โอลิมปิกโตเกียว 2020 จัดการแข่งขันเพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืน

การแข่งขันโอลิมปิก 2020 ที่จบไปนั้นเป็นการแข่งขันที่ทางเจ้าภาพเล็งเห็นถึงการจัดการแข่งขันบนหลักของ SDGs ซึ่งเป็นความยั่งยืนเพื่อครอบคลุมทั้งด้านปัจจัยและเศรษฐกิจ โดยที่ การจัดการแข่งขันโอลิมปิก 2020 นั้นถูกเลื่อนออกมาในปี 2021
โอลิมปิกโตเกียว2020

การแข่งขันโอลิมปิก 2020 ที่จบไปนั้นเป็นการแข่งขันที่ทางเจ้าภาพเล็งเห็นถึงการจัดการแข่งขันบนหลักของ SDGs ซึ่งเป็นความยั่งยืนเพื่อครอบคลุมทั้งด้านปัจจัยและเศรษฐกิจ โดยที่ การจัดการแข่งขันโอลิมปิก 2020 นั้นถูกเลื่อนออกมาในปี 2021 แต่ยังคงใช้ชื่อเดิมว่า การแข่งขันโอลิมปิก 2020 เพื่อเป็นการบ่งบอกว่าจริงๆแล้วถ้าไม่เกิดโรคระบาดเกิดขึ้นเราจะใช้ชีวิตใน การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2020 ได้อย่างปกตินั่นเอง โดยโอลิมปิกในครั้งนี้นั้นนอกจากจะมีความสำคัญเพื่อทำให้เกิดความรักและความสามัคคี ความมีน้ำใจนักกีฬา ของแวดวงกีฬาทีมชาติแต่ละทีมชาติแล้วนั้นทางประเทศญี่ปุ่นผู้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันนั้นยังเล็งเห็นถึงการแข่งขันโอลิมปิกที่ยั่งยืน ตรงคอนเซ็ปของเจ้าภาพว่า Be better together for the planet the people ดีขึ้นด้วยกัน เพื่อโลกและเพื่อผู้คน ซึ่งตรงกับสถานการณ์โรคระบาดตอนนี้เป็นอย่างมาก เพราะในช่วงเวลาที่เกิดโรคระบาดหนักมีผู้คนล้มตายเพราะโรคนี้กันเยอะมากทำให้เจ้าภาพได้เล็งเห็นถึงคอนเซ็ปนี้ขึ้นมานั่นเอง และยังส่งต่อให้กับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และพาราลิมปิกในอนาคต จนไปถึงการแข่งขันกีฬาต่างๆทั่วประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

