5 ใน 10 สิ่งที่ควรรู้ในโตเกียวโอลิมปิก

โตเกียวโอลิมปิก 2020
เหรียญจากขยะรีไซด์เคิล

หลังจากเมื่อวานนี้ได้เกิ่นถึงเรื่องราวของ 10 สิ่งที่ควรรู้ในการแข่งขันโอลิมปิก ไปแล้วนั้น ก็มีสิ่งที่ควรรู้หลายสิ่งที่เราที่เป็นแฟนคลับของโอลิมปิกหรือเป็นแฟนคลับของนักกีฬาทีมชาติไทย หรือแม้แต่เจ้าภาพอย่างประเทศญี่ปุ่นที่เป็นประเทศที่ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งญี่ปุ่นเองก็เป็นประเทศที่ถือว่าได้รับหน้าที่เป็นประเทศเจ้าภาพที่หน้าประทับใจมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะถึงแม้ว่าเขานั้นจะขาดรายได้ของการขายตั๋วเข้าชม เพราะด้วยสถานการณ์โควิดที่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน ทำให้การจัดการแข่งขันโอลิมปิกปี 2020 ไม่สามารถมีผู้เข้าชมได้มีเพียงแต่นักกีฬาและตัวแทนของทีมชาติและโค๊ชเท่านั้นที่จะสามารถเข้าอยู่ในสนามในกีฬานั้นๆได้ แต่ในพิธีเปิด ถึงแม้ว่าบนอัฒจันทร์จะไม่มีผู้นั่งดูการแสดงพิธีเปิดเลยก็ตามแต่ความประทับใจของประเทศญี่ปุ่นนั้น เขานำหมีมาวางเป็นสัญลักษณ์แทนคนและเว้นระยะห่าง ตามมาตรการขององการอนามัยโลกอย่างเคร่งครัดนั่นเอง และต่อมาเป็น 5 สิ่ง ที่เหลือใน 10 สิ่งที่ควรรู้ในโตเกียวโอลิมปิก 2020

6. จำนวนผู้ร่วมการแข่งขันและผู้ชม ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ โรคระบาดโควิด 19 ที่ทำให้การแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกได้เลื่อน ออกไปถึง 1 ปี และด้วยมาตรการของประเทศญี่ปุ่นในการแข่งขันโอลิมปิกนั้น จึงจะไม่มีผู้ชมในสนามและให้มีเพียงผู้แข่งขัน เจ้าหน้าที่ในสนามการแข่งขันเพียง 1 คน เพื่อเว้นและรักษาระยะห่าง และเพื่อควบคุมและป้องกันโรคระบาดนั่นเอง

7. ผู้เข้าแข่งขันที่อายุน้อยและอายุมากที่สุดในการเข้าแข่งขัน โอลิมปิก 2020 เป็นอีก1เรื่องราวที่หน้าสนใจสำหรับผู้ที่เข้ามาทำการแข่งขันที่มีอายุน้อยที่สุดและมีอายุมากที่สุด  ซึ่งนักกีฬาที่อายุน้อยที่สุดมาจากประเทศซีเรีย ที่มีอายุเพียง 11 ปี ซึ่งเขามาแข่งขันกีฬาเทนนิส ส่วนผู้เล่นที่มีอายุมากที่สุด มาแข่งขันกีฬาเทเบิ้ลเทนนิส จากประเทศจีน ซึ่งมีอายุ 57 ปี นั่นเอง ถือว่าเป็นผู้แข่งขันที่มีอายุน้อยร้อยความสามารถและอายุมากแต่ไม่ยอมแก่กันเลยที่เดียว

8. เหรียญโอลิมปิกที่ผลิตมาจากขยะรีไซเคิล เรื่องของเหรียญโอลิมปิกที่มีคนต่างก็พูดถึงกันทั่วโลก เพราะเหรียญรางวัลของงานโตเกียวโอลิมปิกนั้น ทำจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเช่นพวกเศษจากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือนั่นเอง โดยมาจากที่คนในประเทศญี่ปุ่นบริจาคให้นั่นเอง ทำให้เหรียญรางวัลของโตเกียวโอลิมปิก นั้นเป็นเหรียญที่อยู่ภายใต้คอนเซ็ปรักษ์โลก ซึ่งเหรียญรางวัลทั้งหมดนี้จัดทำขึ้นถึง 2500 เหรียญ ออกแบบโดยนักออกแบบชาวญี่ปุ่นและด้านหลังของเหรียญเป็นรูปของเทพีแห่งชัยชนะ และการบรรจุใส่กล่องเพื่อเป็นกล่องเก็บเหรีญรางวัลนั่นเอง

9. มาสคอสในการแข่งขัน ซึ่งการแข่งขันโอลิมปิกทุกฤดูกาลจะต้องมีมาสคอสประจำทุกการแข่งขัน ซึ่งในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน มาสคอสของโตเกียวโอลิมปิกเกิดขึ้นเพราะการโหวตของนักเรียนระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนญี่ปุ่นโดยที่ใช้มาสคอสในการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกในครั้งนี้มีชื่อว่า มิระโทวะ ที่แปลว่า อนาคตที่สดใสชั่วนิรันดร์ ซึ่งมาสคอสตัวนี้จะทำให้ผู้ที่เข้าแข่งขันทุกคนเต็มไปด้วยความหวังแห่งอนาคต

10. นักกีฬาไทยที่เข้าร่วมการแข่งขัน ทัพนักกีฬาไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันมีทั้งหมด 42 คน และมี 14 กีฬา ซึ่งทั้งหมดของการแข่งขั้นนั้น มีคนไทยที่ได้เหรียญทองจากการแข่งขันแล้ว 1 คน นั่นกะคือ น้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโด อันดับ 1 ในรุ่นน้ำหนัก 49 กิโลกรัม และเหรียญทองแดงคือน้องแต้ว สุดาพร นักชกมวยสากลสมัครเล่น ที่ได้เหรีญทองแดงกลับมาประเทศไทย โดยที่ประเทศไทยได้เหรียญในการแข่งขันทั้งหมด 2 เหรียญ จากทั้งสองกีฬานี้

และนี่เป็น 10 สิ่งที่ควรรู้ในการแข่งขันโอลิมปิก 2020 เนื่องด้วยสถานการณ์ต่างๆรอบโลกทำให้การเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวต้องทันและสมดุลกันมากที่สุดดังนั้นเจ้าภาพก็ได้เรื่องราวได้อย่างเสียอย่างกันไปตามความเหมาะสมนั่นเอง ถึงอย่างไรก็ตามโตเกียวโอลิมปิกได้จบลงไปแล้ว แต่ภาพความประทับใจของทัพนักกีฬาต่อเจ้าภาพก็ถือว่ายังคงตราตรึงในหัวใจอยู่เสมออย่างแน่นอน

10 สิ่งที่ควรรู้ในเรื่องของโอลิมปิก 2020

โตเกียวโอลิมปิก 2020
พิธีเปิดโอลิมปิก2020

กิจกรรมต่างๆที่ทุกคนให้ความสนใจและติดตามมากที่สุดคงหนีไม่พ้นกีฬาโอลิมปิก ซึ่งการจัดงานโอลิมปิกนั้น จะจัดขึ้น 4 ปีครั้งหนึ่ง และทุกคนทั่วโลกต่างก็รอลุ้นถึงเรื่องของเหรียญทองโอลิมปิกที่นักกีฬาคนใดจะได้รับ และการเชียร์กีฬาที่ชื่นชอบของ ทัพนักกีฬาไทย หรือแม้แต้กีฬาที่ชื่อชอบกับนักกีฬาที่ทุกคนชื่นชอบอยู่แล้วนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับทั่วโลกที่ชอบนักกีฬาไทย ที่แฟนคลับชาวไทยที่ชื่นชอบนักกีฬาชาวต่างชาติ ซึ่งก็มีลุ้นมีหวังกันในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ ซึ่งถ้าไทยได้ลงแข่งขันก็ต้องเชียร์คนไทยได้ชิงเหรียญทองอย่างแน่นอน เพราะ เอาเหรียญกลับมาประเทศไทยและมาเป็นผลงานของทัพนักกีฬาไทย ที่สามารถคว้าเหรียญทองในโตเกียวโอลิมปิกนั่นเอง

