

  1. Citius หมายถึง ความเร็ว ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องวิ่งให้ไวที่สุด
  2. Altius หมายถึง ความสูง ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องทำให้สูงที่สุดคือการได้รับเหรียญทอง
  3. Fortius หมายถึง ความแข็งแกร่ง ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องมีความแข็งแกร่งที่สุด

พิธีปิดหรือการจบการแข่งขันโอลิมปิก

ซึ่งพิธีปิดถือว่าเป็นพิธีที่สำคัญเป็นอย่างมากเพราะเหมือนจะบอกให้คนทั่วโลกได้ทราบว่า การแข่งขันได้เข้ามาถึงจุดจบของการแข่งขันในปีนั้นๆแล้ว พบกันใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้านั่นเอง ซึ่งพิธีปิดนั้นจะนำเอานักกีฬาทุกๆคนเดินเข้ามาในสนามกีฬาและทางเจ้าภาพจะทำการดับไฟบนคบเพลิงลง ถือว่าเป็นการสิ้นสุดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก นั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นการจบการแข่งขันกีฬาที่สวยงามและเป็นภาพความประทับใจของนักกีฬาที่อยู่ในสนามกีฬานั้นเป็นอย่างมากนั่นเอง

การเดินทางของเทนนิส นักกีฬาเทควันโดเหรียญทองโอลิมปิก

เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ
เทนนิส นักกีฬาเทควันโด

จนถึงตอนนี้ใครที่ไม่รู้จัก น้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ คงเป็นคนไทยที่โลกออนไลน์เข้าไม่ถึงอย่างแน่นอน เพราะน้องเทนนิสสร้างชื่อเสียงให้กับวงการกีฬาเทควันโดของไทยเป็นอย่างมาก โดยที่กว่าจะก้าวเข้ามาสู่การแข่งขันโอลิมปิกน้องเทนนิสต้องผ่านการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นและหนักหน่วง แทบจะใช้เวลาทั้งชีวิตทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมและการแข่งขันเทควันโด อย่างจริงจังนั่นเอง จนได้เข้าสู่ทีมเยาวชนแห่งชาติ โดยในตอนก่อนหน้านี้ได้พูดถึง ประวัติของน้องเทนนิส และแรงบันดาลใจของเทนนิสที่ทำให้เขานั้นได้มีแรงผลักเข้าสู่การเป็นนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย โดยที่เริ่มต้นจากทีมชาติเยาวชน ในปี 2555 ที่เข้าร่วมกับงานเทควันโด เทรลเลบอร์ก โอเพ่น 2012 ซึ่งเทนนิสเข้าแข่งขันในรุ่น น้ำหนัก 46 กก และสามารถคว้าเหรียญทองในงานมาได้นั่นเอง ซึ่งการเดินทางของน้องเทนนิสในการเป็นนักกีฬาเทควันโดเยาวชนนั้นถือว่าค่อนข้างที่จะแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่ปี 2554 จนถึง ปี 2557 ที่เทนนิสได้รับตำแหน่งนักกีฬาทีมชาติเยาวชนนั้น ออกแข่งขันต่างประเทศแทบจะทุกงานและได้รับเหรียญกลับมาทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในประเทศไหนก็ตามที่ทีมชาติไทยเข้าร่วม ซึ่งหน้ายกย่องน้องเทนนิสในวัยสิบกว่าปีที่ขยันฝึกซ้อมและแข่งขันจนได้รับชัยชนะกลับมาทุกการแข่งขันในนามเยาวชนทีมชาติไทยนั่นเอง

