นักเทควันโดเหรียญทองโอลิมปิกกลับมากราบโค๊ชคนแรก

กลับมากราบโค๊ชคนแรกของเทนนิส พาณิภัค

นักเทควันโดหยิงของไทยที่ไปคว้าเหรียญโอลิมปิกในประเทศญี่ปุ่นนั้น ยังไม่ลืมถึงจุดยืนที่เธอประสลความสำเร็จมา โดยที่เขานั้นนำเหรียญทองที่เขาได้รับกลับมากราบครูผู้ฝึกสอนเทควันโดคนแรกในสมัยเด็กและเป็นครูคนแรกที่ทำให้ เทนนิส พาณิภัค รู้จักกับกีฬาเทควันโด นั่นเอง ซึ่งถึงแม้ว่าเทนนิสจะมี โค๊ชที่ฝึกสอนในปัจจุบันคือโค๊ชเช ที่ทุกคนได้ยินชื่อเสียมาอย่างลือลั่น โค๊ชหนุ่มชาวเกาหลีที่เป็นเจ้าแห่งกีฬาเทควันโด ซึ่งเขาเองก็สร้างชื่อเสียงให้กับนักกีฬาไทยมาแล้วหลายคน ถึงอย่างไรก็ตาม นักเทควันโดหญิงทีมชาติไทยอย่าง เทนนิส พาณิภัค ก็ยังไม่ลืมถึงเรื่องราวการเกิดมาเป็นเทนนิสในวันนี้ โดยที่เขานั้นเข้าไปที่โรงเรียนฝึกสอนเทควันโดหัวหินเทควันโด ของนายทรงศักดิ์ ทิพย์นาง หรือ โค๊ช ทรงศักดิ์ ที่เป็นครูสอนเทควันโดคนแรกของเทนนิสตั้งแต่สมัยเด็กๆนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันนั้น เปิดสอนเทควันโดอยุ่ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคิรีขันธ์

ความสุขและภาคภูมิใจของเทนนิส พาณิภัค

เทนนิส พาณิภัค

เมื่อเทนนิส พาณิภัค ได้พบกับโค๊ชทรงศักดิ์ ก็ได้นำดอกไม้มากราบของคุณที่สอนเทควันโดให้กับเขา โดยที่ตอนนั้นเป็นคนที่ไม่รู้จักเลยว่ากีฬาเทควันโดเป็นยังไง แต่ด้วยความที่พี่ชายเป็นนักกีฬาเลยอยากเป็นแบบพี่ชาย และได้โค๊ชทรงศักดิ์ เป็นครูฝึกสอนให้แก่เทนนิสในตอนนั้น และยังคงผลักดัน เทนนิสเข้าสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย โดยเป็นการแข่งขันชุดเยาวชน ในปี 2554 จนเทนนิสประสบความสำเร็จได้เข้ามาเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยชุดใหญ่และสามารถความเหรียญทองใน การแข่งขันกีฬาเทควันโดโตเกียวโอลิมปิก 2020 ให้กับเขาและประเทศไทยได้สำเร็จ  โดยที่เทนนิสต่างเจอหน้าโค๊ชทรงศักดิ์ก็ได้สวมกอดกันด้วยความดีใจ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานหลายปีมากๆซึ่งก็เป็นการสร้างความประทับใจให้กับนักเรียนที่กำลังเรียนและ ผู้คนรอบข้างที่กำลังรอชื่นชมน้องเทนนิสนั่นเอง ซึ่งเทนนิสได้กล่าวว่า หลังกลับถึงประเทศไทย เคลียร์งานเดินสายขอบคุณผู้ใหญ่ต่างๆจนเสร็จ ก็ตั้งใจที่จะมาหาโค๊ชทรงศักดิ์ตามที่สัญญา อยากมาขอบคุณโค๊ชที่เป็นผู้ฝึกสอบตนมาตั้งแต่แรกเริ่มและเป็นครูที่เชื่อมั่นในลูกศิษย์คนนี้มากๆ ว่าเทนนิสต้องทำได้และให้กำลังใจผลักดันสู้กันมาตลอดจนกระทั่งในวันนี้ ได้ประสบความสำเร็จ เทนนิส จึงอยากเข้ามาขอบพระคุณและนำเหรียญทองโอลิมปิก มาให้โค๊ชได้ชื่นชมนั่นเอง

ความสำเร็จของ เทนนิส ภาณิภัค

ละในตอนนี้เทนนิส พาณิภัค ได้ทำตามความสำเร็จของทุกๆความสำเร็จได้แล้วด้วยการ คว้าเหรียญทอง กีฬาโอลิมปิก และยังได้ทำให้ความฝันของโค๊ชทรงศักดิ์สำเร็จด้วยกัน เนื่องด้วยการที่เห็นลูกศิษย์ที่ตนเองสอนสั่งเติบโตและคว้าชัยในการแข่งขันกีฬาที่นักกีฬาหลายคนตั้งใจนั้นก็ถือว่า โค๊ชเองก็ประสบความสำเร็จแล้วด้วยเช่นกัน และโค๊ชก็ได้ขอบคุณน้องเทนนิส ที่สร้างความสุขให้กับคนไทย และวงการของกีฬาเทควันโด รวมถึงคนไทยทุกคนที่ยิ้มรับและชื่นชมเทนนิส ที่ทุกคนกำลังเคร่งเครียดกับเรื่องของ โรคระบาด โควิด 19 แต่เทนนิสสามารถทำให้ประชาชนคนไทยยิ้มและมีความสุขกับความสำเร็จของ เทนนิสเองได้ มันทำให้คนไทยมีหัวใจที่พองโตขึ้นมาได้ระดับหนึ่งนั่นเอง

สุดแสนประทับใจโตเกียวโอลิมปิกในช่วงโควิด 19 ระบาด

โตเกียวโอลิมปิก2020

ตเกียวโอลิมปิก ที่พึ่งจบลงไปนั้นเป็นการแข่งขันกีฬาที่บอกได้เลยว่าไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนและอาจจะเป็นโอลิมปิกครั้งแรกในโลกที่แทบจะไม่มีผู้ชมในสนามทั้งพิธีเปิดและพิธีปิดการแข่งขัน แถมการแข่งขันกีฬาแต่ละชนิดยังต้องจำกัดให้เพียงนักกีฬาและพี่เลี้ยงได้เพียง 1 คนเท่านั้น เนื่องด้วยโรคระบาดที่ระบาดหนักอยู่ทั่วโลกในตอนนี้ทำให้การจัด การแข่งขันโตเกียวโอลิมปิก ที่ผ่านมาต้องถูกเลื่อนออกมายาวนานถึง 1 ปี และสามารถจัดขึ้นได้ก็ต้องเคร่งครัดในเรื่องของการแข่งขันต่างๆ และยังเคร่งครัดเรื่องการฉีดวัคซีนของนักกีฬาทุกคน และเคร่งครัดในเรื่องของการกินอยู่ในหมู่บ้านนักกีฬา ที่นักกีฬาทุกคนต้องปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดและห้ามขาดตกบกพร่อง เพราะข้อเสียของการติดเชื้อของโควิด 19 จะส่งผลให้นักกีฬาไม่สามารถที่จะแข่งขันต่อไปโดนตัดสิทธิแพ้ไปทันที แต่ตลอดการแข่งขันโอลิมปิก ณ กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นนั้น มีเหตุการณ์ที่หน้าประทับใจหลายอย่างที่ทำให้นักกีฬาโอลิมปิกที่เข้าแข่งขันในครั้งนี้เกิดความประทับใจในการจัดการแข่งขันของประเทศเจ้าภาพและอยู่ในช่วงโควิด 19 นั่นเอง