10 สิ่งหน้าสนใจในกีฬาโอลิมปิก 2020

พิกโตแกรมโอลิมปิก2020
  1. รู้หรือไม่ว่าโตเกียวโอลิมปิกจัดขึ้นในปี 2021 แต่ขอใช้ชื่อว่า โอลิมปิก 2020 เพราะว่าจริงๆแล้วการแข่งขันโอลิมปิกจัดขึ้นเมื่อปี 2020 แต่ด้วยสถานการณ์โรคระบาดและถูกเลื่อนออกมาถึง 1 ปี จนทำให้ต้องเลื่อนมาถึงปี 2021 แต่อย่างไรก็ตามประเทศญี่ปุ่นก็ยังคงชื่อของ โตเกียวโอลิมปิก 2020 เพราะยังคงคอนเซ็ปเดิมอยู่ทำให้ใช้ชื่อ Tokyo 2020 Olympic นั่นเอง
  2. กำหนดการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ซึ่งพิธีเปิดโอลิมปิกอย่างเป็นทางการได้จัดขึ้นที่สนามกีฬาแห่งชาติกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งการแข่งขันจัดถึงวันที่ 8 สิงหาคม โดยจัดงานรวมแล้วใช้เวลาจัดการแข่งขันเพียงแค่ 17 วันเท่านั้น โดยที่การแข่งขันส่วนใหญ่จะอยู่ภายในหมู่บ้านนักกีฬาในกรุงโตเกียวเท่านั้น
  3. พิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ซึ่งมีภายใต้ชื่อการเปิดการแข่งขัน การรวมใจเป็นหนึ่งเดียวของมวลมนุษย์ชาติ ซึ่งตรงคอนเซ็ปของการแข่งขันในการรวมตัวกันของนักกีฬาและอีกหลายๆประเทศที่กำลังต่อสู้กับโรคระบาดอย่างโควิด 19 ซึ่งการเปิดงานโอลิมปิก องค์ประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน โดยที่ยึดหลักความเสมอภาค ทำให้นักกีฬาชาย-หญิง ร่วมกันถือธงชาติ หน้าขบวนพาเหรดเดินเข้าสู่สนาม อย่างสง่างาม
  4. 1ในไวรัลที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์มากที่สุดในพิธีเปิด ซึ่งทุกคนที่ได้ดูถ่ายทอดสดในพิธีเปิดโตเกียวโอลิมปิก 2020 ได้เห็นการแสดงโชว์ พิกโตแกรม หรือ สัญลักษณ์แทนตัวหนังสือ ซึ่งเป็นการแสดงในรูปแบบง่ายๆ และเข้าใจได้ง่าย เป็นสัญลักษณ์ของตัวหนังสือในการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ซึ่งแรงบันดาลใจเป็นสัญลักษณ์ที่ดูเรียบง่ายและเข้าใจง่าย
  5. กีฬาที่จัดแข่งขัน โอลิมปิกในครั้งนี้ มีการจัดการแข่งขันกีฬาทั้งหมด 33 ชนิด มีรอบการแข่งขันทั้งหมด 339 รอบ พร้อมกับมีรอบชิงถึง 41 รอบกับกีฬาทั้งหมดรวมกัน และยังมี กีฬาที่ถูกบรรจุใหม่ ถึง 6 กีฬา คือ เซิร์ฟ สเก็ตบอร์ด ปีผา คาราเต้ ซอร์ฟบอล เบสบอล ที่เป็นกีฬาที่ถูดบรรจุใหม่ในโตเกียวโอลิมปิก 2020 ในครั้งนี้อีกด้วย
การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก2020

ซึ่งทั้ง 5 รายการนี้ เป็น 5 อันดับของ 10 สิ่งที่หน้าสนใจใน โตเกียวโอลิมปิก 2020 ในครั้งนี้ และจะมีอีก 5 ลำดับในตอนต่อไปซึ่งสิบสิ่งสำคัญของโอลิมปิกเกมเป็นเพียงแค่การสังเกตจากผู้ที่ดูรายการถ่ายทอดสด ในการแข่งขันและการเชียร์กีฬาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของประเทศญี่ปุ่นที่เป็นประเทศที่ใสใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกของเขานั่นเอง และสิ่งสำคัญของการแข่งขันโอลิมปิกอีก 5 สิ่ง จะมีอะไรต่อไปนั้นเรามาติดตามกันในตอนต่อไปได้เลย

นักกีฑาทีมชาติไทยคนที่ 18 ในโตเกียวโอลิมปิก

นักวิ่งลูกครึ่งไทย- อเมริกัน ที่ก่อนหน้านี้ทุกคนคงไม่รู้จักกัน ซึ่งเขาเป็นเจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ 2019 และยังเป็นนักวิ่งที่ลงแข่ง 10000 เมตร ใน โอลิมปิกเกมส์ 2020 คือ นายคีริน ตันติเวทย์ นักกีฬาทีมชาติไทย และจุดเริ่มต้นของเขาคือ วิ่งตามพี่ชาย เพราะเขานั้นชอบออกไปวิ่งออกกำลังกายกับพี่ชายของเขา ซึ่งพี่ชายเขาอยู่ชมรมกรีฑาในมหาวิทยาลัยนั่นเอง ซึ่งตัวเขาเองนั้นก็เข้าไปอยู่ในชมรมกรีฑาในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งการเริ่มต้นของคีรินคือการวิ่งระยะทาง 5 กิโลเมตร 8 กิโลเมตร ต่อมาเข้าฝึกซ้อมและเริ่มวิ่งบนลู่วิ่ง โดยการฝึกซ้อมของเขานั้นเริ่มต้นจากระยะ 1 ไมล์ ไปถึง 3 พันเมตร และเพิ่มระยะขึ้นไปเรื่อยๆตามละดับจาก 3 พัน 5 พัน และ 1 หมื่นเมตร  ซึ่งถือว่าเป็นนักวิ่งที่อึกถึกทนในการวิ่งจะยะยะยาวๆขนาดนี้ เพราะการวิ่งอาทิเชนการวิ่งมาราธอนนั้นต้องใช้การวิ่งแบบ ระยะยาว แต่เป็นการซ็อมที่ออกไปวิ่งในสนามจริง หรือออกไปวิ่งในสนามที่มีบรรยากาศเพื่อไม่ให้มีความรู้สึกเบื่อในการฝึกซ้อมแต่ คีรินสามารถฝึกซ้อมวิ่งบนลู่วิ่งได้ในระยะ 3พัน-1หมื่นเมตร บนลู่วิ่ง ถือว่าเป็นเรื่องที่หน้ายกย่องมากจริงๆ