5 หัวข้อหลักของการแข่งขันโอลิมปิกพลังบวกตามแนวคิดของเจ้าภาพ

เหรียญรางวัลการแข่งขันโอลิมปิก 2020
  1. การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ โดยที่ประเทศญี่ปุ่นตั้งเป้าที่จะลดก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ และหันมาใช้พลังงานหมุนเวียน 100% และใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในการจักการแข่งขันอำนวยความสะดวกให้แก่นักกีฬา เพื่อลดก๊าซคาบอนไดอ็อกไซด์ให้ได้มากที่สุดนั่นเอง
  2. การจัดการทรัพยากร โดยใช้หลัก 3 Rs reduce reuse recycle โดยที่คอนเซ็ปนี้เป็นความมุ่งสู่ ขยะที่เป็นศูนย์ โดยทางเจ้าภาพเลือกที่จะใช้วัสดุที่หมุนเวียน และใช้แล้วนำกลับมาใช้ซ้ำนั่นเอง โดยที่มีให้เห็นกันนั่นก็คือเหรียญที่ทำจากเศษวัสดุจากโทรศัพท์และอิเล็กทรอนิกต่างๆ หรือแม้แต่เตียงที่ทำจากกระดาษรีไซเคิ้ลนั่นเอง
  3. ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ทางประเทศญี่ปุ่นได้เล็งเห็นถึงการตัดไม้ทำลายป่า เพราะไม่อยากให้การตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มมากขึ้น โดยที่ลดการตัดไม้ที่ใช้มาเป็นวัสดุในการแข่งขันโอลิมปิก และรวมถึงการจัดระเบียบการซื้อวัตถุดิบอาหารต้องมาจากแหล่งที่ทางผู้จัดจัดซื้อมาเท่านั้น เพื่อลดทรัพยากรธรรมชาติ และเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี
  4. สิทธิความเท่าเทียมของแรงงาน ซึ่งประเทศญี่ปุ่นต้องใช้แรงงานจำนวนมากเพื่อช่วยเหลือในเรื่องของการแข่งขันโอลิมปิก โดยที่ประเทศญี่ปุ่นจะเล็งเห็นถึงสิทธิความเท่าเทียมกันโดยที่เปิดโอกาศให้ทั้งเพศชายและเพศหญิงเป็น อาสาสมัครในการทำงานในการแข่งขันโอลิมปิก โดยต้องใช้ผู้คนถึง 8 หมื่นกว่าคน โดยที่อายุเฉลี่ยแล้วในอาสาสมัครนั้นอยู่ที่ 10 – 80 ปี นั่นเอง
  5. สร้างความร่วมมือการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย เพราะในเมื่อประเทศญี่ปุ่นได้ถูกเลือกเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกในปี 2020 แล้วนั้น ทางประเทศญี่ปุ่นก็ได้ขอความร่วมมือร่วมใจกับคนญี่ปุ่นในกรุงโตเกี่ยวที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี ให้แก่นักกีฬาและทีมงานของแต่ละประเทศที่เข้ามาแข่งขันในโตเกียวโอลิมปิกในครั้งนี้ ให้เขากลับไปด้วยรอยยิ้มและความสุขที่ได้เข้าร่วมแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิก 2020 นั่นเอง
การแข่งขันโอลิมปิก 2020

และถึงแม้ว่า โอลิมปิกในปี 2020 ได้จบลงไปแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาแต่ภาพความประทับใจต่างๆ ของการเป็นประเทศญี่ปุ่นนั้น ก็ยังคงงดงามและเป็นที่หน้าจดจำสำหรับนักกีฬาเสมอ แม้ว่าจะอยู่ในช่วงของโรคระบาดก็ตามแต่อย่างไรแล้วนั้น การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกก็จัดขึ้นและจบลงอย่างสวยงามที่สุดแล้วนั่นเอง

แต้ว ฮีโร่เหรียญทองแดงในการแข่งขันมวยสากลโตเกียวโอลิมปิก 2020

แต้วสุดาพร สีสอนดี หรือน้องแต้ว เป็นนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นหญิง ทีมชาติไทย ที่ได้รับเหรียญทองแดงในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น
นักกีฬามวยสากลสมัครเล่นหญิง

แต้วสุดาพร สีสอนดี หรือน้องแต้ว เป็นนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นหญิง ทีมชาติไทย ที่ได้รับเหรียญทองแดงใน การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเขานั้นได้เป็นนักมวยหญิงคนแรกของประเทศไทย ที่สามารถคว้าเหรียญจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกมาได้นั่นเอง ซึ่งอย่างก่อนหน้านี้แทบจะไม่มีนักมวยหญิงเลยที่สามารถคว้าเหรียญจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก มีเพียงแต่นักมวยชายเท่านั้นที่คว้าทั้งเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดงนั่นเอง ซึ่งถึงแม้ว่าในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้เธอจะไม่ได้คว้าเหรียญทองกลับประเทศไทยมาได้นั้น แต่เธอก็ยังคว้าเหรียญทองแดงมาแทน ก็ถือว่าเก่งมากๆแล้วกับนักมวยหญิงของไทย ซึ่งผลงานของเธอก่อนหน้านี้ก็ไม่ธรรมดา เธอสามารถคว้าเหรียญเงินในการแข่งขันชิงแชมป์โลกมาแล้วในปี 2018 ที่ประเทศอินเดียโดยที่ปัจจุบันเธอเป็นอาสาสมัครทหารพรานนาวิกโยธิน สังกัดกองทัพเรือที่จังหวัดจันทบุรี