ความสำเร็จของนักกีฬาที่อายุน้อย

เชื่อหรือไม่ว่าเด็กอายุเพียง 13 ปีในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เธอสามารถชนะการแข่งขันและคว้าเหรีญทองในการแข่งขันสเก็ตบอร์ด บอกได้เลยว่าเป็นนักกีฬาเหรียญทองใหม่ที่พึ่งถูกบรรจุลงในกีฬาโตเกียวโอลิมปิกและยังเป็นนักกีฬาที่คว้าเหรียญทองที่อายุน้อยที่สุดในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเลยด้วย และคนที่ 2 เป็นนักกีฬาชาวบราซิล ที่อายุเพียง 13 ปีแต่คว้าเหรียญเงินให้กับประเทศบราซิล และเป็นผู้ที่ได้คว้าเหรียญที่อายุน้อยที่สุดของประเทศบราชิลเช่นเดียวกัน และนักกีฬาจากสหณรัฐประชาชนจีน อายุเพียง 14 ปี ที่ทำคะแนนเต็มของกระโดดน้ำ ในประเภทแพลตฟอร์ม 10 เมตร และได้เหรีญทองไปครองในที่สุด

จักยานคันเล็กลูกเล่นเพียบ

การแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิกมีกีฬาเอ็กซ์ตรีมมากมาย โดยรายการการแข่งขันจักยาน BMX ฟรีสไตล์ ก็เป็น 1 ในการแข่งขันใหม่ในครั้งนี้ และเป็นการแข่งขันกีฬายอดนิยมที่บอกได้เลยว่าสามารถดึงดูดผู้ชมเข้ามาดูได้ในลานการแข่งขันกว้างๆได้มากมายหลายหมื่นคน ถึงแม้ว่าจะมีกฎในการห้ามเข้าชมอยู่นั้นแต่ด้วยการแข่งขันที่เป็นลานกว้างาก็ยังพอที่จะอลุ่มอล่วยกันได้นิดหน่อย โยที่นักกีฬา ทีมจากเกรตบริเตน ที่ทำการแข่งขันด้วยหน้าตาที่ดึงดูดผู้ชมเข้ามาชมแล้ว ยังมีลูกเล่นที่เหนือธรรมชิอย่างมากโดยที่ เขาสามารถหมุนตีลังกา 360 องศา และท่าจบที่สวยงามและ คว้าเหรียญทองโอลิมปิกในการแข่งงขันจักยานบีเอ็มเอ็กซ์ ได้สำเร็จในครั้งนี้เป็นท่าที่โดดเด่นและหวาดเสียวทีสุดแต่นักกีฬาชาวเกรตบริเตน ก็ได้คะแนจากกรรมการไปได้ถึง 97.5 คะแนนนั่นเอง

ครองเหรียญร่วมกันอย่างภาคภูมิใจ

นักกีฬากระโดดสูง รอบชิงชนะเลิศที่จบลงด้วยการครองเหรียญร่วมกันกับคู่แข่ง โดยที่การแข่งขันกระโดดสูงที่เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศนั้น แข่งขันกันมายาวนานมากๆ และนักกีฬา 2 ท่านที่เป็นคู่แข่งกันไม่มีใครที่จะเอาชนะกันได้เลย โดยที่ทำสถิติสูงสุดอยู่ที่ 2.37 เมตร แต่นักกีฬาทั้งสองมีโอกาสแข่งขันต่อเพื่อหาผู้ชนะแต่เขาเลือกที่จะ ครองเหรียญทองร่วมกันเพราะว่าอาจจะเป็นการบาดเจ็บระยะยาว หรือไม่ก็มีคนใดคนนึงบาดเจ็บ ทำให้เขาขอคุยกับกรรมการการแข่งขันว่าสามารถครองเหรียญร่วมกันได้หรือไม่ ซึ่งกรรมการตอบตกลงจึงเป็นครั้งแรกในโลกที่นักกีฬาครองเหรียญทองร่วมกันนั่นเอง

ซึ่งเรื่องราวที่หน้าประทับใจของ การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ยังมีเรื่องราวที่หน้าประทับใจอยู่อีกมากมายนี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆน้อยๆที่แอดมินยกมาเพื่อสร้างความประทับใจเล็กๆน้อยๆเก็บไว้ให้ทุกท่านได้อมยิ้มไปกับการอ่าน และยังลดความเครียดกับการระบาดหนักของโรคระบาด โควิด 19 ในครั้งนี้ได้แน่นอน

บีบอยถูกบรรจุในปารีสโอลิมปิก 2024

เบรกแดนซิ่ง

คณะกรรมการ ฝ่ายจัดการแข่งขันโอลิมปิกในปี 2024 หรือเรียกว่าปารีสโอลิมปิก ที่เจ้าภาพคือตัวแทนจากประเทศฝรั่งเศส ได้ให้การคัดเลือกกีฬาใหม่บรรจุลงในปารีสโอลิมปิก ชึ่งมีชื่อว่า เบรกแดนซิ่ง ซึ่งชาวไทยรู้จักกันดีในชื่อที่เรียกว่าการเต้นบีบอย หรือ บีเกิร์ลส์ ซึ่งในประเทศฝรั่งเศสเป็นกีฬาที่ยอดฮิตมากที่สุดเลยก็ว่าได้ และทำให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันยอมที่จะยินดีนำกีฬาเบรกแดนซึ่งเข้าสู่กีฬาแห่งชาติอย่างเป็นทางการ ซึ่งอย่างที่กล่าวไปนั้นว่า กีฬาเบรกแดนซิ่งเป็นกีฬาที่ยอดนิยมในประเทศฝรั่งเศษ เป็นอย่างมาก จะเป็นการเต้นที่ต่อสู้กันโดยโชว์ความสามารถในการยกตัว ใช้มือ ใช้เท้าในการแข่งขัน พร้อมเพลงประกอบที่สุดมันส์ ทำให้ฮิตในหมู่วัยรุ่น ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน เป็นยุคสตรีทที่ฮิตเต้นบีบอยโชว์ความสามารถให้ผู้ที่เข้ามาดูได้รู้ถึงความสามารถของผู้เต้นนั่นเอง ซึ่งในปี 2024 จะเป็นแห่งแรกในโลกที่มีการ จัดการแข่งขันเบรกแดนซิ่งในกีฬาโอลิมปิก เพราะเชื่อเลยว่ามีผู้สนใจมากกว่า 1 ล้านคนในประเทศฝรั่งเศสที่ชื่นชอบและให้ความสนใจกับกีฬาชนิดนี้นั่นเอง