การก้าวเข้าสู่รุ่นประชาชนของเทนนิส พาณิภัค

ทีมชาติไทย

เริ่มด้วยในปี 2558 ที่เทนนิสก้าวเข้าสู้อายุที่สามารถที่จะเข้าสู่นักกีฬาทีมชาติรุ่นใหญ่ได้แล้วนั่น ก็ทำการฝึกซ้อมและแข่งขันทีมชาติไทยชุดใหญ่ที่เป็นรุ่นประชาชนทั่วไป โดยในปี 2557 ได้เข้าร่วม 2 รายการในการแข่งขันเทควันโด คือรายการ เทควันโด แชมป์เปี้ยนส์ชิพ 2014 สามารถคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ และการแข่งขันเอเชียนเกม ครั้งที่ 17 ได้ทำการแข่งขันคว้าเหรียญทองแดงกลับมา ในปี 2558 เข้าร่วมการแข่งขันแชมป์เปี้ยนชิพมากมายโดยการเก็บประสบการณ์ของเทนนิสในปี 2558 นี้นั้นถือว่า เป็นการแข่งขันที่มากพอสมควรสำหรับนักกีฬาเทควันโด รุ่นน้ำหนัก 46-49 กก และมีทั้งได้เหรียญกลับมาและไม่ได้เหรียญกลับมาถือว่าเป็นการแข่งขันเปิดประสบการณ์ให้กับตนเอง เพื่อเข้าสู่การแข่งขันใหญ่ๆอาทิเช่น เอเชี่ยนเกม และ โอลิมปิกเกมนั่นเอง และในปี 2559 เทนนิสได้เข้าร่วมฝึกฏซ้อมร่วมกับ นักกีฬาเทควันโด ประเทศเกาหลีใต้ เป็นเวลา 1 เดือนโดยที่มีรุ่นพี่คนไทยที่อยู่ในสังกัดทีมชาติไทยอีก 7 คน เข้าร่วมฝึกซ้อมในครั้งนี้ด้วย และในปี 2559 ที่เทนนิส ได้รับคัดเลือกจากสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิก ในปี 2016 โดยที่ส่งรุ่น น้ำหนักไม่เกิน 49 กก ที่กรุงโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้นั้น เป็นการแข่งขันที่ดุเดือดและเทนนิสก็สู้สุดใจเพื่อที่จะนำเหรียญทองกลับมาประเทศไทย แต่แล้วก็ไม่สำเร็จเพราะยังมีคนที่เก่งกว่า แต่ก็ยังสามารถนำเหรียญทองแดง กลับมาประเทศไทยได้ ซึ่งถือว่าเป็นที่หน้าชื่นชมและยินดีของชาวไทยทุกคนนั่นเองและในปี 2560 เทนนิสได้เข้าร่วมการแข่งขัน สหรัฐเทควันโด แชมป์เปี้ยนชิพ 2017 และสามารถคว้าเหรียญทองกลับมาได้นั่นเอง

นักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย

จนในปี 2021 ในกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นการแข่งขันโอลิมปิกของน้องเทนนิส ที่ต่อสู้เข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ และดูการถ่ายทอดสดนั้น เป็นการแข่งขันที่สูสีอย่างมาก เพราะแต้มการแข่งขันของเทนนิสและนักกีฬาชาวสเปนถือว่า สูสีกันอย่างมากจนกระทั่งนักกีฬาชาวสเปนนำขึ้นมา 10-7 ในช่วง 2 นาที ก่อนหมดเวลา แต่แล้วเทนนิสก็สามารถเตะคู่แข่งจนคะแนนขึ้นมาเป็น 11 – 10 ซึ่งเป็นวินาทีที่ทุกคนทั่วโลกที่ดูการแข่งขันอยู่นั้น หัวใจแทบหยุดเต้นเพราะชาวไทยทุกคนก็ส่งแรงเชียร์น้องเทนนิสให้ได้เหรียญทองในการแข่งขันครั้งนี้ แต่แล้วได้หมดเวลาการแข่งขันและน้องเทนนิสก็สามารถเอาชนะนักกีฬาทีมชาติสเปนได้สำเร็จนั่นเอง ถือว่าเป็นเรื่องราวที่ดีมากที่สุด สร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยทั่วทั้งประเทศ ซึ่งในการแข่งขันและการเดินทางของน้องเทนนิสนั้น ก็ถือว่าเข้าบทโหดตั้งแต่รุ่นเยาวชนจนก้าวเข้าสู่รุ่นประชาชนทั่วไปนั่นเอง ถึงแม้ว่าครั้งนี้เทนนิสจะประสบความสำเร็จแต่น้องก็ยังต้องสานฝันที่จะเป็นนักกีฬาเทควันโดอันดับ 1 ของโลกอีกให้ได้แน่นอน