ผลงานของคีรินนักกรีฑาทีมชาติไทย

เริ่มต้นจากผลงานการแข่งขันในทัวร์นาเม้นของปี 2019 ที่ อินดอร์ ไอวี่ เฮป แชมป์เปี้ยนชิพ  ซึ่งคีรินได้คว้าแชมป์จากรายการนี้โดยรองเท้าขึ้นเดียว เพราะเขาเกิดปัญหาจากรองเท้าที่คนข้างหลังเหยียบส้น ตอนที่วิ่งออกจากจุดเริ่มต้นเพียง 300 เมตร และคีรินไม่เก็บรองเท้าและวิ่งต่อไปจนจบแถมยังคว้าแชมป์ในรายการนี้โดยใช้เวลาเพียง 8.12.72 ชั่วโมงเท่านั้น โดยที่ผลงานของเขานั้นไม่หมดแต่เพียงเท่านั้น ยังมีผลงานวิ่ง 5000 เมตร ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และยังเป็นนักวิ่งที่วิ่ง 1 ไมล์ ใช้เวลาในการวิ่งเพียง 4นาทีเท่านั้น และเขาในฐานะนักกีฬาทีมชาติไทย เขายังคว้าที่ 4 ของการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ในปี 2018 ในการวิ่งระยะ 10000 เมตร และถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เหรียญแต่เขานั้นก็ทำให้คนไทยพูดถึงเขาหลังจากจบรายการนี้มากมาย ซ฿งทราบกันดีว่า คีริน มีความคาดหวังในเรื่องของการแข่งขันโอลิมปิก 2020 มาก เพราะอยากใส่เสื้อของทีมชาติไทยเข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2020 โดยที่เป็น นักกีฬาทีมชาติไทยคนที่ 18 ที่ไปสู้ศึกโอลิมปิก ในครั้งนี้โดยที่คีรินสามารถจนการแข่งขันรายการวิ่ง 10000 เมตร โดยใช้เวลา 29.01.92 นาที ซึ่งผลงานครั้งนี้อาจจะไม่เป็นที่หน้าพอใจนักก็ตามแต่ แต่รู้ไว้เลยว่าเป็นความประทับใจของชาวไทยทุกคนที่ได้ดูรายการถ่ายทอดสดการแข่งขันในรอบนี้ นอกเหนือจากนั้น คีรินยังคงติดอันดับ 1 ใน 5 Sup 27.20 ของประวัติศาสตร์นักวิ่งกรีฑาเอเชียอีกด้วย

ผลงานของคีรินยังคงมีอีกมากมายต่อเนื่อง เพราะอายุเพียง 24 ปี และเขายังเป็นนักวิ่งฝีเท้าดีที่แฟนๆชาวไทยยอมรับว่าเขาต้องเป็นเหมือนกับ ยูเซ็นโบ้ ที่เป็นนักวิ่งอันดับ 1 ของโลกได้นั่นเอง เราสามารถติดตามผลงานของคีรินในชุดทีมชาติไทยได้อีกหลายรายการ แม้ว่าไม่มีใครที่ยังไม่รู้จักเขาก็ตามแต่เชื่อเลยว่าในตอนนี้ทุกท่านต้องรู้จัก คีริน ตันติเวทย์ นักกีฑาวิ่งลู่ ที่เก่งที่สุดในประเทศไทยแน่นอน รอลุ้นและรอเชียร์ใน โอลิมปิก 2024 กันได้เลย

เมย์รัชนกยืนยันไม่ดราม่าชุดแข่ง

เมย์ รัชนก อินทนนท์

แบรนด์ไทยเป็นแบรนด์ที่ทุ่มเงินสนับสนุนชุดแข่งขันกีฬาให้กับทัพนักกีฬาไทย ที่ร่วมเข้าแข่งขันในกีฬาโตเกียวโอลิมปิก 2020 ซึ่งทุกๆนักกีฬาที่เป็นทีมชาติไทยนั้น จะต้องใส่ชุดการแข่งขันภายใต้แบรนของแกรนสปอร์ต และกีฬาอีก 1 กีฬาที่เป็นความหวังของชาวไทยทุกคนในการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกในปีนี้นั้น นั่นก็คือกีฬาแบตมินตัน ที่นักแบตมินตันอย่าง น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ ที่คนไทยหวังว่าจะ คว้าเหรียญทองโอลิมปิกกลับประเทศไทยอีกสัก 1 เหรียญ แต่กลับมาเป็นประเด็นในเรื่องของเสื้อผ้าการแข่งขันที่อย่างที่ทราบกันดีว่า ชุดที่น้องเมย์ใส่ในวันที่แข่งขันนั้น น้องเมย์ต้องถกแขนเสื้อตลอดเวลา และทำให้คนไทยรู้สึกว่าชุดที่นักแบตมินตันใส่ไม่ควรที่จะเป็นชุดในสไตล์แบบนี้ ควรที่จะมีความพอดีและยืดหยุ่นมากกว่านี้ จึงมีบทวิพาร์กวิจารณ์ในเรื่องของการออกแบบชุดกีฬาของแบรนไทยที่ยังคนสักภาพแบบเดิมๆ เชยๆ จนขึ้นเทรนทวิตเตอร์อันดับต้นๆของเมืองไทย

น้องเมย์ได้เปิดใจถึงประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้น ซึ่งน้องเมย์ได้กล่าวว่า ในตอนแรกใส่ชุดกีฬาของแกรนสปอร์ตปกติอยู่แล้วแต่ถึงเวลาการแข่งขันได้มีทีมงานเข้ามาเพื่อให้เปลี่ยนชุดใส่แข่งก่อนลงสนาม ซึ่งตนเองก็ไม่ได้พูดอะไรถึงเรื่องนี้เพราะว่าเปลี่ยนก็คือเปลี่ยน เพราะต้องการเน้นไปถึงเรื่องของผลงานการแข่งขันมากกว่า ที่จะมาโฟกัสถึงเรื่องชุดโดยที่ไม่คิดอะไรนั่นเอง และทางฝ่ายของนายกสมาคมกีฬาแบตมินตัน กล่าวว่า เรื่องของชุดกีฬาของน้องเมย์นั้นไม่อยากให้เข้าไปโฟกัสที่เรื่องนั้นมาก อยากให้โฟกัสที่เรื่องของผลงานของน้องเมย์ และคอยเป็นกำลังใจให้น้องมากกว่าเรื่องนี้ เพราะถึงยังไงก็ตามนั้นผลงานของน้องเมย์ก็สำคัญกว่าและเรียกความมั่นใจในการลงแข่งขันกลับมามากกว่า ที่จะมาเจาะจงโจมตีกเรื่องของชุดแข่งของน้อง ไม่ว่าผลงานของน้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ จะเป็นอย่างไรก็ตาม ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ๆในการแข่งขันโอลิมปิกเพื่อที่จะเป็นครูในการสอนให้ข้ามผ่านเข้าไปถึง โอลิมปิกในปี 2024 ได้อีกครั้ง ซึ่งตัวของเมย์เองนั้น พร้อมที่จะตั้งเป้าลุยต่อในผลงานต่อๆไป และตั้งเป้าลุยที่การแข่งขันโอลิมปิกสมัยหน้าแล้วนั้น ซึ่งเป้าหมายหลังจากนี้ที่มีทั้งรายการอื่นๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรายการอาชีพ รายการเอเชี่ยนเกมส์ แต่ทุกครั้งที่เมย์ รัชนกลงสนามแข่งขันนั้น เมย์ก็สวมวิญญาณที่เป็นนักสู้มากๆที่สุด เพื่อให้เป็นผลงานที่ดีที่สุดของเมย์นั่นเอง และเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเรื่องของการแข่งขันโอลิมปิกนั้น ก็ยังตั้งเป้าไปที่การแข่งขันโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และยังคงเป็นรายการที่สำคัญสำหรับตัวเมย์ เพราะเป็นการพิสูจน์ให้รู้ว่า เราสามารถคว้าเหรียญทองให้กับประเทศไทยและตัวเองได้สำเร็จนั่นเอง

ถึงอย่างไรก็ตามก็ขอให้แฟนคลับและแฟนแบตมินตันทุกคนโฟกัสที่ผลงานของเมย์ เพื่อเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของทุกๆคน ส่วนเรื่องอื่นก็ไม่มีอะไรที่ต้องสงสัย ว่าจะมีเรื่องราวดราม่ากันต่อไปหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามการแข่งขันทีมชาติที่แบรนทุ่มเงินมหาศาลขนาดนั้นก็อยากที่จะให้ทำเสื้อผ้าที่รัดกุมให้กับนักกีฬาแต่ละกีฬาให้มีประสิทธิภาพให้มากขึ้น และทำให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น  ซึ่งความดราม่าในเรื่องนี้ติดเทรนทวิตเตอร์อาจจะเป็นบทเรียนให้กับแบรนเสื้อผ้ากีฬาชั้นนำของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็อยากให้ทุกท่านให้กำลังใจ น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ กันเยอะๆ เพื่องเป็นแรงพลักดันให้น้องสู้ต่อไปในผลงานของน้องนั่นเอง