แข่งขัน Breaking

กีฬาแบรกแดนซิ่งปารีสโอลิมปิก

ซึ่งการแข่งขันเบรกแดนซิ่งจะจัดถึงอย่างเป็นทางการในปี 2024 ในกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศสภายใต้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพโดยที่การแข่งขันนั้นจะถูกแบ่งเป็นการแข่งขันประเภท บีบอย และ บีเกิร์ลส์ โดยที่การตัดสินและการแข่งขันนั้นจะให้ทั้ง 16 บีบอย และ 16 บีเกิร์ลส์ ออกมาประชัดการเต้นที่ทรงพลังของพวกเขาและเป็นการเต้นที่สร้างสรรค์ โดยจะมีท่าบังคับที่คณะกรรมการบังคับอยู่ในการเต้นนั้นๆ เช่น Windmills the 6 – Step สุดท้ายคือ Freezes ซึ่งเป็นท่าที่คณะกรรมการผู้ให้คะแนนเป็นผู้ตัดสินนั่นเอง ซึ่งผู้จัดได้เลือกสถานที่จัดการแข่งขัน เบรกแดนซิ่ง ในโอลิมปิก2024 โดยใช้ลาน La Concorde ซึ่งเป็นลานจัตุรัสกลางกรุงปารีส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนผ่านของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งจะจัดฉากในการแข่งขันในวันจริงที่สวยงามและอลังการมากๆอย่างแน่นอน พร้อมแสดงความยิ่งใหญ่ให้กับกีฬาเบรกแดนซิ่ง เพราะเป็นประวัติศาสตร์ของกรุงปารีสในปี 2024 ที่มีการจัดการแข่งขันการเต้นบีบอยและบีเกิร์ลส์ครั้งแรกในกรุงปารีสนั่นเอง ซึ่งถือได้ว่าในประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ชื่นชอบกีฬานี้โดยตรงอยู่แล้วทำให้เกิดความสนใจกับชาวฝรั่งเศสทั่วทั้งประเทศอย่างแน่นอนซึ่งการแข่งขันกีฬาชนิดนี้ ประเทศไทยก็เคยไปสร้างชื่อเสียงให้กับชาวต่างชาติได้รู้จักกับเบรกแดนซิ่งประเทศไทยเช่นเดียวกัน

การแข่งขันบีบอย

ซึ่งในปี 2024 ใน การจัดการแข่งขันกีฬาเบรกแดนซิ่ง นั้นชาวไทยคนหนึ่งก็อยากใฝ่ฝันให้มีบีบอยและบีเกิร์ลส์ในการแข่งขันในกีฬาชนิดนี้ด้วยเพราะยังมีเวลาในการซ้อมและการคัดเลือกตัวแทนของการแข่งขันอีกหลายปี ซึ่งเชื่อว่าการแข่งขันกีฬาชนิดนี้จะมีชื่อผู้ร่วมเข้าการแข่งขัน ปารีสโอลิมปิก 2024 ในชื่อไทยแลนด์อย่างแน่นอน เพราะประเทศไทยก็คงยังไม่แพ้ชาติใด แถมการเต้นเบรกแดนซิ่งยังเป็นกีฬาที่ถูกบรรจุใหม่ คงยังไม่มีการแข่งขันที่เข้มงวดมากๆ อย่างแน่นอน แหละชาวไทยอย่างเราคงมีความหวังว่าจะได้ชิงเหรีญทองของกีฬาชนิดนี้กลับมาประเทศไทยอย่างสวยงามนั่นเอง

5 ใน 10 สิ่งที่ควรรู้ในโตเกียวโอลิมปิก

โตเกียวโอลิมปิก 2020
เหรียญจากขยะรีไซด์เคิล

หลังจากเมื่อวานนี้ได้เกิ่นถึงเรื่องราวของ 10 สิ่งที่ควรรู้ในการแข่งขันโอลิมปิก ไปแล้วนั้น ก็มีสิ่งที่ควรรู้หลายสิ่งที่เราที่เป็นแฟนคลับของโอลิมปิกหรือเป็นแฟนคลับของนักกีฬาทีมชาติไทย หรือแม้แต่เจ้าภาพอย่างประเทศญี่ปุ่นที่เป็นประเทศที่ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งญี่ปุ่นเองก็เป็นประเทศที่ถือว่าได้รับหน้าที่เป็นประเทศเจ้าภาพที่หน้าประทับใจมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะถึงแม้ว่าเขานั้นจะขาดรายได้ของการขายตั๋วเข้าชม เพราะด้วยสถานการณ์โควิดที่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน ทำให้การจัดการแข่งขันโอลิมปิกปี 2020 ไม่สามารถมีผู้เข้าชมได้มีเพียงแต่นักกีฬาและตัวแทนของทีมชาติและโค๊ชเท่านั้นที่จะสามารถเข้าอยู่ในสนามในกีฬานั้นๆได้ แต่ในพิธีเปิด ถึงแม้ว่าบนอัฒจันทร์จะไม่มีผู้นั่งดูการแสดงพิธีเปิดเลยก็ตามแต่ความประทับใจของประเทศญี่ปุ่นนั้น เขานำหมีมาวางเป็นสัญลักษณ์แทนคนและเว้นระยะห่าง ตามมาตรการขององการอนามัยโลกอย่างเคร่งครัดนั่นเอง และต่อมาเป็น 5 สิ่ง ที่เหลือใน 10 สิ่งที่ควรรู้ในโตเกียวโอลิมปิก 2020

6. จำนวนผู้ร่วมการแข่งขันและผู้ชม ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ โรคระบาดโควิด 19 ที่ทำให้การแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกได้เลื่อน ออกไปถึง 1 ปี และด้วยมาตรการของประเทศญี่ปุ่นในการแข่งขันโอลิมปิกนั้น จึงจะไม่มีผู้ชมในสนามและให้มีเพียงผู้แข่งขัน เจ้าหน้าที่ในสนามการแข่งขันเพียง 1 คน เพื่อเว้นและรักษาระยะห่าง และเพื่อควบคุมและป้องกันโรคระบาดนั่นเอง

7. ผู้เข้าแข่งขันที่อายุน้อยและอายุมากที่สุดในการเข้าแข่งขัน โอลิมปิก 2020 เป็นอีก1เรื่องราวที่หน้าสนใจสำหรับผู้ที่เข้ามาทำการแข่งขันที่มีอายุน้อยที่สุดและมีอายุมากที่สุด  ซึ่งนักกีฬาที่อายุน้อยที่สุดมาจากประเทศซีเรีย ที่มีอายุเพียง 11 ปี ซึ่งเขามาแข่งขันกีฬาเทนนิส ส่วนผู้เล่นที่มีอายุมากที่สุด มาแข่งขันกีฬาเทเบิ้ลเทนนิส จากประเทศจีน ซึ่งมีอายุ 57 ปี นั่นเอง ถือว่าเป็นผู้แข่งขันที่มีอายุน้อยร้อยความสามารถและอายุมากแต่ไม่ยอมแก่กันเลยที่เดียว

8. เหรียญโอลิมปิกที่ผลิตมาจากขยะรีไซเคิล เรื่องของเหรียญโอลิมปิกที่มีคนต่างก็พูดถึงกันทั่วโลก เพราะเหรียญรางวัลของงานโตเกียวโอลิมปิกนั้น ทำจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเช่นพวกเศษจากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือนั่นเอง โดยมาจากที่คนในประเทศญี่ปุ่นบริจาคให้นั่นเอง ทำให้เหรียญรางวัลของโตเกียวโอลิมปิก นั้นเป็นเหรียญที่อยู่ภายใต้คอนเซ็ปรักษ์โลก ซึ่งเหรียญรางวัลทั้งหมดนี้จัดทำขึ้นถึง 2500 เหรียญ ออกแบบโดยนักออกแบบชาวญี่ปุ่นและด้านหลังของเหรียญเป็นรูปของเทพีแห่งชัยชนะ และการบรรจุใส่กล่องเพื่อเป็นกล่องเก็บเหรีญรางวัลนั่นเอง

9. มาสคอสในการแข่งขัน ซึ่งการแข่งขันโอลิมปิกทุกฤดูกาลจะต้องมีมาสคอสประจำทุกการแข่งขัน ซึ่งในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน มาสคอสของโตเกียวโอลิมปิกเกิดขึ้นเพราะการโหวตของนักเรียนระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนญี่ปุ่นโดยที่ใช้มาสคอสในการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกในครั้งนี้มีชื่อว่า มิระโทวะ ที่แปลว่า อนาคตที่สดใสชั่วนิรันดร์ ซึ่งมาสคอสตัวนี้จะทำให้ผู้ที่เข้าแข่งขันทุกคนเต็มไปด้วยความหวังแห่งอนาคต

