โรนัลโด ร่วมทัพกับปีศาจแดงอีกครั้ง

คริสเตียโน โรนัลโด

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นข่าวฮ์อฮาสำหรับทีมสโมสรฟุตบอลอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดที่เปิดตัวนักฟุตบอลใหม่ที่แฟนบอลอย่างเราๆคุ้นชินกันอยู่แล้วนั่นก็คือ คริสเตียโน โรนัลโด ที่ย้ายกลับเข้ามาสังกัดในทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกครั้ง โดยที่ทางทีมแมนยูไนเต็ดบรรลุข้อตกลงกับทีมสโมสรยูเวนตุส ที่เป็นทีมต้นสังกัดของโรนัลโดด้วยค่าตัวที่แพงมหาศาล แต่ด้วยผลงานและความเป็นโรนัลโดแล้วนั้น ก็ถือได้เลยว่าคุ้มค่ากับการที่ได้เสียเงินไปอย่างแน่นอน โดยที่วันที่ 27 สิงหาคม สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่ได้ คริสเตียโน โรนัลโด เข้ามาร่วมทีมอีกครั้ง โดยที่ก่อนหน้านี้ทางทีมสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ เป็น 1 ทีมที่มีโอกาสได้เซ็นสัญญากัน โรนัลโดมากที่สุด แต่แล้วทางแมนเชสเตอร์ซิตี้ก็ถอนตัวออกไป เพราะทางทางสโมสรก็ต้องทราบดีอยู่แล้วว่า  คริสเตียโน โรนัลโด นั้นต้องกลับมารับใช้ทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แน่นอนอยู่แล้ว ซึ่งผลก็ออกมาเป็นแบบนั้น เพราะได้ทำการเปิดตัว คริสเตียโน โรนัลโด อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมานี้

คริสเตียโน โรนัลโด ผู้ที่เคยสร้างชื่อเสียให้กับปีศาจแดง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ย้อนไปเมื่อปี ค.ศ. 2003 – 2006 ในตอนที่แมนยูได้เซ็นสัญญากับเด็กที่มาจากประเทศโปรตุเกสที่มีแววเด่นในเรื่องของฟุตบอลเป็นอย่างมาก เขาเซ็นสัญญาในตอนนั้นในค่าตัวที่แพงเช่นกัน 12.24 ล้านปอนด์ โดยที่ตัวของโรนัลโดเองนั้นใช้เวลาไม่นานในการปรับตัวให้เข้ากับผู้เล่นในศึกพรีเมียร์ลีก โดยที่ผลงานของเขาในตอนนั้น เขาทำผลงานได้ในการยิงเข้าประตูถึง 8 ประตู จากการลงเล่นถึง 39 นัด นั่นเองซึ่ง โรนัลโด้มีรูปแบบการเล่นที่เรียกว่าสมบูรณ์มากๆ เขาสามารถทำประตูได้อย่างเฉียบคม ทั้งในระยะใกล้และระยะไกล จากทั้งสองฝั่งของสนามโดยที่โด้นั้นมีจุดลากเท้าและฟุตบอลที่หนักกน่วงและลากเลื้อยเข้าประตูอย่างเฉียบคมทำให้เขานั้นได้รับการยกย่องจากแฟนบอล และสมาคมฟุตบอลว่าเป็นนักเตะที่มีฝีเท้าว่องไวและยังได้รับให้เป็นนักเตะแข้งทองของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเมื่อก่อนอีดด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่หน้ายินดีมากๆเรื่องหนึ่งเลย