3 กีฬาจาก 6 กีฬาใหม่แกะกล่องในโตเกียวโอลิมปิก 2020

โตเกียวโอลิมปิก
โตเกียวโอลิมปิก 2020

จากบทความในตอนที่แล้วที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องราวของ 6 กีฬาบรรจุใหม่ในโตเกียวโอลิมปิกครั้งแรก 2020 ซึ่งในตอนก่อนหน้านี้เป็นการพูดถึง 3 กีฬาจาก 6 กีฬาที่ถูกบรรจุใหม่ในโตเกียวโอลิมปิก ซึ่งขอเท้าความก่อนว่าการแข่งขันโอลิมปิกนั้นเจ้าภาพสามารถที่จะจัดการเพิ่มเสริมกีฬาความฮิตของกีฬานั้นๆเข้ามาได้ ซึ่งในปัจจุบันมีกีฬาที่เสริมเพิ่มความฮิตขึ้นมามากมาย ตามกาลเวลาแต่ก็จะมีกีฬาที่ให้ความนิยมสูงสุด ถึง 6 กีฬาที่ถูกบรรจุลงในโตเกียวโอลิมปิก 2020 ซึ่งในตอนก่อนหน้านี้ จะมีการพูดถึง 3 กีฬาแรกที่ถูกบรรจุลงในโตเกียวโอลิมปิกไปแล้วนั้น นั่นก็คือ กีฬาสเก็ตบอร์ด กีฬาเซิร์ฟ กีฬาปีนผา นั่นเอง ซึ่งในวันนี้นั้นจะมาพูดถึงกีฬาอีก 3 กีฬา ที่ถูกบรรจุลงในโตเกียวโอลิมปิก สดๆร้อนๆในปีนี้ ซึ่งจะมีกีฬาอะไรบ้างนั้นเรามาติดตามกันได้เลย

คาราเต้

กีฬาคาราเต้

คาราเต้เป็นกีฬาที่เกิดขึ้นที่โอกินาวา ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 1868 ก่อนที่จะได้รับความนิยมและแพร่หลายในปี 1900 และได้รับความนิยมไปทั่วโลกในช่วงของสงครามโลกครั้งที่สองนั่นเอง คาราเต้เป็นศิลปะการต่อสู้ที่เป็นท่าต่อสู้อยู่ในประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น ถือว่าเป็นท่าการต่อสู้ที่อิงประวัติศาสตร์อย่างมากที่ท่าทางมีเรื่องราวของแต่ละท่านั่นเอง และประเทศญี่ปุ่นผู้ที่เป็นต้นกำเนิดของคาราเต้นั้น จึงทำให้คาราเต้าได้รับการบรรจุเข้าสู่การแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิก 2020 ครั้งนี้ครั้งแรก โดยที่การแข่งขันคาราเต้มีด้วยกัน 2 ประเภท คือ 1. คาตะ และ 2. คุมิเต้ ทุกท่านคงสงสัยว่าทั้งสองประเภทนี้คืออะไรบ้างเราขออธิบายให้ฟังแบบง่ายๆ คาตะ คือการแข่งขันด้วยทักษะเทคนิคของคาราเต้โดยที่ให้กรรมการตัดสินด้วยคะแนน คุมิเต้ คือการต่อสู้ที่นักกีฬาต้องเผชิญหน้ากันตัวต่อตัว โดยจะแบ่งเป็นรุ่น ชาย หญิง และน้ำหนักทั้งหมด 3 รุ่น ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นที่สังเวียนต้นกำเนิดเทควันโด Nippon budokan นั่นเอง

เบสบอล

กีฬาเบสบอล

เบสบอลเป็นกีฬาที่ถูกบรรจุขึ้นในกีฬาโอลิมปิกปี 1992 ในกรุงบาเซโลนาประเทศบราซิลไปแล้ว และต่อมากีฬาเบสบอลถูกตัดออกในการแข่งขันโอลิมปิกที่ปักกิ่งในปี 2008 และในปีนี้นั้น เบสบอลได้รับความนิยมสูงในประเทศ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา ซึ่งประเทศญี่ปุ่นถือว่าเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงของกีฬาเบสบอลเป็นอย่างมากที่สุกของโลก Major League Baseball ซึ่งทำให้กีฬาเบสบอลจึงเป็นอีกกีฬาหนึ่งที่ได้เจ้าบรรจุในกีฬาโอลิมปิกในปี 2020 อีกครั้ง โดยที่จะมีเพียง 6 ประเทศที่จะได้เข้าร่วมในการแข่งขันกีฬาชนิดนี้ จะแข่งขันโดยการแบ่งกลุ่มก่อนที่จะผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอ้าท์เพื่อหาผู้ชนะนั่นเอง

ซอฟต์บอล

กีฬาชอฟต์บอล

ซอฟต์บอลก็ยังเคยเป็นกีฬาที่ถูกบรรจุในการแข่งขันโอลิมปิกเช่นเดียวกับเบสบอลเช่นกัน แต่ถูกบรรจุที่แอตแลนตา ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 1996 และถูกปลดออกในปังกิ่งโอลิมปิกในปี 2008 ซึ่งทั้งเบสบอลและซอฟต์บอลได้ถูดเข้าบรรจุขึ้นมาใหม่ในปี 2020 ที่โตเกียวอีกครั้ง เพราะถือว่าเป็นกีฬาที่ยอดนิยมในการชิงเหรียญโดยประเทศที่เข้าแข่งขันเป็น 6 ประเทศ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเรีย ญี่ปุ่น แม็กซิโก และแคนนาดา โดยจะลงแข่งเป็นทัวร์นาเม้น 6 ทีมโดยการแข่งขันซอฟต์บอลนั้น รอบแรกจะแข่งขันกันทั้งหมดทั้ง 6 ทีม และเอาทีมที่ได้อันดับ 1 และอันดับ 2 เข้าแข่งขันชิงแชมป์เหรียญทองนั่นเอง

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกีฬาที่ถูกบรรจุขึ้นใน การแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกซึ่งในปี 2020 มีกีฬาที่หน้าสนใจมากมาย และทำให้เจ้าภาพได้ทำการบรรจุกีฬาที่ประเทศของตนเองมีความนิยมมากที่สุดเพื่อเป็นโอกาสได้ชิงเหรียญทองมากยิ่งขึ้น ซึ่งในกีฬาทั้ง 6 ชนิดที่ได้เข้าเพิ่มในการแข่งขันนี้นั้น เป็นการแข่งขันที่ว่าเป็นกีฬาที่วัยรุ่นในความนิยมในขณะนี้เป็นอย่างมาก เพราะแต่ละกีฬาเป็นกีฬาที่ให้ความท้าทายของนักเรียน หรือวันรุ่นในยุคนี้ทั้งนั้น จึงทำให้โตเกียวโอลิมปิกตัดสินใจบรรจุ 6 กีฬาเพื่อให้นักกีฬาได้เข้าร่วมการแข่งขันนั่นเอง