10. นักกีฬาไทยที่เข้าร่วมการแข่งขัน ทัพนักกีฬาไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันมีทั้งหมด 42 คน และมี 14 กีฬา ซึ่งทั้งหมดของการแข่งขั้นนั้น มีคนไทยที่ได้เหรียญทองจากการแข่งขันแล้ว 1 คน นั่นกะคือ น้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโด อันดับ 1 ในรุ่นน้ำหนัก 49 กิโลกรัม และเหรียญทองแดงคือน้องแต้ว สุดาพร นักชกมวยสากลสมัครเล่น ที่ได้เหรีญทองแดงกลับมาประเทศไทย โดยที่ประเทศไทยได้เหรียญในการแข่งขันทั้งหมด 2 เหรียญ จากทั้งสองกีฬานี้

และนี่เป็น 10 สิ่งที่ควรรู้ในการแข่งขันโอลิมปิก 2020 เนื่องด้วยสถานการณ์ต่างๆรอบโลกทำให้การเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวต้องทันและสมดุลกันมากที่สุดดังนั้นเจ้าภาพก็ได้เรื่องราวได้อย่างเสียอย่างกันไปตามความเหมาะสมนั่นเอง ถึงอย่างไรก็ตามโตเกียวโอลิมปิกได้จบลงไปแล้ว แต่ภาพความประทับใจของทัพนักกีฬาต่อเจ้าภาพก็ถือว่ายังคงตราตรึงในหัวใจอยู่เสมออย่างแน่นอน

เจ้าภาพโอลิมปิกฤดูกาลหน้า 2024

ปารีสโอลิมปิก 2024

หลังจากการเปิด การแข่งขันโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่เจ้าภาพทุ่มทุนสร้างมหาศาลเพื่อให้ทุกคนเข้ามาเที่ยวในงานโอลิมปิกที่กรุงโตเกียวอย่างหน้าประทับใจไม่ว่าจะเป็นการจัดงานและการอำนวยความสะดวกให้กับนักกีฬาทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ถือว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศเล็กๆที่ทุกคนให้ความยอมรับ เพราะเขานั้นจัดงานการแข่งขันโอลิมปิกที่ได้รับมอบหมายขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆไม่ว่าจะเป็น การเปิดการแข่งขันที่ให้ความสามารถการเป็นประเทศแห่งเกมส์ และประเทศแห่งการ์ตูน ได้ดีและยอดเยี่ยมที่สุดนั่นเอง และการจัดอันดับการแข่งขัน โปรแกรมการแข่งขันที่รันไปตามลำดับไม่ให้สับสนแถมยังเป็นที่หน้าประทับใจของนักกีฬาทุกๆคน ถึงแม้วว่าการมีโรคระบาดจะทำให้เขาได้เลือนการแข่งขันไปยาวนานถึง 1 ปีนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรประเทศญี่ปุ่นได้ แถมประเทศญี่ปุ่นเจ้าภาพยังทำให้ทุกคนที่อยู่ในพิธีเปิดและพิธีปิดต่างก็ร้องว้าวไปพร้อมๆกันทุกคนได้อย่างหน้าอัศจรรย์เลยทีเดียว จบจากเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก 2020 แล้วนั้นก็จะเป็นการประกาศว่า ประเทศใดที่จะได้รับการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกต่อจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคณะกรรมมการก็ได้คัดเลือกแล้วว่า ต้องเป็นเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่ต้องพร้องเป็นเจ้าภาพใน การจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในฤดูกาล 2024 แน่นอน

การคัดเลือกเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก 2024 และ 2028

เจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก 2024

การคัดเลือกเจ้าภาพโอลิมปิกแต่ละฤดูการนั้นเป็นการคัดเลือกเมืองต่างๆทั่วโลกที่เสนอเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก ซึ่ง โอลิมปิกในฤดูกาล 2024 นั้นเป็นการคัดเลือกตั้งแต่ ปีพศ 2558 ซึ่งจะมี 5 เมืองที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก แต่ที 3 เมืองใน 5 เมืองถอนตัวออกไปก่อน จึงจะเหลือแต่ ปารีส และ ลอสแอนเจลิส ทำให้คณะกรรมมากลงมติให้เป็นเจ้าภาพในปี 2024 และ 2028 ตามลำดับต่อไป ต่อมานครลอสแองเจลิสได้ตัดสินใจเลือกที่จะเป็นเจ้าภาพในปี 2028 จึงทำให้ กรุงปารีส รับบทเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิกในปี 2024 ที่จะถึงนี้ก่อนนั่นเอง ซึ่งการคัดเลือกเจ้าภาพนั้น จะมีขั้นตอนในการเลือกมีดังต่อไปนี้

  1. วิสัยทัศน์ รูปแบบและกระบวนการ
  2. การจัดการ กฎหมาย และงบประมาณ
  3. สาธารณูปโภค ประสบการณ์และมรดก
เจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิก 2028

ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ทางเจ้าภาพจะต้องส่งเอกสารและให้กับคณะกรรมการโอลิมปิกเพื่อให้ได้เข้าพิจารณาถึงความพร้องของการจัดการแข่งขัน ซึ่งทั้งสองเมืองได้ส่งเข้าไปทำทั้ง 3 ขั้นตอนจบครบและมีคณะกรรมการจาก โอลิมปิกเข้าไปดูพื้นที่พร้อมตรวจเอกสารทุกอย่างอย่างละเอียดในปี 2558- 2560 ซึ่งคณะกรรมการได้ตรวจรับและเห็นชอบให้ลงมะติให้ กรุงปารีสประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ ก่อนในปี 2024 และนครลอสแองเจลิสเป็นเจ้าภาพในปี 2028 ตามลำดับการลงมติของคณะกรรมการโอลิมปิก ซึ่งการจัดงานแข่งขันโอลิมปิกที่ทุกๆท่านทราบดีอยู่แล้วนั้น เป็นเพราะว่าการที่เมืองใดเมืองหนึ่งได้ทำการจัดการแข่งขันนั้นจะเป็นเมืองที่ถือว่าได้เป็นมหาอำนาจของการกีฬา เพราะทุกๆนักกีฬาทั่วทุกมุมโลกจะเข้ามารวมตัวกันที่เมืองนั้นๆ ประเทศนั้นๆ ทำให้เศรษฐกิจบองประเทศนั้นๆ ได้รายได้ที่ดีขึ้นและมีเงินสระพัดเข้าประเทศมากมายมหาศาล และยังได้เป็นประเทศมหาอำนาจของการกีฬาซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีที่ได้คัดเลือกเข้าเป็นเจ้าภานั่นเอง และเราก็ยินดีกว่าทั้ง 2 ประเทศที่จะได้เป็นประเทศเจ้าภาพของกีฬาโอลิมปิกในปี 2024 และปี 2028 และหวังว่าในครั้งต่อๆไปทุกๆท่านหรือจะได้เข้าไปสัมผัสบรรยาการการแข่งขันโอลิมปิกสักครั้งในชีวิต เพราะในการกีฬาโอลิมปิกนั้น ก็ถือว่าเหมือนเทศกาลที่เรียกว่า การเฉลิมฉลองของโอลิมปิกโบราณนั่นเอง