และถึงแม้ว่าในตอนนี้เขามีอายุที่มากขึ้น แต่เชื่อได้เลยว่าสำหรับ คริสเตียโน โรนัลโด ที่เป็นนักกีฬาสายรักสุขภาพนั้น จะดูแลตัวเองไม่มีขาดตกบกพร่องเขาถือว่าการเป็นอาชีพนักฟุตบอลเป็นอาชีพที่ใฝ่ฝันและรักมากที่สุด และจะอยู่วงการนี้ไปนานๆและรักษาสุขภาพให้ดีที่สุดนั่นเอง และต่อจากวันนี้เป็นต้นไป สำหรับคริสเตียโน โรนัลโด นั้น เป็นนักเตะในสังกัดสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของพรีเมียร์ลีก โดยในตอนนี้จะยังไม่ทำการลงแข่งขัน เพราะเหลือรายอะเอียดของสัญญาและรายละเอียดเอกสารต่างๆอีดนิดหน่อย เขาขะเข้าฝึกซ้อมกับทีมสโมสรใหม่ของเขาเร็วๆนี้

คริสเตียโน โรนัลโด้ กับรางวัลที่เขาได้รับทั้งชีวิต

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ถ้าจะให้พูดถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แฟนบอลทุกๆท่านคงรู้จักชื่อเสียงที่เขานั้นสร้างขึ้นมา ตั้งแต่วันเด็กจนถึงปัจจุบัน ตำนานนักเตะที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งที่โด่งดังในสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ได้สวมเสื้อเบอร์ 7 ที่ถือว่าเป็นหมายเลขในตำนานที่มีอดีต นักเตะในตำนานเท่านั้นที่จะได้สวมเสื้อหมายเลขนี้  จนกระทั่ง โรนัลโด้ ก็ยังคงโดนดูถูกว่าจะไม่สามารถที่จะสืบสานภาระเสื้อหมายเลข 7 ที่เป็นตำนานของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ แต่โรนัลโด้ก็ไม่สนใจคำวิพาร์กวิจารณ์เหล่านั้นเพราะ เขาบอกว่าเขาจะทำให้ทุกคนและแฟนบอลของผีแดงได้เห็นว่าในเวลาที่เขาลงสนามนั้น เขาจะสามารถทำประตูในกับปีศาจแดงได้ครองแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้หลายๆสมัยและเขาก็ทำได้อย่างที่ปากพูดจริงๆ เมื่อได้เป็นแชมป์เขายังเป็นดาวซัลโวหลายสมัยอีกด้วย และเมื่อชื่อเสียโด่งดัง และเป็นที่รู้จักในวงการฟุตบอล โรนัลโด้ ได้ถูกขายตัวให้กับทีมราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ที่เป็นทีมยักใหญ่ในลีกลาลีกาของประเทศสเปนในค่าตัวที่สูงหลายล้านปอนด์ ซึ่งปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก็ยินยิมที่จะขายให้กับ เรอัลมาดริด ตามสัญญาข้อตกลงนั่นเอง ซึ่งการย้ายเข้ามาเล่นในลีกลาลีกาก็กลับถูกแฟนบอลดูถูกในเรื่องของ การเปรียบเทียบกับยอดนักเตะอีกท่านหนึ่งของลีกลาลีกา นั่นก็คือ การเปรียบเทียบกับ ลีโอเนล เมสซี่ คู่ปรับคนสำคัญและทีมสำคัญของ เรอัล มาดริด ทำให้โรนัลโด้มีความฝันที่อยากจะเป็นนักเตอะที่เก่งทีสุดในโลก เขาจึงเป็นคนที่พัฒนาตนเองตลอดเวลานั่นเอง และเขาก็สามารถทำให้ เรอัลมาดริด ประสบความสำเร็จ ได้คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก 3 สมัย ติดต่อกัน และยังคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมจนเป็นที่ยอมรับของแฟนบอลทั่วโลกว่า เขาเป็นคนที่ลบคำสบประมาทของแฟนบอลที่ดูถูกเขาได้อย่าแน่วแน่ที่สุด

รางวัลที่โรนัลโด้ได้สร้างขึ้นกับปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