กีฬาใหม่ที่ถูกบรรจุโตเกียวโอลิมปิก 2020

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020

การแข่งขันโอลิมปิกตั้งแต่ในสมัยก่อนจะมีการแข่งขันเน้นๆไปในเรื่องของกีฬากรีฑา หรือจะเป็นกีฬาที่เล่นเป็นทีมหรือเป็นกีฬาสามัญของโลกเรา เช่น ว่ายน้ำ ฟุตบอล แบตมินตัน บาสเก็ตบอล ยิงเป้าบิน ยิงธนู เทควันโด มวยสากลสมัครเล่น ปั่นจักยาน ขี่ม้า ฟันดาบ และอื่นๆอีกมากมายเป็นต้น ซึ่งกีฬาทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นกีฬาพื้นฐานที่ถูกบรรจุลงใน การแข่งขันของกีฬาโอลิมปิก ตั้งแต่เริ่มต้นการแข่งขันฤดูหนาวประเทศกรีซ ซึ่งในโตเกียวโอลิมปิก 2020 นั้น ก็ยังคงมีกีฬาพื้นฐานจำพวกนี้ในการบรรจุการแข่งขันเช่นเดิม แต่ว่า โตเกียวโอลิมปิก 2020 ในครั้งนี้จะเป็นการชิงเหรียญรางวัลที่บอกได้เลยว่าเป็นการแข่งขันที่เยอะที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน เพราะมีการบรรจุกีฬาใหม่มากมาย ซึ่งถือว่าเป็นกีฬาที่ยอดฮิตในปัจจุบันเพิ่มขึ้นมานั่นเอง โดยการแข่งขันครั้งนี้จะมีกีฬาที่ถูกบรรจุ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท 6 ชนิด ซึ่งกีฬาทั้งหมดนี้ที่ถูกบรรจุเข้ามา เป็นการเปลี่ยนแผนการปฏิรูปของ โอลิมปิก อเกด้า 2020 ที่สามารถให้เจ้าภาพเสนอกีฬาใหม่ๆเข้าร่วมแข่งขันได้นั่นเอง และจุดประสงค์ก็คือเพื่อดึงดูแฟนคลับหรือเยาวชนรุ่นใหม่ให้ใส่ใจการเล่นกีฬามากยิ่งขึ้นนั่นเอง อยากทราบกันหรือยังว่า กีฬาชนิดใหม่ที่ถูกบรรจุใจการแข่งขันโอลิมปิก 2020 มีอะไรบ้าง และตอนนี้เราจะได้รู้กับว่ากีฬาชนิดไหนที่จะดึงดูดแฟนกีฬาเยาวชนได้มากกว่ากันนั่นเอง

สเก็ตบอร์ด
  1. สเก็ตบอร์ด เป็นกีฬาที่ถือได้ว่าเป็นกีฬาที่ถูกบรรจุให้ชิงเหรียญรางวัลในการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกครั้งแรก แต่สเก็ตบอร์ดอย่างที่เราทราบกันดีเป็นการเล่นที่มีมานาน แต่เป็นการเล่นที่อยู่ในโซนกลุ่มทางเลือกแม้ว่าจะมีคนเล่นไม่มากนัก แต่บอกได้เลยว่าผู้ที่ชื่นชอบคลั่งการเล่นสเก็ตบอร์ดนั้น ถูกใจการแข่งขันประเภทนี้แน่นอน ซึ่งการแข่งขันกีฬาสเก็ตบอร์ดนี้แบ่งเป็น 2 ประเภท 1. ประเภทพาร์ก และ 2. ประเภทสตรีท ซึ่งประเภทพาร์ก เป็นการแข่งขันที่โฟกัสถึงความเคลื่อนไหว การโฟลวไปตามสนามพร้อมกับทำทริกต่างๆที่ดูหน้าสนใจ ซึ่งอย่างที่เราเคยเห็นการราดลงไปเนินสูงๆตามเนินและขึ้นลงนั่นคือการเล่นสเก็ตบอร์กประเภทโฟลวนั่นเอง ประเภทสตรีท จะเป็นการแข่งขันที่เป็นสนามที่มีสิ่งกีดขวางมากมายและมีราวเหล็กวางพาดให้สเก็ตบอร์ได้โชว์ความสามารถ โลดโพนได้อย่างสนุกสนานนั่นเอง
  2. เซิร์ฟ เป็นกีฬา 1 ที่สุดฮิตในประเทศไทยอยู่ตอนนี้ในเรื่องของการเล่นเซิร์ฟแต่ประเทศในฝั่งอเมริกันอาจจะเป็นกีฬาที่เล่นกันอยู่แล้วนั่นเอง ซึ่งกีฬานี้จะเป็นกีฬาที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนเป็นอย่างมากเพราะไม่รู้ว่าจะยืนเซร์ฟเล่นโต้คลื่นได้นานแค่ไหน โดยที่เซร์ฟจะแข่งขันแบ่งเป็น 2 ประเภทเช่นกัน คือ ชายหญิง โดยเป็นการแข่งขันเพียง 2 รอบ คือครั้งที่ 1 คือการทำแต้มเข้ารอบ และครั้งที่ 2 เป็นรอบน็อคเอ้าท์ ซึ่งกีฬาเซร์ฟจะเป็นกีฬาที่ไม่เคร่งครัดมาก เพราะเป็นกีฬาที่ต้องดูสถานการณ์ธรรมชาติว่าในช่วงการแข่งขันนั้นจะมีคลื่นให้เล่นเซร์ฟหรือไม่นั่นเอง แต่ก็เป็นกีฬาที่ถูกบรรจุลงในกีฬาใหม่ในโตเกียวโอลิมปิกนั่นเอง
เซิร์ฟ

3. ปีนหน้าผา การปีนหน้าผา เป็นกีฬาที่แข่งขันที่สร้างความท้าทายให้กับนักกีฬาเพราะนักกีฬาที่จะลงแข่งขันการปีนหน้าผาได้นั้นจะเป็นบุคคลที่มีร่างกายที่แข่งแรงมากๆ โดยการแข่งขันนั้นจะแบ่งเป็น 3 รูปแบบ Speed Bouldering และ Lead จะทำการแข่งขันร่วมกันทั้งชายหญิงและตัดสินผู้ชนะ ซึ่งจะเป็นการแข่งขันที่แปลกกว่าปกติ เพราะนักกีฬาแต่ละคนจะมีความสามารถใน เรื่องใดเรื่องหนึ่งในสามเรื่องเท่านั้น ซึ่งทำให้การแข่งขันปีนหน้าผาครั้งนี้มีความท้าทายต่อนักกีฬาที่ลงแข่งขันเป็นอย่างมากนั่นเอง

ปีหน้าผา

และนี่เป็นเพียง 3 กีฬาที่ถูกบรรจุในโตเกียวโอลิมปิก 2020 ครั้งแรกของโลก และยังเหลืออีก 3 กีฬาที่ถือว่เป็นกีฬาที่แปลกใหม่ในการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกเช่นเดียวกันถ้าอยากทราบว่าอีกทั้งสามกีฬาที่เหลือจะมีอะไรบ้างนั้นโปรดติดตามเรื่องราวต่อไปที่จะนำเสนอในวันต่อๆไปกันได้เลย บอกได้เลยว่ากีฬาที่เหลือทั้งสามนั้นก็เป็นกีฬาที่โด่งดังมากๆในประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

โตเกียวโอลิมปิกเป็นที่หน้าจับตามองและจดจำไปอีกนานแสนนาน

โตเกียวโอลิมปิก2020

เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า โอลิมปิก ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นมากกว่าการกีฬาของมวลมนุษย์ชาติที่เข้ามารวมตัวกันกว่า 200 ประเทศทั่วโลก เป็นทั้งการประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ของประเทศเจ้าภาพและนักกีฬาแต่ละประเทศที่ได้รับเหรียญ ร่วมกับเศรษฐกิจของประเทศเจ้าภาพ และอื่นๆอีกมากมายที่ทุกชาติต้องรู้นั่นเอง ซึ่งสำหรับการจัดการแข่งขัน โตเกียวโอลิมปิกมีบทเรียนหลายอย่างให้กับประเทศญี่ปุ่นได้จดจำ ไปอีกนานแสนนาน เพราะสถานการณ์โรคระบาดที่ทำให้การจัดการแข่งขันได้เลือนออกไปยาวนานกว่า 1ปีเต็ม ทำให้ทุกอย่างดูผิดแผนสำหรับประเทศญี่ปุ่นไปเสียหมด และอีกอย่างคือการลงทุนในการสร้างและปรับปรุงสถานที่ต่างๆ ที่ใช้งบประมานไปอย่างมหาศาลและไม่สามารถที่จะถอนทุนคืนมาได้เลย เนื่องจากว่ากรมอนามัยโลกได้ตั้งข้อตกลงในการเปิดการแข่งขันขึ้นมาว่า จะต้องมีเพียงแค่นักกีฬาที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วเท่านั้นร่วมการแข่งขัน และประเทศเจ้าภาพต้องไม่มีการขายบัตรผู้ชม เพราะเป็นการเว้นระยะห่างทางสังคมนั่นเอง ทำให้การแข่งขันโอลิมปิกในกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นนั้น เรียกได้ว่าขาดทุนอย่างมหาศาล แต่ถึงอย่างไรแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่เกิดขึ้นกับเจ้าภาพโอลิมปิกในปี 2020 ก็ตามแต่ญี่ปุ่นก็สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสและสามารถสร้างความประทับใจให้กับ ทั้งนักกีฬา และ ผู้ติดตามได้ไม่มากก็น้อย