เปิดประวัติแชมป์เหรียญทองกีฬาโอลิมปิกของไทย

เหรียญทองโอลิมปิก 2020

จากที่ได้อ่านเรื่องราวรอยยิ้มของคนไทยในช่วงวิกฤตแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 2019 ในช่วงนี้นั้นผู้ที่สร้างรอยยิ้มให้กับชาวไทยในวันที่ทุกๆคนต้องสู้กับโรคระบาดที่มียอดผู้ติดเชื้อมากกว่า 1 หมื่นคนนั้น เป็นเด็กสาวอายุเพียง 24 ปีเท่านั้น ที่เป็นนักกีฬาเทควันโด กีฬาแรกๆที่ฝึกสอนโดยโค๊ชเช ผู้ฝึกสอนชาวเกาหลีใต้ที่มีเลือดเนื้อเป็นชาวไทยและพา นักกีฬาเทควันโดของไทยได้เหรียญทองมาแล้วไม่น้อย ซึ่งจากที่เราตามข่าวและวันที่เราได้รับชมถ่ายทอดสดกันนั้น น้องเทนนิส ได้แข่งขันเข้ารอบชิงชนะเลิศที่เป็นวินาทีที่บอกได้เลยว่า บีบหัวใจชาวไทยทุกคนเป็นอย่างมากเพราะเป็นช่วงเพียง 7 วินาทีสุดท้ายก่อนที่จะได้แต้มนำคู่แข่งชาวสเปน ซึ่งถ้าวินาทีนั้นน้องไม่ได้จังหวะที่สวนเตะที่กลางลำตัวน้องก็อาจจะได้เพียงเหรียญเงินเท่านั้น แต่โชคก็เข้าข้างน้องเทนนิสของเรา ทำให้น้องสามารถคว้า เหรียญทองในกีฬาโอลิมปิก 2020 กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ไปได้นั่นเอง ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวไทยทุกคนจริงๆ เพราะน้องสามารถทำให้คนไทยที่ดูรายการถ่ายทอดสกพร้อมเชียร์น้องอยู่นั้น ได้เฮดีใจและสร้างรอยยิ้มที่สุดแสนจะชื่นมื่นให้กับชาวไทยทุกคนนั่นเอง