คริสเตียโน โรนัลโด้
  1. ในปี 2006-2009 คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 สมัย
  2. ในปี 2003-2004 คว้าแชมป์เอฟเอคัพ
  3. ในปี 2005-20066 และ 2008-2009 คว้าแชมป์ลีกคัพ 2 สมัย
  4. ในปี 2007 คว้าแชมป์คอมมิวนิตี้ชิลด์
  5. ในปี 2007-2008 คว้าแชมป์ยูฟ่า ซุปเปอร์คัพ
  6. ในปี 2008 คว้าแชมป์สโมสรโลก

รางวัลที่สร้างขึนในสโมสรเรอัลมาดริด

เรอัล มาดริด
  1. ในปี 2011-2012 คว้าแชมป์ลาลีกาลีก
  2. ในปี 2010-2011 และ 2013-2014 คว้าแชมป์โกปา เดล เรย์ 2สมัย
  3. ในปี 2013-2014 คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก
  4. ในปี 2014 คว้าแชมป์ยูฟ่า ซุปเปอร์คัพ และแชมป์สโมสรโลก

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นรางวัลที่โรนัลโด้ได้สร้างชื่อเสียงให้กับตนเองและสโมสรของเขา ในตอนที่เขาอยู่ในทีมทั้ง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและเรอัลมาดริด ซึ่งปัจจุบันเขาได้เล่นอยู่ทีมสโมสรยูเวนตุส แต่ด้วยอายุและสมรรถภาพที่มากขึ้นอาจจะช่วยทีมไม่ได้เหมือนแต่ก่อน แต่ก็สามารถสร้างผลงานให้กับทีมยูเวนตุสได้อย่างสมศํกศรีเช่นกัน และในตัวเล่นของทีมชาติโปรตุเกส ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เข้ารอบลึกๆในศ฿กชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในปีนี้ แต่เขาก็ทำหน้าที่ที่ดีที่สุดและรับบทบาทกัปตันทีมชาติโปรตุเกสได้ดีที่สุดแล้วนั่นเอง

เปิดประวัติ คริสเตียโน โรนัลโด้ กับดราม่าต่างๆที่เกิดขึ้นในยูโร 2020

คริสเตียโน โรนัลโด้

จากที่เป็นข่าวใหญ่โตในเรื่องของการแถลงข่าวของ คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่เราๆก็ทราบกันดีในเรื่องของการยกน้ำออกจากการแถลงข่าวและยังจะเป็นเรื่องของภาพจำที่เราได้รู้เกี่ยวกับเรื่องของแบ็คซ้ายทีมชาติเยอรมันที่ในอดีตโรนัลโด้เคยปฏิเสธการและเสื้อ เพราะความหัวร้อนในเกมที่พ่ายให้กับทีม อลันตาลา จะทำเขาหัวร้อนและไม่แม้แต่ชายตามองแบ็คซ้ายท่านนั้น จนเป็นเรื่องฮือฮาในการแถลงข่าวของ โรบิน โกเซนส์ ที่พูดถึง โรนัลโด้ เพราะมันเป็นแรงพลักดันให้เขาก้าวเดินและตั้งใจฝึกซ้อมจนสามารถติดทีมชาติเยอรมันในศึกฟุตบอลยูโร 2020 ในปีนี้นั่นเอง แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นที่ฮือฮาของ โรนัลโด้กับเรื่องสราวที่เกิดขึ้นในเรื่องต่างๆทำให้ซุปตาร์ทีมชาติโปรตุเกส เป็นที่หน้าจับตามองของนักข่าวหลายๆสำนักในเรื่องที่เกิดขึ้นนั่นเอง