โตเกียวโอลิมปิก2020 กับความประทับใจพิธีเปิดกับ Pictogram

Pictogram

เชื่อว่าท่านใดที่ดูการถ่ายทอดสดของพิธีเปิดโตเกียวโอลิมปิกนั้นก็จะได้เห็นพิธีเปิดที่สุดว้าว !! ที่จะเป็นการนำเสนอผลงานพิเศษๆที่เรียกเสียงฮือฮาได้นั้น ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าประเทศญี่ปุ่นไม่เคยทำให้ทุกท่านผิดหวัง ซึ่งการเสนอ Pictogram เป็นการนำเสนอภาพตัดแปะที่เรียบงานแต่ทำให้ผู้ชมในการถ่ายทอดสดนั้นร้องว้าวกันมามากมาย เพราะความเรียบง่ายทำให้ทุกอย่างดูพิเศษนี่คือการใส่ใจรายละเอียดของโตเกียวโอลิมปิกนั่นเองและการทำภาพ Pictogram ก็ยังเป็นการแนะนำกีฬาที่มีการแข่งขันที่ขโมยซีนและได้ใจเจ้าภาพมากกว่าการแสดงอื่นๆนั่นเอง และเชื่อได้เลยว่า Pictogram ไม่ได้เพียงแต่ได้ใจเจ้าภาพเพียงอย่างเดียวอย่างแน่นอน แต่ยังได้ใจคนทั้งโลกที่ดูการถ่ายทอดสดในพิธีเปิดโตเกียวโอลิมปิกอยู่ในขณะนั้นจนได้ขึ้นเทรนทวิตเตอร์อันดับหนึ่งในช่วงเวลาเปิดพิธีโตเกียวโอลิมปิกนั่นเอง

ญี่ปุ่นผู้เป็นเจ้าแห่งคอนเทนท์ในทวีปเอเชีย

อย่างที่ทราบกันดีว่า ญี่ปุ่น ผู้ที่เป็นชาติที่ใส่ใจแทบทุกรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของทุกๆอย่างของประเทศเขา ทำให้การแข่งขันกีฬาในปีนี้นั้น ไม่เพียงแต่จะอวดในเรื่องของ soft power แต่บรรดานักกีฬาก็ขอมีเอี่ยวกับกระแสวัฒนธรรมของเจ้าภาพด้วยนั่นเอง โดยที่เราเห็นในการแข่งขัน ยิมนัสติกลีลาของประเทศ อุซเบกิสถาน ที่แต่งตัวเดียวกับการแต่งตัวของตัวการ์ตูนเซล่ามูน ที่ประเทศญ่ปุ่นเป็นคนสร้างขึ้นนั่นเอง ถือว่าเป็นการใส่ใจรายละเอียดของทีมชาติอุสเบกิสถาน ที่พร้อมที่จะเกาะกระแสประเทศของการทำคอนเทนธ์อย่างประเทศญี่ปุ่นเพื่อสร้างสีสันให้กับ การแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่นักกีฬาทุกคนต่างก็ตั้งตารอคอยในการแข่งขันครั้งนี้นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นก็ถือว่าเป็นมหาอำนาจแห่งการทำคอนเทนธ์ของทวีปเอเชียมาอย่างยาวนาน เพราะการที่เขามีนักเขียนการ์ตูนชื่อดังมากมายหลายเรื่อง แลหะส่วนใหญ่แล้วเป็นการ์ตูนที่เรียกได้ว่าโด่งดังไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้ แถมยังเป็นสุดยอดเทคโนโลยีปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของ อนิเมชั่น หรือ ภาพยนตร์ ต่างๆก็ถือว่าประเทศญี่ปุ่นได้รับการยอมรับว่าเป็นอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยก็ว่าได้

ถึงแม้ว่าการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกจะจบลงอย่างเป็นทางการแล้วก็ตามนั้น แต่ภาพความประทับใจของความใส่ใจของประเทศเจ้าภาพโอลิมปิก และพความประทับใจของการแข่งขันกีฬา ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาไทยหรือนักกีฬาต่างชาติที่ยังเข้ามานำเสนอนั้นยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ยังมีเรื่องราวที่หน้าประทับใจของ การแข่งขันโอลิมปิก 2020 อีกมากมายอย่างสเล่าให้ทุกท่านได้อ่านกัน ซึ่งจะมาในรูปแบบไหนนั้นอย่างให้ทุกท่านผู้อ่านได้ติดตามกันไปต่อเรื่อยๆกับเรื่องของการแข่งขันโอลิมปิก 2020 นี้ต่อไป

เจ้าภาพโอลิมปิกฤดูกาลหน้า 2024

ปารีสโอลิมปิก 2024

หลังจากการเปิด การแข่งขันโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่เจ้าภาพทุ่มทุนสร้างมหาศาลเพื่อให้ทุกคนเข้ามาเที่ยวในงานโอลิมปิกที่กรุงโตเกียวอย่างหน้าประทับใจไม่ว่าจะเป็นการจัดงานและการอำนวยความสะดวกให้กับนักกีฬาทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ถือว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศเล็กๆที่ทุกคนให้ความยอมรับ เพราะเขานั้นจัดงานการแข่งขันโอลิมปิกที่ได้รับมอบหมายขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆไม่ว่าจะเป็น การเปิดการแข่งขันที่ให้ความสามารถการเป็นประเทศแห่งเกมส์ และประเทศแห่งการ์ตูน ได้ดีและยอดเยี่ยมที่สุดนั่นเอง และการจัดอันดับการแข่งขัน โปรแกรมการแข่งขันที่รันไปตามลำดับไม่ให้สับสนแถมยังเป็นที่หน้าประทับใจของนักกีฬาทุกๆคน ถึงแม้วว่าการมีโรคระบาดจะทำให้เขาได้เลือนการแข่งขันไปยาวนานถึง 1 ปีนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรประเทศญี่ปุ่นได้ แถมประเทศญี่ปุ่นเจ้าภาพยังทำให้ทุกคนที่อยู่ในพิธีเปิดและพิธีปิดต่างก็ร้องว้าวไปพร้อมๆกันทุกคนได้อย่างหน้าอัศจรรย์เลยทีเดียว จบจากเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก 2020 แล้วนั้นก็จะเป็นการประกาศว่า ประเทศใดที่จะได้รับการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกต่อจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคณะกรรมมการก็ได้คัดเลือกแล้วว่า ต้องเป็นเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่ต้องพร้องเป็นเจ้าภาพใน การจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในฤดูกาล 2024 แน่นอน

การคัดเลือกเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก 2024 และ 2028

เจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก 2024

การคัดเลือกเจ้าภาพโอลิมปิกแต่ละฤดูการนั้นเป็นการคัดเลือกเมืองต่างๆทั่วโลกที่เสนอเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก ซึ่ง โอลิมปิกในฤดูกาล 2024 นั้นเป็นการคัดเลือกตั้งแต่ ปีพศ 2558 ซึ่งจะมี 5 เมืองที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก แต่ที 3 เมืองใน 5 เมืองถอนตัวออกไปก่อน จึงจะเหลือแต่ ปารีส และ ลอสแอนเจลิส ทำให้คณะกรรมมากลงมติให้เป็นเจ้าภาพในปี 2024 และ 2028 ตามลำดับต่อไป ต่อมานครลอสแองเจลิสได้ตัดสินใจเลือกที่จะเป็นเจ้าภาพในปี 2028 จึงทำให้ กรุงปารีส รับบทเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิกในปี 2024 ที่จะถึงนี้ก่อนนั่นเอง ซึ่งการคัดเลือกเจ้าภาพนั้น จะมีขั้นตอนในการเลือกมีดังต่อไปนี้

  1. วิสัยทัศน์ รูปแบบและกระบวนการ
  2. การจัดการ กฎหมาย และงบประมาณ
  3. สาธารณูปโภค ประสบการณ์และมรดก
เจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิก 2028

ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ทางเจ้าภาพจะต้องส่งเอกสารและให้กับคณะกรรมการโอลิมปิกเพื่อให้ได้เข้าพิจารณาถึงความพร้องของการจัดการแข่งขัน ซึ่งทั้งสองเมืองได้ส่งเข้าไปทำทั้ง 3 ขั้นตอนจบครบและมีคณะกรรมการจาก โอลิมปิกเข้าไปดูพื้นที่พร้อมตรวจเอกสารทุกอย่างอย่างละเอียดในปี 2558- 2560 ซึ่งคณะกรรมการได้ตรวจรับและเห็นชอบให้ลงมะติให้ กรุงปารีสประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ ก่อนในปี 2024 และนครลอสแองเจลิสเป็นเจ้าภาพในปี 2028 ตามลำดับการลงมติของคณะกรรมการโอลิมปิก ซึ่งการจัดงานแข่งขันโอลิมปิกที่ทุกๆท่านทราบดีอยู่แล้วนั้น เป็นเพราะว่าการที่เมืองใดเมืองหนึ่งได้ทำการจัดการแข่งขันนั้นจะเป็นเมืองที่ถือว่าได้เป็นมหาอำนาจของการกีฬา เพราะทุกๆนักกีฬาทั่วทุกมุมโลกจะเข้ามารวมตัวกันที่เมืองนั้นๆ ประเทศนั้นๆ ทำให้เศรษฐกิจบองประเทศนั้นๆ ได้รายได้ที่ดีขึ้นและมีเงินสระพัดเข้าประเทศมากมายมหาศาล และยังได้เป็นประเทศมหาอำนาจของการกีฬาซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีที่ได้คัดเลือกเข้าเป็นเจ้าภานั่นเอง และเราก็ยินดีกว่าทั้ง 2 ประเทศที่จะได้เป็นประเทศเจ้าภาพของกีฬาโอลิมปิกในปี 2024 และปี 2028 และหวังว่าในครั้งต่อๆไปทุกๆท่านหรือจะได้เข้าไปสัมผัสบรรยาการการแข่งขันโอลิมปิกสักครั้งในชีวิต เพราะในการกีฬาโอลิมปิกนั้น ก็ถือว่าเหมือนเทศกาลที่เรียกว่า การเฉลิมฉลองของโอลิมปิกโบราณนั่นเอง

สัญลักษณ์ของการแข่งขันโอลิมปิก

การแข่งขันโอลิมปิก

ในตอนก่อนหน้านี้เราได้เล่าถึงเรื่องราวการย้อนรอยจากอดีตสู่ปัจจุบันของ การแข่งขันโอลิมปิก ว่าเริ่มต้นจากการเป็นโอลิมปิกโปราณและการส่งตัวแทนเข้ามาแข่งขันแต่ดันรัฐแต่ละรัฐก็อยากที่จะให้คนของตนนั้นชนะเลยก็มาการโกงกันเกิดขึ้นจนทำให้ต้องปิดการแข่งขันไม่มีการแข่งขันต่อไปนั่นเองแต่ต่อมาด้วยความที่มีบุคคลท่านหนึ่งที่โหยหาการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกได้ส่งจดหมายขอเข้าร่วมประชุมกับประเทศใหญ่ๆอาทิเช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกแต่ก็ช้ามา แต่แล้วก็ได้ทำการตอบตกลงและได้ตั้งคณะกรรมการและตั้งกฎกติกาขึ้นมาในการแข่งขันโอลิมปิกนั่นเอง ซึ่งจากการแข่งขันการตั้งกฎกติการ การร่วมการแข่งขันซึ่งกลายเป็นว่าการแข่งขันโอลิมปิกนั้นกลับเป็นการแข่งขันที่ทุกคนทั่วโลกรู้ดีว่ามันจะเป็นการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดเพราะมีมากกว่า 200 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งมันกลับเป็นเรื่องราวที่หน้าภาคภูมิใจของประเทแต่ละประเทศที่เข้าส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันนั่นเอง และนอกจากรางวัลการแข่งขันสิ่งที่สำคัญของการแข่งขันนั่นก็คือสัญลักษณ์ของ คบเพลิงโอลิมปิก

คบเพลิงโอลิมปิก

หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าโคมไฟโอลิมปิก ซึ่งคบเพลิงจะจุดขึ้นเมื่อมี การแข่งขันโอลิมปิก เป็นไฟกองใหญ่ที่จุดอยู่บนเทือกเขาโอลิมปัส เพื่อความสว่างไสวและทำให้ประชาชนทุกคนรู้ว่าถึงเวลาของการแข่งขันกีฬาและการเฉลิมฉลองแล้วนั่นเอง ซึ่งวิธีการจุดคบเพลิงในการแข่งขันนั้นก็คือการใช้แว่นขยายร่วมแสงพระอาทิตย์ไปยังเชื้อเพลิงที่เตรียมไว้เมื่อเชื้อเพลงทั้งหมดติดไฟดีแล้วก็จะนำใส่เข้ามาที่ตะเกียงเก็บไว้ กองไฟใหญ่จะลุกโชติช่วงตลอดเวลาจนกว่าจะจบงาน ส่วนของในตะเกียงที่เก็บไว้นั้นจะให้นักกีฬาวิ่งต่อกันเป็นทอดๆ ต่อกับไปเรื่อยๆคนละ 2ไมล์ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกโดยการที่ข้ามน้ำข้ามทะเลก็จะใช้เรือเป็นพาหะนะเพื่อไม่ให้ไฟดับนั่นเอง และในปัจจุบันก็ยังใช้การจุดแบบเดิมแต่จะมีกฎของการจุดอยู่ 1 อย่างที่ทุกท่านต้องทราบนั่นก็คือ จะให้ผู้หญิงที่จุดนั้นเป็นผู้หญิงที่เป็นผู้หญิงบริสุทธิ์ หรือหญิงสาวพรมหมจารีย์ เป็นผู้ถือแว่นขยายต่อไปนั่นเอง และจะส่งต่อให้กับประเทศเจ้าภาพนั้นๆนั่นเอง ซึ่งกฎอีกอย่างหนึ่งคือไฟที่จุดจากเทือกเขาโอลิมปัสนั้นจะต้องไม่ดับมาตั้งแต่เทือกเขาโอลิมปัส จนกว่าจะสิ้นสุดการแข่งขันโอลิมปิกในรอบนั้นๆนั่นเอง

สัญลักษณ์ของโอลิมปิก

สัญลักษณ์ของโอลิมปิกคือธงโอลิมปิก ซึ่งธงมีขนาดมาตรฐานยาว 3 เมตร กว้าง 2 เมตร บนธงผืนนั้นก็จะมีวงกลม 5 ห่วง ขนาด 2 เมตร คูณ 0.6 เมตร มีสีของสัญลักษณ์ทั้งหมด 5 สี คือ ฟ้า เหลือง ดำ เขียว และ แดง ตามลำดับจากด้านซ้ายไปด้านขวา คล้องไขว้กันอยู่ตรงกลางสองแถว แถวบน 3 ห่วง แถวล่าง 2 ห่วง ความหมายของห่วงที่คล้องกันนั้น หมายความว่า ห้าส่วนของโลกที่โอบอ้อมด้วยโอลิมปิกนิยม นั่นเอง และด้านล่างของห่วงนั้นมีคำอยู่ 3 คำ มีความหมายคือ