สัญลักษณ์ของการแข่งขันโอลิมปิก

การแข่งขันโอลิมปิก

ในตอนก่อนหน้านี้เราได้เล่าถึงเรื่องราวการย้อนรอยจากอดีตสู่ปัจจุบันของ การแข่งขันโอลิมปิก ว่าเริ่มต้นจากการเป็นโอลิมปิกโปราณและการส่งตัวแทนเข้ามาแข่งขันแต่ดันรัฐแต่ละรัฐก็อยากที่จะให้คนของตนนั้นชนะเลยก็มาการโกงกันเกิดขึ้นจนทำให้ต้องปิดการแข่งขันไม่มีการแข่งขันต่อไปนั่นเองแต่ต่อมาด้วยความที่มีบุคคลท่านหนึ่งที่โหยหาการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกได้ส่งจดหมายขอเข้าร่วมประชุมกับประเทศใหญ่ๆอาทิเช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกแต่ก็ช้ามา แต่แล้วก็ได้ทำการตอบตกลงและได้ตั้งคณะกรรมการและตั้งกฎกติกาขึ้นมาในการแข่งขันโอลิมปิกนั่นเอง ซึ่งจากการแข่งขันการตั้งกฎกติการ การร่วมการแข่งขันซึ่งกลายเป็นว่าการแข่งขันโอลิมปิกนั้นกลับเป็นการแข่งขันที่ทุกคนทั่วโลกรู้ดีว่ามันจะเป็นการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดเพราะมีมากกว่า 200 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งมันกลับเป็นเรื่องราวที่หน้าภาคภูมิใจของประเทแต่ละประเทศที่เข้าส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันนั่นเอง และนอกจากรางวัลการแข่งขันสิ่งที่สำคัญของการแข่งขันนั่นก็คือสัญลักษณ์ของ คบเพลิงโอลิมปิก

คบเพลิงโอลิมปิก

หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าโคมไฟโอลิมปิก ซึ่งคบเพลิงจะจุดขึ้นเมื่อมี การแข่งขันโอลิมปิก เป็นไฟกองใหญ่ที่จุดอยู่บนเทือกเขาโอลิมปัส เพื่อความสว่างไสวและทำให้ประชาชนทุกคนรู้ว่าถึงเวลาของการแข่งขันกีฬาและการเฉลิมฉลองแล้วนั่นเอง ซึ่งวิธีการจุดคบเพลิงในการแข่งขันนั้นก็คือการใช้แว่นขยายร่วมแสงพระอาทิตย์ไปยังเชื้อเพลิงที่เตรียมไว้เมื่อเชื้อเพลงทั้งหมดติดไฟดีแล้วก็จะนำใส่เข้ามาที่ตะเกียงเก็บไว้ กองไฟใหญ่จะลุกโชติช่วงตลอดเวลาจนกว่าจะจบงาน ส่วนของในตะเกียงที่เก็บไว้นั้นจะให้นักกีฬาวิ่งต่อกันเป็นทอดๆ ต่อกับไปเรื่อยๆคนละ 2ไมล์ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกโดยการที่ข้ามน้ำข้ามทะเลก็จะใช้เรือเป็นพาหะนะเพื่อไม่ให้ไฟดับนั่นเอง และในปัจจุบันก็ยังใช้การจุดแบบเดิมแต่จะมีกฎของการจุดอยู่ 1 อย่างที่ทุกท่านต้องทราบนั่นก็คือ จะให้ผู้หญิงที่จุดนั้นเป็นผู้หญิงที่เป็นผู้หญิงบริสุทธิ์ หรือหญิงสาวพรมหมจารีย์ เป็นผู้ถือแว่นขยายต่อไปนั่นเอง และจะส่งต่อให้กับประเทศเจ้าภาพนั้นๆนั่นเอง ซึ่งกฎอีกอย่างหนึ่งคือไฟที่จุดจากเทือกเขาโอลิมปัสนั้นจะต้องไม่ดับมาตั้งแต่เทือกเขาโอลิมปัส จนกว่าจะสิ้นสุดการแข่งขันโอลิมปิกในรอบนั้นๆนั่นเอง

สัญลักษณ์ของโอลิมปิก

สัญลักษณ์ของโอลิมปิกคือธงโอลิมปิก ซึ่งธงมีขนาดมาตรฐานยาว 3 เมตร กว้าง 2 เมตร บนธงผืนนั้นก็จะมีวงกลม 5 ห่วง ขนาด 2 เมตร คูณ 0.6 เมตร มีสีของสัญลักษณ์ทั้งหมด 5 สี คือ ฟ้า เหลือง ดำ เขียว และ แดง ตามลำดับจากด้านซ้ายไปด้านขวา คล้องไขว้กันอยู่ตรงกลางสองแถว แถวบน 3 ห่วง แถวล่าง 2 ห่วง ความหมายของห่วงที่คล้องกันนั้น หมายความว่า ห้าส่วนของโลกที่โอบอ้อมด้วยโอลิมปิกนิยม นั่นเอง และด้านล่างของห่วงนั้นมีคำอยู่ 3 คำ มีความหมายคือ

  1. Citius หมายถึง ความเร็ว ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องวิ่งให้ไวที่สุด
  2. Altius หมายถึง ความสูง ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องทำให้สูงที่สุดคือการได้รับเหรียญทอง
  3. Fortius หมายถึง ความแข็งแกร่ง ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องมีความแข็งแกร่งที่สุด

พิธีปิดหรือการจบการแข่งขันโอลิมปิก

ซึ่งพิธีปิดถือว่าเป็นพิธีที่สำคัญเป็นอย่างมากเพราะเหมือนจะบอกให้คนทั่วโลกได้ทราบว่า การแข่งขันได้เข้ามาถึงจุดจบของการแข่งขันในปีนั้นๆแล้ว พบกันใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้านั่นเอง ซึ่งพิธีปิดนั้นจะนำเอานักกีฬาทุกๆคนเดินเข้ามาในสนามกีฬาและทางเจ้าภาพจะทำการดับไฟบนคบเพลิงลง ถือว่าเป็นการสิ้นสุดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก นั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นการจบการแข่งขันกีฬาที่สวยงามและเป็นภาพความประทับใจของนักกีฬาที่อยู่ในสนามกีฬานั้นเป็นอย่างมากนั่นเอง

ย้อนรอยมารู้จักกีฬาโอลิมปิกกันเถอะ

olympic2020

กีฬาโอลิมปิกเป็นการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศที่มีทั้งกีฬาฤดูร้อนและฤดูหนาว ซึ่งมีหลายประเทศเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาและมีนักกีฬาเข้าร่วมมากกว่าพันคนโดยที่กีฬาโอลิมปิกเป็นกีฬาที่ทุกคนทั่วโลกมองว่าเป็นการแข่งขันกีฬาที่สำคัญมากที่สุดในโลกเพราะการแข่งขันโอลิมปิกมีประเทศที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันมากถึง 200 ประเทศ ด้วยความที่เป็นการแข่งขันที่ทุกคนทั่วโลกยอมรับทำให้นักกีฬาที่เป็นนักกีฬาทีมชาติได้รู้สึกถึงความสำคัญในการเข้าร่วมการแข่งขันว่า ถ้าได้รับเหรียญใน การแข่งขันโอลิมปิก นั้นก็จะมีเงินอัดฉีดภายในประเทศ และเป็นที่ยอมรับต่อไปภายหลังนั่นเอง ซึ่งนักกีฬาที่โด่งดังจากการแข่งขันโอลิมปิกก็มีอยู่มากมาย โดยที่การแข่งขันโอลิมปิกนั้นเป็นการแข่งขันทุกๆ 4 ปี โดยที่ผลัดเป็นกันในทุกๆ 2 ปี เป็นโอลิมปิกฤดูร้อนและโอลิมปิกฤดูหนาวนั่นเอง จากอดีตการแข่งขันโอลิมปิกนั้นได้รับแรงบันดาลใจจาก กีฬาโอลิมปิกโบราณ ในประเทศกรีซ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันโอลิมปิกในสมัยแรกปี 2439 ที่กรุงเอเทน ประเทศกรีซ และนับตั้งแต่นั้นมาก็มีการจัดการแข่งขัน