จุดเริ่มต้นของ คริสเตียโน โรนัลโด้

คริสเตียโน โรนัลโด้ เกิดวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ปี 1985 ซึ่งเป็นนักฟุตบอลชาวโปรตุเกสที่มีชื่อเสียโด่งดังระดับโลก ที่แฟนบอลชาวไทยและต่างชาติชื่นชอบในฝีเท้าของเขาและไม่เพียงแต่แฟนบอลที่ชื่นชอบเขาเท่านั้น ยังมีนักเตะอีกมากหลายคนที่ยังชื่นชอบและฝันว่าสักวันจะได้ร่วมแข่งขันบนพื้นสนามเดียวกันกับ คริสเตียโน โรนัลโด้ นั่นเอง จุกเริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลของเขานั้น จากทีมเยาวชน ในปี 1993 -1995 ฝึกซ้อมกับอังดูรีญา 2ปีต่อมาได้ย้ายไปอยู่ทีมเยาวชน นาซียูนัล และก้าวเข้าสู้ทีมสำรองของ สปอร์ติงลิสบอน ในปี 1997-2000 ต่อมาได้เลื่อนเข้ามาเป็นนักเตะมืออาชีพในทีม สปอร์ติงลิสบอน ลงเล่น 25 นัด ทำประตูได้ 3 ประตู และเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาจนหน้าจับตามองกับฝีเท้าของนักเตะท่านนี้ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ได้เห็นถึงความเป็นนักเตะและได้ติดต่อร่วมทำสัญญากับโรนัลโด้ในปี 2003 และนั่นคือจุดกำเนิดควางโด่งดังของการเล่นฟุตบอล เพราะด้วยความสามารถของ คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่อยู่ในแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนั้นถือว่ายอดเยี่ยมและดุเดือดมากที่สุดเลยก็ว่าได้แถมยังมีชื่อเสียงที่โด่งดังโดยที่ใครไม่รู้จัก คริสเตียโน โรนัลโด้นั่นก็คือไม่ใช่แฟนฟุตบอลตัวจริงแน่นอน ด้วยผลงานที่อยู่ที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ลงเล่น 196 นัด ทำประตูได้ถึง 84 ประตู และหลังจากที่จบจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแล้วนั้น ก็ได้ก้าวเข้ามาสู่ลีกลาลีก้า อย่างทีมสโมสรเรอัลมาดริด ที่เป็นจุดเปลี่ยนอีกจุดหนึ่งสำหรับ โรนัลโด้เลยก็ว่าได้ เพราะค่าตัวที่แพงขึ้นมากๆและได้มาค้าแข้งกับสโมสรเรอัลมาดริด ยังคงโชว์ผลงานที่ยอดเยี่ยมและโดดเด่นให้กับแฟนบอลได้ชื่นชมอยู่เสมอ โดยที่เขาลงเล่นให้กับทีมสโมสร เรอัลมาดริดถึง 292 นัด และทำประตูให้กับทีมถึง 311 ประตู จึงทำให้เขาเป็นนักเตะที่โด่งดังระดับโลก ทีมีแค่ทีมสปอนเซอร์จะเข้าหา เพราะอะไรที่โรนัลโด้ใส่ สินค้าจะ SOLD OUT ทันทีเช่นกัน จนปัจจุบันเขาได้ย้ายไปค้าแข้งกับทีมสโมสรยูเวนตุสซึ่งลงเล่นให้ทีม 97 นัด โชว์ผลงานด้วยการทำประตูไปถึง 81 ประตูนั่นเอง ซึ่งด้วยอายุก็ถือว่าประสบการณ์ของเขาช่างแน่นมากในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

การแข่งขันให้กับทีมชาติโปรตุเกส

ซึ่งโรนัลโด้เริ่มจากการแข่งขันให้กับทีมชาติโปรตุเกสในปี 2001 ในรุ่นของเยาวชนไม่เกิน 15 ปีโดยสามารถทำประตูได้ถึง 7 ประตูและลงแข่งขันไปถึง 9 นัดถือว่ายอดเยี่ยมตั้งแต่เด็กๆเลยทีเดียว และต่อมาก็ได้เข้าร่วมทีมชาติอีกครั้งและได้ย้ายเข้าไปอยู่ในรุ่นไม่เกิน 17 ปี ทำประตูให้กับทีมชาติเยาวชนโปรตุเกสได้ถึง 5 ประตู และในปี 2002-2003 ได้เข้าร่วมทีมชาติอายุไม่เกิน 21 ปี ลงแข่ง 5 นัดทำประตูได้ 1 ประตู 2003 -2004 คริสเตียโน โรนัลโด้ ก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันให้กับทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี และก้าวเข้าสู้ทีมชาติโปรตุเกสชุดใหญ่อย่างเป็นทางการตั้งแต่ ปี 2003 เป็นต้นมาซึ่งถือว่าเป็นการรับใช้ทีมชาติโปรตุเกสที่ยาวนานมากๆสำหรับนักเตะอย่าง คริสเตียโน โนนัลโด้ เลยก็ว่าได้ แถมเขาลงเล่นให้กับทีมชาติโปรตุเกสไปถึง 179 นัด ทำประตูได้ถึง 109 ประตูกับการรับใช่ทีมชาติของเขาก็ถือว่าไม่น้อยเลนทีเดียว