แต้วเข้ารับเครื่องหมายความสามารถด้านกีฬา

แต้ว สุดาพร สีสอนดี

ซึ่งในผลงานของนักกีฬาโอลิมปิกอย่าง แต้ว สุดาพร สีสอนดี ที่ไปทำชื่อเสียงให้กับมวยสากลสมัครเล่นหญิงของไทยนั้น ได้กลับเข้ามารับรางวัลมอบเครื่องหมายความสามารถทางด้านการกีฬาของกองทัพเรือ ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการที่แต้วนั้น สังกัดในอาชีพของเธอนั่นเอง ซึ่งในครั้งนี้หลังจากที่กลับมาจากการแข่งขันและเข้ากักตัวครบ 14 วันก็พร้อมกลับมาของคุณผู้ใหญ่ต่างๆ ซึ่งหน่วยงานในสังกัดกองทัพเรือ โดยที่ผู้บัญชาการทหารเรือได้มองเหรียญและกล่าวขอบคุณแต้ม สุดาพรที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับวงการนักมวยหญิงทีมชาติไทย และมอบเหรียญที่เป็นเหรียญของการกีฬาสังกัดกองทัพเรือเป็นเหรียญที่บ่งบอกว่านักกีฬาได้สร้างชื่อเสียงและเกียรติยศให้กับนักกีฬาและกองทัพเรือและประเทศชาตินั่นเอง พร้อมทั้งมอบเงินรางวัลให้แก่ แต้ว สุดาพร สีสอนดี เป็นเงินรางวัล 4 หมื่นบาท และขั้นเงินเดือนเดือนละ 5 พันบาท ตามกฎเกณฑ์ของการเลื่อนยศและรางวัลพิเศษของนักกีฬาในกองทัพเรือกที่ไปสร้างชื่อเสียงเป็นกรรณีพิเศษ จนกวด่าจะเกษียณราชการนั่นเอง

คว้ารางวัลเหรียญทองแดงโอลิมปิก2020

กีฬาเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาคนในมีระเบียบวินัย และมีจิตใจและร่างกายที่แข่งแรงสมบูรณ์ ซึ่งในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้นั้นถึงแม้ว่าจะไม่ได้เหรียญทองกลับมา แต่ยังไงก็ตามนักกีฬาได้ทำหน้าที่ของตนเองดีที่สุดแล้วและที่สำคัญในเรื่องของน้ำใจนักกีฬาก็เป็นสิ่งสำคัญเพียงเท่านี้ก็ถือว่าชนะใจแฟนมวยชาวไทยมากอยู่แล้วนั่นเอง โดยที่นักกีฬาทุกคนไม่เพียงแต่ แต้ว สุดาพรเท่านั้น ที่ต้องแบ่งเวลาเข้ามาฝึกซ็อมอย่างหนักเพื่อที่จะได้เข้าไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ซึ่งมันไม่ง่ายเลย เพราะต้องทำการฝึกซ้อมอย่างหนัก เพราะนักกีฬาเชื่อว่าทุกคนไม่ได้เก่งเสมอไป ถ้าอ่อนซ้อมเราก็จะไม่สามารถเข้าไปสู้กับนักกีฬาที่ซ้อมเยอะๆไม่ได้นั่นเอง แต่ถึงอย่างไรก็ตามใจโตเกียวโอลิมปิกครั้งนี้จะพลาดเหรียญทองกลับมาประเทศวไทยไม่ได้นั้นแต่ แต้วพรสุดา สีแสนดี จะตั้งใจทำการฝึกซ้อมและพร้อมลุยต่อใน การแข่งขันโอลิมปิกปี 2024 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศษต่อไปอย่างแน่นอน