เริ่มต้นโอลิมปิกโบราณ

ซึ่งการแข่งขันโอลิมปิกโบราณนั้นเป็นคล้ายๆกับเทศกาลทางศาสนาในยุคโบราณ ซึ่งแต่ละรัฐในประเทศกรีซต้องส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งในการแข่งขันนั้นจะเน้นไปในเรื่องของการแข่งขันกรีฑาเป็นหลัก ซึ่งระหว่างการแข่งขันโอลิมปิกนั้นก็มีความขัดแย้งกันรัฐต่อรัฐ ซึ่งทำให้จุดกำเนิดของกีฬาโอลิมปิกโบราณกลายเป็นปริศนาและตำนานต่อๆมานั่นเอง

จุดเริ่มต้นโอลิมปิกสมัยใหม่

หลังจากที่โอลิมปิกโบราณได้สิ้นสุดลงไปนั้น มีคนผู้หนึ่งที่เกิดความคิดที่จะฟื้นฟูการแข่งขันโอลิมปิกขึ้นมาอีกครั้งโดยที่ติดต่อกับคนสำคัญของประเทศมหาอำนาจอย่าง อังกฤษ สหรัฐเมริกา และฝรั่งเศส และได้มีการประชุมลับกันซึ่งกรรมการผู้ริเริ่มได้ลงมติว่า ให้ทำการเปิดการแข่งขันโอลิมปิกขึ้น 1 ครั้ง ต่อ 4 ปี โดยที่ให้สมาชิกหมุนเวียนเปลี่ยนเจ้าภาพกันไปเรื่อยๆ

กีฬาโอลิมปิก
  1. เริ่มต้นการเปิดโอลิมปิกที่ กรุงเอเธนส์ประเทศกรีซ โดยการที่ย้ายเป็นเจ้าภาพนั้นให้ขึ้นอยู่กับการประชุมและลงมติของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ว่าจะเวียนเปลี่ยนเจ้าภาพประเทศสมาชิกและจะประกาศให้ทราบในปีโอลิมปิกล่าสุดนั่นเอง ซึ่งการที่ได้รับเลดือกให้เป็นเจ้าภาพนั้นถือว่าเป็นเกียรติอย่างมากและเป็นความภาคภูมิใจของคนทั้งประเทศนั้นๆนั่นเอง
  2. ประเทศสมาชิก อย่างที่รู้ๆกัน ประเทศสมาชิกของการแข่งขันโอลิมปิก นั้นมีทั้งหมด 197 ประเทศ และบางประเทศที่ไม่ได้เข้าร่วมแข่งขันเพราะเป็นประเทศที่เล็กทำให้จำนวนประชากรน้อย และขาดความพร้อมในการส่งเข้าแข่งขันนั้นเอง โดยที่คณะกรรมการสากลโอลิมปิกได้กล่าวไว้ว่า นักกีฬาที่เข้าร่วมโอลิมปิกนั้นจะต้องไม่เลือกศาสนา ผิวพรรณ ลัทธิการปกครอง แต่อย่างไรก็ตามแต่ในการจัดการแข่งขันนั้นเพื่อให้นักกีฬาแต่ละประเทศได้เป็นยุวทูตในการกีฬา เข้าแข่งขันและร่วมสนุกแลกเปลี่ยนความรู้ความตั้งใจกันนั่นเอง เพื่อมิตรภาพที่ดีต่อกันต่อไป
  3. รางวัล รางวัลในการแข่งขันที่ผู้ชนะจะได้ชื่นชมโดยแต่เมื่อก่อนจะเป็นการให้กิ่งมะกอกที่ตัดจากยอดเข้าโอลิมปัสดูสง่างามแต่ในปัจจุบันนั้นเป็นรางวัลการแบ่งเป็น เหรียญทองสำหรับผู้ชนะ เหรียญเงินสำหรับรองอันดับ 1 และเหรียญทองแดงให้กับรองอันดับ 2 นั่นเอง
การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการย้อนกลับไปถึงเรื่องราวของโอลิมปิกตั้งแต่ยุคเริ่มต้น ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของการแข่งขันจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการแข่งขันในปัจจุบันนั้นถือว่าประเทศเจ้าภาพอย่างประเทศญี่ปุ่นได้รับการยอมรับในเรื่องของการเป็นเจ้าภาพได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆถือว่าสุดยอดที่สุดเลยก็ว่าได้ต่อไปจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรนั้นรอติดตามชมกันได้ทุกๆวัน

การเดินทางของเทนนิส นักกีฬาเทควันโดเหรียญทองโอลิมปิก

เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ
เทนนิส นักกีฬาเทควันโด

จนถึงตอนนี้ใครที่ไม่รู้จัก น้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ คงเป็นคนไทยที่โลกออนไลน์เข้าไม่ถึงอย่างแน่นอน เพราะน้องเทนนิสสร้างชื่อเสียงให้กับวงการกีฬาเทควันโดของไทยเป็นอย่างมาก โดยที่กว่าจะก้าวเข้ามาสู่การแข่งขันโอลิมปิกน้องเทนนิสต้องผ่านการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นและหนักหน่วง แทบจะใช้เวลาทั้งชีวิตทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมและการแข่งขันเทควันโด อย่างจริงจังนั่นเอง จนได้เข้าสู่ทีมเยาวชนแห่งชาติ โดยในตอนก่อนหน้านี้ได้พูดถึง ประวัติของน้องเทนนิส และแรงบันดาลใจของเทนนิสที่ทำให้เขานั้นได้มีแรงผลักเข้าสู่การเป็นนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย โดยที่เริ่มต้นจากทีมชาติเยาวชน ในปี 2555 ที่เข้าร่วมกับงานเทควันโด เทรลเลบอร์ก โอเพ่น 2012 ซึ่งเทนนิสเข้าแข่งขันในรุ่น น้ำหนัก 46 กก และสามารถคว้าเหรียญทองในงานมาได้นั่นเอง ซึ่งการเดินทางของน้องเทนนิสในการเป็นนักกีฬาเทควันโดเยาวชนนั้นถือว่าค่อนข้างที่จะแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่ปี 2554 จนถึง ปี 2557 ที่เทนนิสได้รับตำแหน่งนักกีฬาทีมชาติเยาวชนนั้น ออกแข่งขันต่างประเทศแทบจะทุกงานและได้รับเหรียญกลับมาทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในประเทศไหนก็ตามที่ทีมชาติไทยเข้าร่วม ซึ่งหน้ายกย่องน้องเทนนิสในวัยสิบกว่าปีที่ขยันฝึกซ้อมและแข่งขันจนได้รับชัยชนะกลับมาทุกการแข่งขันในนามเยาวชนทีมชาติไทยนั่นเอง