น้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พานิช

โค๊ช ชเว ยองชอก

เรืออากาศตรีหญิง พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ หรือน้องเทนนิส เป็นนักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทย ซึ่งเป็นบุตรสาวของ นายสิริชัย วงศ์พัฒนกิจ และนางวันทนา วงศ์พัฒนกิจ ซึ่งครอบครัวนี้เป็นครอบครัวนักกีฬาทั้งสิ้น พ่อและแม่ก็เป็นนักกีฬา ว่ายน้ำ และเทนนิสเป็นเด็กจังหวัดสุราษฏร์ธานี และได้เข้ามาเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนเทพลีลา และได้เรียนจบปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย ซึ่งน้องเทนนิสเป็นบุตรคนที่ 3 ของบ้านวงศ์พัฒนกิจ โดยมีลูกสาวคนโตซื่อโบลิ่ง และพี่ชายคนกลางชื่อ เบสบอล ซึ่งเป็นครอบครัวนักกีฬาทั้งสิ้นนั่นเอง ทุกคนเป็นอดีตนักกีฬาทั้งสิ้น เทนนิสเริ่มต้นเล่นเทควันโด ตั้งแต่อายุเพียง 9 ขวบ และได้เข้ามาสู่ นักกีฬาเทควันโด ทีมชาติในอายุเพียงแค่ 13 ปี จากการแข่งขันที่ได้เหรียญทองเทควันโดที่จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยที่ โค้ช เช หรือ ชเวยองชอก เห็นหน่วยก้านของน้องที่ดีจึงเรียนน้องเทนนิสเข้ามาฝึกซ้อมและคัดเลือกเป็นตัวแทนของทีมชาติต่อไป ซึ่งตัวเธอนั้นมีแรงบันดาลใจจากพี่ชายในการเล่นและ แข่งขันเทควันโด เธอเลยกล้าที่จะตัดสินใจและเข้ามาคัดเลือกทีมชาตินั่นเอง และอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญของน้องเทนนิสนั่นก็คือ เขามีนักเทควันโดในดวงใจของเขาคือวิว เยาวภา บุรพลชัย ซึ่งเป็นนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิก รุ่นพี่ที่สร้างชื่อเสียให้กับคนไทยว่า คนไทยก็สามารถเอาชนะนักกีฬาทีมชาติเกาหลีได้นั่นเอง

เทนนิส พาณิภัค

ซึ่งเรื่องราวของน้องก็ยังไม่ได้หมดแต่เพียงเท่านี้ทั้ง การก้าวเข้าสู่นักกีฬาเทควันโดเยาวชน ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คนอื่นเข้าใจ เพราะการฝึกซ้อมของนักกีฬาทุกคนนั้นก็หนักพอสมควร กว่าจะก้าวเข้ามาแข่งขันในรุ่นเยาวชนได้ ต้องเสียแรงเสียเหงื่อเพื่อเข้ามาฝึกซ้อมและแข่งขัน โดยที่ในปี 2554 เทนนิสได้เข้าร่วมการแข่งขันเยาวชนทีมชาติไทย ในรายการ โคเรีย โอเพ่น 2011 ที่ชุชอน ประเทศเกาหลีใต้ และเขาสามารถคว้าเหรียญทองเหรียญแรกของเขาในรุ่นเยาวชนได้ ถือว่าการที่เขาตั้งใจฝึกซ้อมนั้นเป็นแรกผลักดันให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาตั้งใจมากๆนั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องราวดีๆของน้องเทนนิสนักกีฬาเทควันโดเหรียญทองโอลิมปิก 2020 กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น

รอยยิ้มของชาวไทยในช่วงที่การแพร่ระบาดสีแดงเข้ม

เทควันโด้

ในช่วงการเริ่มต้น การแข่งขันโอลิมปิก เป็นช่วงที่ในประเทศไทยเข้าขั้นวิกฤตในการระบาดของไวรัสโควิด 19 ระลอก 3 ที่บอกได้เลยว่าเข้มข้นกว่าประเทศอื่นมากๆเพราะเป็นการแพร่กระจายที่เพิ่มขึ้นในทุกๆวันตั้งแต่เมษายนที่ผ่านมา และยืดยาวมาถึงกรกฎาคม จนถึงปัจจุบัน ทำให้มีการออกคำสั่งต่างๆจากประเทศลดการเดินทาง ต่างๆนานา ทำให้ประเทศไทยดูหม่นหมองจากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเพราะร้านค้าก็ปิดทำการ ร้านอาหารปิดให้บริการ บางจังหวัดล็อกดาวน์ ห้ามข้ามจังหวัด แต่ใน การแข่งขันโอลิมปิกในกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ที่มีการแข่งขันที่มีทัพนักกีฬาไปเข้าร่วมด้วยหลายรายการ โดยที่นักกีฬาที่ไปแข่งขันในฤดูกาลนี้ต่างก็ฝึกซ้อมและจะทำการแข่งขันเพื่อให้คนไทยมีรอยยิ้มและความสุขอีกครั้งอย่างแน่นอน โดยที่มีการสำรวจถึงการจัดอันดับต่างๆของการค้นหาถึงเรื่องราวของนักท่องโลกออนไลน์ ได้ผลว่าคนไทยเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ค้นหาเรื่องราวของกีฬาโอลิมปิกมากกว่า การแพร่ระบาดของาเชื้อไวรัสโควิด 2019 มากกว่าถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคนไทยทุกคนก็คงอยากที่จะคลาดเครียดในเรื่องราวของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 และได้หาอะไรที่สามารถเยียวยาจิตใจได้ดีที่สุดนั่นเอง