เหรียญรางวัลร่วมกับการแข่งขันกระโดดเสียงในโอลิมปิกเกมส์

คว้าเหรียญทองร่วมกัน

จากเหตุการณ์ของกีฬาโอลิมปิกที่เกิดขึ้นนั้นในเรื่องของการแข่งขันกระโดดสูงที่เป็นเหตุการณ์ที่บอกได้เลยว่า เราจะไม่ค่อยได้เหฌนบ่อยมากนักในการแขข่งขันกีฬาโอลิมปิก แต่ล้วนแล้วเกิดขึ้นจริงนั่นเองโดย นักกีฬากระโดดไกลจากประเทศอิตาลี และ นักกีฬากระโดดสูงจากกาต้าร์ ที่เขาทั้งสองคนนั้นคว้าเหรียญทองร่วมกันจากการกระโดดสูงในการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ซึ่งต่างก็มีผู้คนมากมายสงสัยในเรื่องของการแข่งขันและการรับเหรียญรางวัลร่วมกัน ที่ถูกแฟนกีฬาถกถามอย่างมากมายเพราะในการแข่งขันโอลิมปิกนั้น เหรียญทองจะถูกกำหนดจากกีฬาของการแข่งขันโดยที่นับจากการกีฬาที่มีการแข่งขันว่ามีกี่ชนิดกีฬาและจัดไปถึงลำดับผู้ที่แข่งขัน ชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 และรองชนะเลิศอันดับ 2 นั่นเอง ซึ่งการที่ได้รับเหรียญทอง 2 คนใน 1 การแข่งขันกีฬานั้นผู้จักนำเหรียญทองมาจากไหนและทำได้อย่างไรวันนี้เรามาไขข้อสงสัยกันเสียหน่อย

ไขข้อสงสัยในเรื่องของคว้าแชมป์ร่วมกระโดดสูงโตเกียวโอลิมปิก

นักกีฬาทีมชาติอิตาลี

ซึ่งสาเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นั้นเป็นเรื่องง่ายๆที่ไม่ซับซ้อนเพียงแค่เป็นเรื่องราวของนักกีฬาที่มีสถิติเท่ากันนั่นเอง เพราะการที่นักกีฬาแข่งขันกระโดดสูงนั้น ที่มีแชมป์เป็นนักกีฬาทั้งสองชาติ จาก อิตาลี และ กาตาร์ นั้นในการจัดการของผู้จัดการแข่งขันนั้นผู้จัดได้บอกถึงกฎรายละเอียดสากลของการแข่งขัน และตัวนักกีฬาเองนั้นก็ต้องทราบถึงกฎต่างๆดีอยู่แล้ว โดยแบ่งทางเลือกให้ทั้งหมด 2 ทางเลือก คือแข่งต่อแบบ JUMP-OFF คือมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งข้ามได้แต่อีกฝ่ายข้ามไม่ได้ ฝ่ายที่ข้ามไม่ได้จะได้รับเพียงเหรียญเงินไปครอง และอีกทางเลือกหนึ่งคือการจบการแข่งขันเพียงเท่านี้ แต่คว้าเหรียญร่วมกันได้เลย ซึ่งนักกีฬาทั้งสองชาตินั้นเลือกที่จะไม่แข่งต่อ เพราะจากความสนิทสนมของการเป็นนักกีฬากระโดดสูงร่วมกันอยู่แล้วนั้น เลยทำให้ทั้งสองคนยอมที่จะ คว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2020 ร่วมกัน นั่นเองเพราะถึงยังไงมิตรภาพและน้ำใจนักกีฬาก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการใช้ชีวิวอยู่แล้วแน่นอนซึ่งในการคว้าเหรียญทองร่วมกันในครั้งนี้นั้นไม่ได้มีทุกการแข่งขันกีฬา เพราะบางกีฬานั้นไม่อนุญาตให้มีการคว้าเหรียญรางวัลร่วม เช่นการแข่งขันกีฬากอล์ฟ หรือแม้แต่กระโดดสูงประเภทเดียวกัน ต่สถิติต่างกันก็ไม่สามารถคว้าเหรียญร่วมกันได้นั่นเอง ทุกๆอย่างถูกพิจารณาโดยคณะกรรมการการจัดการกีฬาโอลิมปิก นั่นเอง