การก้าวเข้าสู่รุ่นประชาชนของเทนนิส พาณิภัค

ทีมชาติไทย

เริ่มด้วยในปี 2558 ที่เทนนิสก้าวเข้าสู้อายุที่สามารถที่จะเข้าสู่นักกีฬาทีมชาติรุ่นใหญ่ได้แล้วนั่น ก็ทำการฝึกซ้อมและแข่งขันทีมชาติไทยชุดใหญ่ที่เป็นรุ่นประชาชนทั่วไป โดยในปี 2557 ได้เข้าร่วม 2 รายการในการแข่งขันเทควันโด คือรายการ เทควันโด แชมป์เปี้ยนส์ชิพ 2014 สามารถคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ และการแข่งขันเอเชียนเกม ครั้งที่ 17 ได้ทำการแข่งขันคว้าเหรียญทองแดงกลับมา ในปี 2558 เข้าร่วมการแข่งขันแชมป์เปี้ยนชิพมากมายโดยการเก็บประสบการณ์ของเทนนิสในปี 2558 นี้นั้นถือว่า เป็นการแข่งขันที่มากพอสมควรสำหรับนักกีฬาเทควันโด รุ่นน้ำหนัก 46-49 กก และมีทั้งได้เหรียญกลับมาและไม่ได้เหรียญกลับมาถือว่าเป็นการแข่งขันเปิดประสบการณ์ให้กับตนเอง เพื่อเข้าสู่การแข่งขันใหญ่ๆอาทิเช่น เอเชี่ยนเกม และ โอลิมปิกเกมนั่นเอง และในปี 2559 เทนนิสได้เข้าร่วมฝึกฏซ้อมร่วมกับ นักกีฬาเทควันโด ประเทศเกาหลีใต้ เป็นเวลา 1 เดือนโดยที่มีรุ่นพี่คนไทยที่อยู่ในสังกัดทีมชาติไทยอีก 7 คน เข้าร่วมฝึกซ้อมในครั้งนี้ด้วย และในปี 2559 ที่เทนนิส ได้รับคัดเลือกจากสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิก ในปี 2016 โดยที่ส่งรุ่น น้ำหนักไม่เกิน 49 กก ที่กรุงโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้นั้น เป็นการแข่งขันที่ดุเดือดและเทนนิสก็สู้สุดใจเพื่อที่จะนำเหรียญทองกลับมาประเทศไทย แต่แล้วก็ไม่สำเร็จเพราะยังมีคนที่เก่งกว่า แต่ก็ยังสามารถนำเหรียญทองแดง กลับมาประเทศไทยได้ ซึ่งถือว่าเป็นที่หน้าชื่นชมและยินดีของชาวไทยทุกคนนั่นเองและในปี 2560 เทนนิสได้เข้าร่วมการแข่งขัน สหรัฐเทควันโด แชมป์เปี้ยนชิพ 2017 และสามารถคว้าเหรียญทองกลับมาได้นั่นเอง

นักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย

จนในปี 2021 ในกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นการแข่งขันโอลิมปิกของน้องเทนนิส ที่ต่อสู้เข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ และดูการถ่ายทอดสดนั้น เป็นการแข่งขันที่สูสีอย่างมาก เพราะแต้มการแข่งขันของเทนนิสและนักกีฬาชาวสเปนถือว่า สูสีกันอย่างมากจนกระทั่งนักกีฬาชาวสเปนนำขึ้นมา 10-7 ในช่วง 2 นาที ก่อนหมดเวลา แต่แล้วเทนนิสก็สามารถเตะคู่แข่งจนคะแนนขึ้นมาเป็น 11 – 10 ซึ่งเป็นวินาทีที่ทุกคนทั่วโลกที่ดูการแข่งขันอยู่นั้น หัวใจแทบหยุดเต้นเพราะชาวไทยทุกคนก็ส่งแรงเชียร์น้องเทนนิสให้ได้เหรียญทองในการแข่งขันครั้งนี้ แต่แล้วได้หมดเวลาการแข่งขันและน้องเทนนิสก็สามารถเอาชนะนักกีฬาทีมชาติสเปนได้สำเร็จนั่นเอง ถือว่าเป็นเรื่องราวที่ดีมากที่สุด สร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยทั่วทั้งประเทศ ซึ่งในการแข่งขันและการเดินทางของน้องเทนนิสนั้น ก็ถือว่าเข้าบทโหดตั้งแต่รุ่นเยาวชนจนก้าวเข้าสู่รุ่นประชาชนทั่วไปนั่นเอง ถึงแม้ว่าครั้งนี้เทนนิสจะประสบความสำเร็จแต่น้องก็ยังต้องสานฝันที่จะเป็นนักกีฬาเทควันโดอันดับ 1 ของโลกอีกให้ได้แน่นอน

เปิดประวัติแชมป์เหรียญทองกีฬาโอลิมปิกของไทย

เหรียญทองโอลิมปิก 2020

จากที่ได้อ่านเรื่องราวรอยยิ้มของคนไทยในช่วงวิกฤตแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 2019 ในช่วงนี้นั้นผู้ที่สร้างรอยยิ้มให้กับชาวไทยในวันที่ทุกๆคนต้องสู้กับโรคระบาดที่มียอดผู้ติดเชื้อมากกว่า 1 หมื่นคนนั้น เป็นเด็กสาวอายุเพียง 24 ปีเท่านั้น ที่เป็นนักกีฬาเทควันโด กีฬาแรกๆที่ฝึกสอนโดยโค๊ชเช ผู้ฝึกสอนชาวเกาหลีใต้ที่มีเลือดเนื้อเป็นชาวไทยและพา นักกีฬาเทควันโดของไทยได้เหรียญทองมาแล้วไม่น้อย ซึ่งจากที่เราตามข่าวและวันที่เราได้รับชมถ่ายทอดสดกันนั้น น้องเทนนิส ได้แข่งขันเข้ารอบชิงชนะเลิศที่เป็นวินาทีที่บอกได้เลยว่า บีบหัวใจชาวไทยทุกคนเป็นอย่างมากเพราะเป็นช่วงเพียง 7 วินาทีสุดท้ายก่อนที่จะได้แต้มนำคู่แข่งชาวสเปน ซึ่งถ้าวินาทีนั้นน้องไม่ได้จังหวะที่สวนเตะที่กลางลำตัวน้องก็อาจจะได้เพียงเหรียญเงินเท่านั้น แต่โชคก็เข้าข้างน้องเทนนิสของเรา ทำให้น้องสามารถคว้า เหรียญทองในกีฬาโอลิมปิก 2020 กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ไปได้นั่นเอง ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวไทยทุกคนจริงๆ เพราะน้องสามารถทำให้คนไทยที่ดูรายการถ่ายทอดสกพร้อมเชียร์น้องอยู่นั้น ได้เฮดีใจและสร้างรอยยิ้มที่สุดแสนจะชื่นมื่นให้กับชาวไทยทุกคนนั่นเอง

น้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พานิช

โค๊ช ชเว ยองชอก

เรืออากาศตรีหญิง พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ หรือน้องเทนนิส เป็นนักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทย ซึ่งเป็นบุตรสาวของ นายสิริชัย วงศ์พัฒนกิจ และนางวันทนา วงศ์พัฒนกิจ ซึ่งครอบครัวนี้เป็นครอบครัวนักกีฬาทั้งสิ้น พ่อและแม่ก็เป็นนักกีฬา ว่ายน้ำ และเทนนิสเป็นเด็กจังหวัดสุราษฏร์ธานี และได้เข้ามาเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนเทพลีลา และได้เรียนจบปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย ซึ่งน้องเทนนิสเป็นบุตรคนที่ 3 ของบ้านวงศ์พัฒนกิจ โดยมีลูกสาวคนโตซื่อโบลิ่ง และพี่ชายคนกลางชื่อ เบสบอล ซึ่งเป็นครอบครัวนักกีฬาทั้งสิ้นนั่นเอง ทุกคนเป็นอดีตนักกีฬาทั้งสิ้น เทนนิสเริ่มต้นเล่นเทควันโด ตั้งแต่อายุเพียง 9 ขวบ และได้เข้ามาสู่ นักกีฬาเทควันโด ทีมชาติในอายุเพียงแค่ 13 ปี จากการแข่งขันที่ได้เหรียญทองเทควันโดที่จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยที่ โค้ช เช หรือ ชเวยองชอก เห็นหน่วยก้านของน้องที่ดีจึงเรียนน้องเทนนิสเข้ามาฝึกซ้อมและคัดเลือกเป็นตัวแทนของทีมชาติต่อไป ซึ่งตัวเธอนั้นมีแรงบันดาลใจจากพี่ชายในการเล่นและ แข่งขันเทควันโด เธอเลยกล้าที่จะตัดสินใจและเข้ามาคัดเลือกทีมชาตินั่นเอง และอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญของน้องเทนนิสนั่นก็คือ เขามีนักเทควันโดในดวงใจของเขาคือวิว เยาวภา บุรพลชัย ซึ่งเป็นนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิก รุ่นพี่ที่สร้างชื่อเสียให้กับคนไทยว่า คนไทยก็สามารถเอาชนะนักกีฬาทีมชาติเกาหลีได้นั่นเอง