  1. Citius หมายถึง ความเร็ว ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องวิ่งให้ไวที่สุด
  2. Altius หมายถึง ความสูง ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องทำให้สูงที่สุดคือการได้รับเหรียญทอง
  3. Fortius หมายถึง ความแข็งแกร่ง ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องมีความแข็งแกร่งที่สุด

พิธีปิดหรือการจบการแข่งขันโอลิมปิก

ซึ่งพิธีปิดถือว่าเป็นพิธีที่สำคัญเป็นอย่างมากเพราะเหมือนจะบอกให้คนทั่วโลกได้ทราบว่า การแข่งขันได้เข้ามาถึงจุดจบของการแข่งขันในปีนั้นๆแล้ว พบกันใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้านั่นเอง ซึ่งพิธีปิดนั้นจะนำเอานักกีฬาทุกๆคนเดินเข้ามาในสนามกีฬาและทางเจ้าภาพจะทำการดับไฟบนคบเพลิงลง ถือว่าเป็นการสิ้นสุดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก นั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นการจบการแข่งขันกีฬาที่สวยงามและเป็นภาพความประทับใจของนักกีฬาที่อยู่ในสนามกีฬานั้นเป็นอย่างมากนั่นเอง

ย้อนรอยมารู้จักกีฬาโอลิมปิกกันเถอะ

olympic2020

กีฬาโอลิมปิกเป็นการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศที่มีทั้งกีฬาฤดูร้อนและฤดูหนาว ซึ่งมีหลายประเทศเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาและมีนักกีฬาเข้าร่วมมากกว่าพันคนโดยที่กีฬาโอลิมปิกเป็นกีฬาที่ทุกคนทั่วโลกมองว่าเป็นการแข่งขันกีฬาที่สำคัญมากที่สุดในโลกเพราะการแข่งขันโอลิมปิกมีประเทศที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันมากถึง 200 ประเทศ ด้วยความที่เป็นการแข่งขันที่ทุกคนทั่วโลกยอมรับทำให้นักกีฬาที่เป็นนักกีฬาทีมชาติได้รู้สึกถึงความสำคัญในการเข้าร่วมการแข่งขันว่า ถ้าได้รับเหรียญใน การแข่งขันโอลิมปิก นั้นก็จะมีเงินอัดฉีดภายในประเทศ และเป็นที่ยอมรับต่อไปภายหลังนั่นเอง ซึ่งนักกีฬาที่โด่งดังจากการแข่งขันโอลิมปิกก็มีอยู่มากมาย โดยที่การแข่งขันโอลิมปิกนั้นเป็นการแข่งขันทุกๆ 4 ปี โดยที่ผลัดเป็นกันในทุกๆ 2 ปี เป็นโอลิมปิกฤดูร้อนและโอลิมปิกฤดูหนาวนั่นเอง จากอดีตการแข่งขันโอลิมปิกนั้นได้รับแรงบันดาลใจจาก กีฬาโอลิมปิกโบราณ ในประเทศกรีซ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันโอลิมปิกในสมัยแรกปี 2439 ที่กรุงเอเทน ประเทศกรีซ และนับตั้งแต่นั้นมาก็มีการจัดการแข่งขัน

เริ่มต้นโอลิมปิกโบราณ

ซึ่งการแข่งขันโอลิมปิกโบราณนั้นเป็นคล้ายๆกับเทศกาลทางศาสนาในยุคโบราณ ซึ่งแต่ละรัฐในประเทศกรีซต้องส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งในการแข่งขันนั้นจะเน้นไปในเรื่องของการแข่งขันกรีฑาเป็นหลัก ซึ่งระหว่างการแข่งขันโอลิมปิกนั้นก็มีความขัดแย้งกันรัฐต่อรัฐ ซึ่งทำให้จุดกำเนิดของกีฬาโอลิมปิกโบราณกลายเป็นปริศนาและตำนานต่อๆมานั่นเอง

จุดเริ่มต้นโอลิมปิกสมัยใหม่

หลังจากที่โอลิมปิกโบราณได้สิ้นสุดลงไปนั้น มีคนผู้หนึ่งที่เกิดความคิดที่จะฟื้นฟูการแข่งขันโอลิมปิกขึ้นมาอีกครั้งโดยที่ติดต่อกับคนสำคัญของประเทศมหาอำนาจอย่าง อังกฤษ สหรัฐเมริกา และฝรั่งเศส และได้มีการประชุมลับกันซึ่งกรรมการผู้ริเริ่มได้ลงมติว่า ให้ทำการเปิดการแข่งขันโอลิมปิกขึ้น 1 ครั้ง ต่อ 4 ปี โดยที่ให้สมาชิกหมุนเวียนเปลี่ยนเจ้าภาพกันไปเรื่อยๆ

กีฬาโอลิมปิก
  1. เริ่มต้นการเปิดโอลิมปิกที่ กรุงเอเธนส์ประเทศกรีซ โดยการที่ย้ายเป็นเจ้าภาพนั้นให้ขึ้นอยู่กับการประชุมและลงมติของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ว่าจะเวียนเปลี่ยนเจ้าภาพประเทศสมาชิกและจะประกาศให้ทราบในปีโอลิมปิกล่าสุดนั่นเอง ซึ่งการที่ได้รับเลดือกให้เป็นเจ้าภาพนั้นถือว่าเป็นเกียรติอย่างมากและเป็นความภาคภูมิใจของคนทั้งประเทศนั้นๆนั่นเอง
  2. ประเทศสมาชิก อย่างที่รู้ๆกัน ประเทศสมาชิกของการแข่งขันโอลิมปิก นั้นมีทั้งหมด 197 ประเทศ และบางประเทศที่ไม่ได้เข้าร่วมแข่งขันเพราะเป็นประเทศที่เล็กทำให้จำนวนประชากรน้อย และขาดความพร้อมในการส่งเข้าแข่งขันนั้นเอง โดยที่คณะกรรมการสากลโอลิมปิกได้กล่าวไว้ว่า นักกีฬาที่เข้าร่วมโอลิมปิกนั้นจะต้องไม่เลือกศาสนา ผิวพรรณ ลัทธิการปกครอง แต่อย่างไรก็ตามแต่ในการจัดการแข่งขันนั้นเพื่อให้นักกีฬาแต่ละประเทศได้เป็นยุวทูตในการกีฬา เข้าแข่งขันและร่วมสนุกแลกเปลี่ยนความรู้ความตั้งใจกันนั่นเอง เพื่อมิตรภาพที่ดีต่อกันต่อไป
  3. รางวัล รางวัลในการแข่งขันที่ผู้ชนะจะได้ชื่นชมโดยแต่เมื่อก่อนจะเป็นการให้กิ่งมะกอกที่ตัดจากยอดเข้าโอลิมปัสดูสง่างามแต่ในปัจจุบันนั้นเป็นรางวัลการแบ่งเป็น เหรียญทองสำหรับผู้ชนะ เหรียญเงินสำหรับรองอันดับ 1 และเหรียญทองแดงให้กับรองอันดับ 2 นั่นเอง
การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการย้อนกลับไปถึงเรื่องราวของโอลิมปิกตั้งแต่ยุคเริ่มต้น ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของการแข่งขันจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการแข่งขันในปัจจุบันนั้นถือว่าประเทศเจ้าภาพอย่างประเทศญี่ปุ่นได้รับการยอมรับในเรื่องของการเป็นเจ้าภาพได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆถือว่าสุดยอดที่สุดเลยก็ว่าได้ต่อไปจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรนั้นรอติดตามชมกันได้ทุกๆวัน