นักกีฬาทีมชาติกาตาร์

ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการตัดสินของคณะกรรมการการจัดการแข่งขันถือว่าเป็นที่สิ้นสุดแล้วนั้น ทั้งสองทีมชาติจึงได้ครองเหรียญทองโอลิมปิกในปี 2020 ร่วมกันโดยที่คนยังสงสัยว่าแล้วเหรียญทองอีกเหรียญหนึ่งมาจากที่ใดซึ่งการจักการแข่งขันจะทำเหรียญสำรองเพื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอยู่แล้วแล้วแต่ละประเภทกีฬาทำให้ถ้าเกิดเหตุเช่นนี้ก็จะนำเหรียญสำรองมาให้กับนักกีฬานั่นเอง

นักเทควันโดเหรียญทองโอลิมปิกกลับมากราบโค๊ชคนแรก

กลับมากราบโค๊ชคนแรกของเทนนิส พาณิภัค

นักเทควันโดหยิงของไทยที่ไปคว้าเหรียญโอลิมปิกในประเทศญี่ปุ่นนั้น ยังไม่ลืมถึงจุดยืนที่เธอประสลความสำเร็จมา โดยที่เขานั้นนำเหรียญทองที่เขาได้รับกลับมากราบครูผู้ฝึกสอนเทควันโดคนแรกในสมัยเด็กและเป็นครูคนแรกที่ทำให้ เทนนิส พาณิภัค รู้จักกับกีฬาเทควันโด นั่นเอง ซึ่งถึงแม้ว่าเทนนิสจะมี โค๊ชที่ฝึกสอนในปัจจุบันคือโค๊ชเช ที่ทุกคนได้ยินชื่อเสียมาอย่างลือลั่น โค๊ชหนุ่มชาวเกาหลีที่เป็นเจ้าแห่งกีฬาเทควันโด ซึ่งเขาเองก็สร้างชื่อเสียงให้กับนักกีฬาไทยมาแล้วหลายคน ถึงอย่างไรก็ตาม นักเทควันโดหญิงทีมชาติไทยอย่าง เทนนิส พาณิภัค ก็ยังไม่ลืมถึงเรื่องราวการเกิดมาเป็นเทนนิสในวันนี้ โดยที่เขานั้นเข้าไปที่โรงเรียนฝึกสอนเทควันโดหัวหินเทควันโด ของนายทรงศักดิ์ ทิพย์นาง หรือ โค๊ช ทรงศักดิ์ ที่เป็นครูสอนเทควันโดคนแรกของเทนนิสตั้งแต่สมัยเด็กๆนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันนั้น เปิดสอนเทควันโดอยุ่ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคิรีขันธ์

ความสุขและภาคภูมิใจของเทนนิส พาณิภัค

เทนนิส พาณิภัค

เมื่อเทนนิส พาณิภัค ได้พบกับโค๊ชทรงศักดิ์ ก็ได้นำดอกไม้มากราบของคุณที่สอนเทควันโดให้กับเขา โดยที่ตอนนั้นเป็นคนที่ไม่รู้จักเลยว่ากีฬาเทควันโดเป็นยังไง แต่ด้วยความที่พี่ชายเป็นนักกีฬาเลยอยากเป็นแบบพี่ชาย และได้โค๊ชทรงศักดิ์ เป็นครูฝึกสอนให้แก่เทนนิสในตอนนั้น และยังคงผลักดัน เทนนิสเข้าสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย โดยเป็นการแข่งขันชุดเยาวชน ในปี 2554 จนเทนนิสประสบความสำเร็จได้เข้ามาเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยชุดใหญ่และสามารถความเหรียญทองใน การแข่งขันกีฬาเทควันโดโตเกียวโอลิมปิก 2020 ให้กับเขาและประเทศไทยได้สำเร็จ  โดยที่เทนนิสต่างเจอหน้าโค๊ชทรงศักดิ์ก็ได้สวมกอดกันด้วยความดีใจ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานหลายปีมากๆซึ่งก็เป็นการสร้างความประทับใจให้กับนักเรียนที่กำลังเรียนและ ผู้คนรอบข้างที่กำลังรอชื่นชมน้องเทนนิสนั่นเอง ซึ่งเทนนิสได้กล่าวว่า หลังกลับถึงประเทศไทย เคลียร์งานเดินสายขอบคุณผู้ใหญ่ต่างๆจนเสร็จ ก็ตั้งใจที่จะมาหาโค๊ชทรงศักดิ์ตามที่สัญญา อยากมาขอบคุณโค๊ชที่เป็นผู้ฝึกสอบตนมาตั้งแต่แรกเริ่มและเป็นครูที่เชื่อมั่นในลูกศิษย์คนนี้มากๆ ว่าเทนนิสต้องทำได้และให้กำลังใจผลักดันสู้กันมาตลอดจนกระทั่งในวันนี้ ได้ประสบความสำเร็จ เทนนิส จึงอยากเข้ามาขอบพระคุณและนำเหรียญทองโอลิมปิก มาให้โค๊ชได้ชื่นชมนั่นเอง