นักกีฬาไทยทำได้สร้างรอยยิ้มให้แฟนกีฬาชาวไทย

เทนนิส พาณิภัค

ซึ่งในที่สุด การแข่งขันโอลิมปิก ก็สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยได้โดยนักกีฬาเทควันโด้อย่างน้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ซึ่งเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่ได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันโอลิมปิกในกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น โดยที่เธอนั้นสามารถเอาชนะ อาเดรียน่า เซเรโซ่ อิเกลเซียส จากสเปน 11 – 10 แบบสุดบีบหัวใจที่สุด รุ่น 49 กก.หญิง โดยที่ถ้าใครชมถ่ายทอดสดในวันนั้นก็จะรู้ว่าวินาทีที่บีบหัวใจคนไทยนั้นเป็นวินาทีที่บอกได้คำเดียวว่าเสียน้ำตาได้เลย เพราะใน 1 นาทีก่อนหมดเวลานั้น นักกีฬาชาวสเปนได้นำน้องเทนนิสและมีหวังว่าตนเองนั้นจะได้คว่าเหรียญทองอย่างแน่นอน แต่แล้วใน 7 วินาทีก่อนหมดเวลา ที่น้องเทนนิสเตะเข้ากลางลำตัวและได้คะแนนเพิ่มไปนั้น เป็นวินาทีที่ชาวไทยทุกคนและแม้แต่โค๊ชเช ก็ยังต้องหลั่งน้ำตาออกมาเพราะเป็นวินาทีที่รู้ว่า น้องเทนนิสจะได้แชมป์และได้ เหรียญทองโอลิมปิกเหรียญแรกของคนไทย นั่นเอง ซึ่งหมดเวลาการแข่งขัน ทุกอย่างเกินขึ้นเร็วมากสำหรับน้องเทนนิสนักกีฬาเหรียญทองเทควันโด้โอลิมปิก กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ที่ขึ้นรับเหรียญทองอย่างเป็นทางการและ หลังน้ำตาแห่งชัยชนะในครั้งนี้ให้กับคนไทยได้มีรอยยิ้มในวันที่ทุกอย่างดูเลวร้ายในวิกฤตเศรษฐกิจที่แย่มากๆ และน้องเป็นหนึ่งในรอยยิ้มของทุกคนที่ร่วมยินดี โดยที่คนไทยทั้งประเทศต่างก็ชื่นชมและยินดีกับทั้งโค๊ชเช ผู้ปลุกปั้นน้องเทนนิส และตัวของน้องเทนนิสที่เป็นผู้แข่งขันและขยันฝึกซ้อมจนได้เหรียญทองโอลิมปิกในปี 2020 นี้ และเป็นคนแรกที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกในประเทศไทยนั่นเอง

เหรียญทองโอลิมปิก 2020

เพราะถึงอย่างไรแล้วเป้าหมายของน้องเทนนิสก็คือการทีได้ เหรียญทองโอลิมปิก สักครั้งในชีวิตเพื่อเป็นของขวัญให้กับบิดา และครอบครัวของน้อง แม้ว่าในปี 2016 จะไม่สามารถคว้าเหรียญทองมาได้แต่ในปีนี้ก็สามารถคว้าเหรียญมาได้และยังเป็นเหรียญที่สร้างรอยยยิ้มให้กับชาวไทยทุกคนนั่นเอง