ถึงในศึกฟุตบอลชิงแชม์แห่งชาติยุโรปในปี 2020 นี้ทีมชาติโปรตุเกสของ คริสเตียโนโรนัลโด้จะไม่ได้ไปต่อในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่อย่างไรก็ตามผลงานในปีนี้ของโรนัลโด้ก็ถือว่าทำเต็มที่ที่สุดแล้วในตำแหน่งกัปตันทีม วัย36 ปี ซึ่งถือว่าเป็นความภาคภูมิใจอีก 1 เรื่องในชีวิตของเขาที่ในปี 2020 ได้ดำรงตำแหน่งกัปตันทีมชาติโปรตุเกสอีกครั้งนั่นเอง

โรบิน โกเซนส์ แบล็คซ้ายตัวจี๊ดของทีมชาติเยอรมันในศึกยูโร2020

ฟุตบอลยูโร2020
ทีมชาติเยอรมนี

โรบิน โกเซนส์ กองหลังเกมรุกฝั่งซ้ายของทีมชาติเยอรมัน ที่เติมเกมได้อย่างดุเดือดในศึกยูโร 2020 นี้ เป็นที่หน้าประทับใจของแฟนบอลของทีมชาติเยอรมันเป็นอย่างมาก เพราะเขาได้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมได้อย่างดุเดือดในนัดที่พบกับทีมชาติโปรตุเกสที่ผ่านมาซึ่งเป็นเกมที่สนุกมากในนัดนั้น เพราะเขาได้พบกับ คริสเตียโน โรนัลโด้ ซึ่งเป็นดาวรุ่งของทีมชาติโปรตุเกส และยังเป็นไอดอลในดวงใจของ โรบิน โกเซนส์ อีกด้วย ภาพจำของเขานั้นในขณะนั้นที่ไปค้าแข้งในกับ ทีมอตาลันต้า ที่ได้แข่งขันกับ ยูเวนตุสและมีโรนัลโด้อยุ่ในเกมการแข่งขันขนาดนั้นด้วย ด้วยความที่เขานั้นได้ชื่อชอบรุ่นพี่อย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ อยู่แล้วหลังจบเกมที่ยุเวนตุสพ่ายให้กับ อตาลันต้า 3 ประตูต่อ 0 โกเซนส์ก็ได้เดินไปแลกเสื้อกับ คริสเตียโน โรนัลโด้ ผู้ที่เป็นไอดอลของเขา แต่แล้วด้วยอารมณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกลับเป็นภาพจำของเขาตั้งแต่นั้นมาก็คือ โรนัลโด้ไม่สนใจเขาแม้แต่หางตาเลยซักนิด อาจเป็นเพราะการแข่งขันและเป็นเพราะอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้เขานั้นเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวจึงทำให้ โกเซนส์ เกิดความอับอายกับเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนั้นเพราะปกติแล้ว โรนัลโด้เป็นนักเตะคนหนึ่งที่ไม่ค่อยที่จะปฏิเสธการแลกเสื้อของเขากับใครอยู่แล้ว ทำให้ภาพจำในเรื่องนี้เป็นภาพจำที่ไม่ดีนัก และจากนั้น โรบิน โกเซนส์ แต่ถึงอย่างไรแล้วก็ตาม โกเซนส์ ที่ยังคงรักไอดอลของเขาก็ยังคงรักและไม่รู้สึกโกรธโรนัลโด้เลยแม้แต่นิดเดียว