ความสำเร็จของ เทนนิส ภาณิภัค

ละในตอนนี้เทนนิส พาณิภัค ได้ทำตามความสำเร็จของทุกๆความสำเร็จได้แล้วด้วยการ คว้าเหรียญทอง กีฬาโอลิมปิก และยังได้ทำให้ความฝันของโค๊ชทรงศักดิ์สำเร็จด้วยกัน เนื่องด้วยการที่เห็นลูกศิษย์ที่ตนเองสอนสั่งเติบโตและคว้าชัยในการแข่งขันกีฬาที่นักกีฬาหลายคนตั้งใจนั้นก็ถือว่า โค๊ชเองก็ประสบความสำเร็จแล้วด้วยเช่นกัน และโค๊ชก็ได้ขอบคุณน้องเทนนิส ที่สร้างความสุขให้กับคนไทย และวงการของกีฬาเทควันโด รวมถึงคนไทยทุกคนที่ยิ้มรับและชื่นชมเทนนิส ที่ทุกคนกำลังเคร่งเครียดกับเรื่องของ โรคระบาด โควิด 19 แต่เทนนิสสามารถทำให้ประชาชนคนไทยยิ้มและมีความสุขกับความสำเร็จของ เทนนิสเองได้ มันทำให้คนไทยมีหัวใจที่พองโตขึ้นมาได้ระดับหนึ่งนั่นเอง

เหตการณ์หน้าประทับใจของการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิก

โอลิมปิก2020
โอลิมปิก 2020

จากการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกที่พึ่งจบไปนั้นแต่ยังคงกลิ่นไอของการเป็นนักกีฬามืออาชีพอยู่อีกมาก โดยที่การแข่งขันโอลิมปิกในครั้งนี้ทีเรื่องราวที่หน้าประทับในอยู่มากมาย โดยที่ เจ้าภาพโอลิมปิกในปี 2020 ต่างก็สร้างความประทับใจให้กับนักกีฬาทุกชาติที่เข้าร่วมแข่งขัน หรือแม้แต่นักกีฬาด้วยกันเองที่สร้างความประทับใจให้นักกีฬาด้วยกันเอง หรือเพียงแค่ว่า สร้างความประทับใจให้กับแฟนๆหรือผู้ชมถ่ายทอดสดในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกนั่นเอง ซึ่งเราเคยเกิ่นในเรื่องของคาวมประทับใจหลายๆอย่างไปแล้วก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเหตุการณ์ผู้เข่งขันอายุน้องคว้าเหรีญทองจาก การแข่งขันสเก็ตโดยที่มีอายุเพียง 13 ปี คว้าเหรียญทอง ของการแข่งขันสเก็ตบอร์ดโดยได้สมยานามว่าเป็นนักกีฬาที่คว้าเหรียญทองที่มีอายุน้อยที่สุดในโตเกียวโอลิมปิกนั่นเอง และยังจะมีการแข่งขันท่าทางในกีฬาบีเอ็มเอ็กซ์ ที่คว้าเหรียญทองด้วยท่า 360 องศา ได้คะแนนจากกรรมการไป 97.5 คะแนน ถือว่าเป็นนักกีฬาเอ็กสตรีมที่เก่งมากๆเลยทีเดียว และยังมีเหตุการณ์ที่หน้าประทับใจนอกเหนือจากที่ยกตัวอย่างอีกมาย อยากทราบหรือไม่ว่ามีอะไรบ้าง