เทนนิส พาณิภัค

ซึ่งเรื่องราวของน้องก็ยังไม่ได้หมดแต่เพียงเท่านี้ทั้ง การก้าวเข้าสู่นักกีฬาเทควันโดเยาวชน ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คนอื่นเข้าใจ เพราะการฝึกซ้อมของนักกีฬาทุกคนนั้นก็หนักพอสมควร กว่าจะก้าวเข้ามาแข่งขันในรุ่นเยาวชนได้ ต้องเสียแรงเสียเหงื่อเพื่อเข้ามาฝึกซ้อมและแข่งขัน โดยที่ในปี 2554 เทนนิสได้เข้าร่วมการแข่งขันเยาวชนทีมชาติไทย ในรายการ โคเรีย โอเพ่น 2011 ที่ชุชอน ประเทศเกาหลีใต้ และเขาสามารถคว้าเหรียญทองเหรียญแรกของเขาในรุ่นเยาวชนได้ ถือว่าการที่เขาตั้งใจฝึกซ้อมนั้นเป็นแรกผลักดันให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาตั้งใจมากๆนั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องราวดีๆของน้องเทนนิสนักกีฬาเทควันโดเหรียญทองโอลิมปิก 2020 กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น

รอยยิ้มของชาวไทยในช่วงที่การแพร่ระบาดสีแดงเข้ม

เทควันโด้

ในช่วงการเริ่มต้น การแข่งขันโอลิมปิก เป็นช่วงที่ในประเทศไทยเข้าขั้นวิกฤตในการระบาดของไวรัสโควิด 19 ระลอก 3 ที่บอกได้เลยว่าเข้มข้นกว่าประเทศอื่นมากๆเพราะเป็นการแพร่กระจายที่เพิ่มขึ้นในทุกๆวันตั้งแต่เมษายนที่ผ่านมา และยืดยาวมาถึงกรกฎาคม จนถึงปัจจุบัน ทำให้มีการออกคำสั่งต่างๆจากประเทศลดการเดินทาง ต่างๆนานา ทำให้ประเทศไทยดูหม่นหมองจากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเพราะร้านค้าก็ปิดทำการ ร้านอาหารปิดให้บริการ บางจังหวัดล็อกดาวน์ ห้ามข้ามจังหวัด แต่ใน การแข่งขันโอลิมปิกในกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ที่มีการแข่งขันที่มีทัพนักกีฬาไปเข้าร่วมด้วยหลายรายการ โดยที่นักกีฬาที่ไปแข่งขันในฤดูกาลนี้ต่างก็ฝึกซ้อมและจะทำการแข่งขันเพื่อให้คนไทยมีรอยยิ้มและความสุขอีกครั้งอย่างแน่นอน โดยที่มีการสำรวจถึงการจัดอันดับต่างๆของการค้นหาถึงเรื่องราวของนักท่องโลกออนไลน์ ได้ผลว่าคนไทยเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ค้นหาเรื่องราวของกีฬาโอลิมปิกมากกว่า การแพร่ระบาดของาเชื้อไวรัสโควิด 2019 มากกว่าถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคนไทยทุกคนก็คงอยากที่จะคลาดเครียดในเรื่องราวของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 และได้หาอะไรที่สามารถเยียวยาจิตใจได้ดีที่สุดนั่นเอง

นักกีฬาไทยทำได้สร้างรอยยิ้มให้แฟนกีฬาชาวไทย

เทนนิส พาณิภัค

ซึ่งในที่สุด การแข่งขันโอลิมปิก ก็สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยได้โดยนักกีฬาเทควันโด้อย่างน้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ซึ่งเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่ได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันโอลิมปิกในกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น โดยที่เธอนั้นสามารถเอาชนะ อาเดรียน่า เซเรโซ่ อิเกลเซียส จากสเปน 11 – 10 แบบสุดบีบหัวใจที่สุด รุ่น 49 กก.หญิง โดยที่ถ้าใครชมถ่ายทอดสดในวันนั้นก็จะรู้ว่าวินาทีที่บีบหัวใจคนไทยนั้นเป็นวินาทีที่บอกได้คำเดียวว่าเสียน้ำตาได้เลย เพราะใน 1 นาทีก่อนหมดเวลานั้น นักกีฬาชาวสเปนได้นำน้องเทนนิสและมีหวังว่าตนเองนั้นจะได้คว่าเหรียญทองอย่างแน่นอน แต่แล้วใน 7 วินาทีก่อนหมดเวลา ที่น้องเทนนิสเตะเข้ากลางลำตัวและได้คะแนนเพิ่มไปนั้น เป็นวินาทีที่ชาวไทยทุกคนและแม้แต่โค๊ชเช ก็ยังต้องหลั่งน้ำตาออกมาเพราะเป็นวินาทีที่รู้ว่า น้องเทนนิสจะได้แชมป์และได้ เหรียญทองโอลิมปิกเหรียญแรกของคนไทย นั่นเอง ซึ่งหมดเวลาการแข่งขัน ทุกอย่างเกินขึ้นเร็วมากสำหรับน้องเทนนิสนักกีฬาเหรียญทองเทควันโด้โอลิมปิก กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ที่ขึ้นรับเหรียญทองอย่างเป็นทางการและ หลังน้ำตาแห่งชัยชนะในครั้งนี้ให้กับคนไทยได้มีรอยยิ้มในวันที่ทุกอย่างดูเลวร้ายในวิกฤตเศรษฐกิจที่แย่มากๆ และน้องเป็นหนึ่งในรอยยิ้มของทุกคนที่ร่วมยินดี โดยที่คนไทยทั้งประเทศต่างก็ชื่นชมและยินดีกับทั้งโค๊ชเช ผู้ปลุกปั้นน้องเทนนิส และตัวของน้องเทนนิสที่เป็นผู้แข่งขันและขยันฝึกซ้อมจนได้เหรียญทองโอลิมปิกในปี 2020 นี้ และเป็นคนแรกที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกในประเทศไทยนั่นเอง

เหรียญทองโอลิมปิก 2020

เพราะถึงอย่างไรแล้วเป้าหมายของน้องเทนนิสก็คือการทีได้ เหรียญทองโอลิมปิก สักครั้งในชีวิตเพื่อเป็นของขวัญให้กับบิดา และครอบครัวของน้อง แม้ว่าในปี 2016 จะไม่สามารถคว้าเหรียญทองมาได้แต่ในปีนี้ก็สามารถคว้าเหรียญมาได้และยังเป็นเหรียญที่สร้างรอยยยิ้มให้กับชาวไทยทุกคนนั่นเอง