โนเนมสู่แมนออฟเดอะแม็ทของ โรบิน โกเซนส์

การแข่งขันยูโร2020

ในนัดที่ทีมชาติเยอรมันพบกับทีมชาติโปรตุเกสนั้นเป็นการทำผลงานของทีมชาติเยอรมันได้ยอดเยี่ยมเลยทีเดียวเพราะว่า สามารถทำเกมส์รุกได้ดีเยี่ยมโดยที่เอาชนะทีมชาติโปรตุเกสไปได้ 4-2 โดยที่หนึ่งในนั้นมีแบ็คซ้ายอย่าง โรบิน โกเซนส์ ที่ทำเกมรุกได้อย่างดุเดือดมากในการเล่นครั้งนี้ทำให้แฟนบอลต่างๆกลับต้องจับตามองทีมชาติเยรมันอีกครั้งเมื่อทีมรุกและรับของทีมชาติเยอรมันในศึกยูโร 2020 ในครั้งนี้ดีจริงๆและกลายเป็นทอร์คออฟเดอะทาวน์ในเรื่องของ แมนออฟเดอะแมท อย่าง โรบิน โกเซนส์ที่สามารถทำประตูด้วย 1 ประตูโดยการโหม่งลูกที่สวยงามนั่นนเอง และนั่นทำให้เขากลายเป็นที่หน้าจดจำของแฟนบอลทีมชาติเยอรมันในศึกยูโร 2020 ในครั้งนี้นั่นเอง

เปิดประวัติ โรบิน โกเซนส์

โรบิน โกเซนส์

 โกเซนส์เกิดที่ประเทศเยอรมันนี บิดาเป็นคนเมืองดัตช์และมารดาเป็นคนเยอรมัน และเขาเป็นบุคคลที่ถือหนังสือเดินทางทั้งสองประเทศโดยที่เริ่มต้นการเล่นฟุตบอลทีมเยาวชนเริ่มจากอายุ 6 ปี จากปี 2000 -2007 เข้าร่วมฟอร์ทูนาเอ็ลเทิน ต่อมาย้ายไปเล่นกับ แอร์สเทอ เอ็ฟเซ บ็อคค็อลท์ ในปี 2007-2009 จากนั้นย้ายไปเล่นให้กับ เฟาเอ็ฟเอล เรเดอ ปี 2012-2014 ย้ายไปเล่นให้กับฟีเตสเซอ ต่อมาได้ร่วมเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพในทีมฟีเตสเซอ ในปี 2014-2015 แต่ยังคงเป็นเพียงตัวสำรองและได้ถูกยืมตัวไปเล่นในสโมสร ดอร์แดร็คต์ ลงเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้าย 47 นัด ทำประตูได้ 3ประตู และในปี 2015-2017 ได้ย้ายมาเซ็นสัญญากับสโมสรเฮราเกล็สอัลเมอโล ซึ่งลงแข่งขันไป 60 นัด ทำประตูได้ 4 ประตู จนถึง ปี 2017 ถึงปัจจุบัน เล่นให้กับสโมสรอาตาลันตา ลงเล่น 115 นัด ทำประตูได้ 24 ประตู และติดทีมชาติเยอรมนีในปี 2020 และเขาก็ทำให้ทีมชาติเยอรมนีชนะทีมชาติโปรตุเกสไปอย่างง่ายดายโดยที่เขาเป็นส่วนในการช่วยทีมเป็นอย่างมากและยังเป็นแบ็คซ้ายที่ดุดันในเกมรุกและเกมรับในนัดที่แข่งขันกับทีมชาติโปรตุเกสได้ดีที่สุดและถือว่าเป็นแมนออฟเดอะแมทที่ดีที่สุดในนัดนั้นเลย