ความประทับใจของนักกีฬาผู้มีน้ำใจนักกีฬา

พยุงเข้าเส้นชัย

น้ำใจนักกีฬา ของการแข่งขันกีฬาคงต้องมีกันอยู่แล้ว 100% แต่การแข่งขันวิ่งแทบจะสนามการแข่งขันวิ่งจะเป็นการแข่งขันที่ ต้องเอาตัวรอดต้องการความเร็วและต้องชนะ ซึ่งทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วในเรื่องนี้ แต่ว่านักกีฬาจากสหรัฐอเมริกา และนักกีฬาจากบอสสวานา เป็นนักวิ่งที่ล้มระหว่างการแข่งขัน แต่ทั้งสองคนไม่โทษกันเพราะการเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ และทั้งสองคนยังคงพยุงกันขึ้นมาและวิ่งเข้าเส้นชัยไปด้วยกัน โยที่พวกเขาวิ่งเข้าเส้นชัยหลังผู้ที่ชนะเพียงแค่ 54 วินาที แต่พวกเขากล่าวว่าไม่เป็นไร ทุกอย่างผิดพลาดกันได้ แต่ความสัมพันธุ์และน้ำใจนักกีฬาในสนามนั้นสำคัญเสมอ

ยกน้ำหนักฟิลิปินส์และเหรียญทองเหรียญแรกของพวกเขา

คว้าเหรียญทองแรกให้กับฟิลิปินส์

นักกีฬายกน้ำหนักหญิงประเทศฟิลิปินส์ สร้างประวัติศาสตร์ในการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันโอลิมปิกด้วยการเอาชนะการแข่งขันยกน้ำหนักรุ่น 55 กิโลกรัม และสามารถคว้าเหรียญทองให้กับประเทศฟิลิปินส์ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งการฝึกซ้อมของนักกีฬายกน้ำหนักหญิงท่านนี้เขาไม่ได้พักและฝึกซ้อมอยู่ที่ประเทศฟิลิปินส์เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด19 ทำให้ต้องเข้ามาฝึกซ้อมที่ประเทศมาเลเซีย และไม่ได้กลับไปที่ประเทศฟิลิปินส์ตั้งแต่ ปี 2019 ซึ่งการอดเจอครอบครัวของเขาก็เป็นผลลัพธ์ที่ดีให้แก่ตัวเขาเพราะเขาสามารถคว้าเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกไปฝากครอบครัวและชามฟิลิปินส์ได้อย่างมั่นในนั่นเอง

นักกระโดดน้ำชาวอังกฤษฝึกสมาธิโดยการถักไหมพรม

นักกีฬากระโดดน้ำถักไหมพรม

ทอม เดลีย์   นักกระโดดน้ำชาวอังกฤษ ซึ่งเขาชนะการแข่งขันกระโดดน้ำและสามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้ในครั้งนี้ โดยที่เขานั่งฝึกสมาธิและมีความสุขโดยการนั่งถักไหมพรม ซึ่งเป็นการฝึกสมาธิและลดการตื่นเต้นลงได้ โดยที่เขาจะนำไหมพรมที่ถักอยู่นั้นไปเป็นเสื้อให้กับสุนัขของเขานั่นเอง

นักกีฬายิมนัสติก เผย สุขภาพจิตต้องมาก่อน

นักกีฬายิมนาสติกประกาศไม่แข่งขันต่อ

ชิโมน ไบล์ส ประกาศกับการแข่งขันยิมนัสติกว่าเธอจะไม่ทำการแข่งขันยิมนาสติกในครั้งนี้เพราะเธอให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตมากกว่าสิ่งอื่นใดนั่นเอง ซึ่งเป็นเพราะว่าเขานั้นกลัวที่จะไม่สนุกกับการแข่งขันกีฬาและไม่ประสบความสำเร็จตามที่เขาต้องการซึ่งเขาเองก็ร่วมแสดงความยินดีกับโค๊ชทีมชาติรัสเซียที่ได้คว้าเหรียญทองในการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งในการประกาศครั้งนี้นั้นเขาให้สัมภาษว่าไม่ได้ปิดกั้นที่จะลงแข่งอีกครั้งในปี 2024 ที่ปารีส แต่ขอกลับไปพักระยะหนึ่งก่อนเพราะระดับสุขภาพจิตของเขานั้นโดนกดดันรอบด้านนั่นเอง

มีเรื่องร้ายก็ต้องมีเรื่องดีเป็นเรื่องธรรมดา

นักกีฬาฟันดาบถูกแฟนหนุ่มขอแต่งงาน

มาเรีย เบเลน เปเรซ นักกีฬาฟันดาบจากทีมชาติอเจนตินา ที่แพ้การแข่งขันฟันดาบให้กับคู่แข่งอย่าง แอนนา มาร์ตัน จากฮังการี แต่เชื่อหรือไม่เธอไม่ได้กลับบ้านมือเปล่า เพราะว่าเธอถูกหมั้นหมายและเซอร์ไพร์สของแต่งงานกับแฟนหนุ่มของเธอในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ด้วย ซึ่งเป็นระหว่างการให้สัมภาษณ์หลังจากการแข่งขันโดนที่ คนรักของเธอได้ชูป้ายกระดาษ ขอแต่งงานอย่างเซอร์ไพร์ส และคนรักของเธอนั้นก็คือผู้ฝึกสอนฟันดาบของเธอนั่นเอง

และทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวและเหตุการณ์อันหน้าประทับใจของนักกีฬาในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการแข่งขันที่มีเหตุการณ์ที่หน้าประทับใจเล็กๆน้อยๆ พอเป็นไวรัลที่น่ารักของทีมงานเจ้าภาพ ถึงแม้ว่าการแข่งขันโอลิมปิกจะจบลงอย่างสวยงามแล้วก็ตาม อต่เหตุการณ์ที่แสนประทับใจของนักกีฬาและเจ้าภาพจะถูกพูดถึงไปตลอดตั้งแต่เกิดขึ้นจนดำเนินไปเรื่อยๆนั่นเอง

สุดแสนประทับใจโตเกียวโอลิมปิกในช่วงโควิด 19 ระบาด

โตเกียวโอลิมปิก2020

ตเกียวโอลิมปิก ที่พึ่งจบลงไปนั้นเป็นการแข่งขันกีฬาที่บอกได้เลยว่าไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนและอาจจะเป็นโอลิมปิกครั้งแรกในโลกที่แทบจะไม่มีผู้ชมในสนามทั้งพิธีเปิดและพิธีปิดการแข่งขัน แถมการแข่งขันกีฬาแต่ละชนิดยังต้องจำกัดให้เพียงนักกีฬาและพี่เลี้ยงได้เพียง 1 คนเท่านั้น เนื่องด้วยโรคระบาดที่ระบาดหนักอยู่ทั่วโลกในตอนนี้ทำให้การจัด การแข่งขันโตเกียวโอลิมปิก ที่ผ่านมาต้องถูกเลื่อนออกมายาวนานถึง 1 ปี และสามารถจัดขึ้นได้ก็ต้องเคร่งครัดในเรื่องของการแข่งขันต่างๆ และยังเคร่งครัดเรื่องการฉีดวัคซีนของนักกีฬาทุกคน และเคร่งครัดในเรื่องของการกินอยู่ในหมู่บ้านนักกีฬา ที่นักกีฬาทุกคนต้องปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดและห้ามขาดตกบกพร่อง เพราะข้อเสียของการติดเชื้อของโควิด 19 จะส่งผลให้นักกีฬาไม่สามารถที่จะแข่งขันต่อไปโดนตัดสิทธิแพ้ไปทันที แต่ตลอดการแข่งขันโอลิมปิก ณ กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นนั้น มีเหตุการณ์ที่หน้าประทับใจหลายอย่างที่ทำให้นักกีฬาโอลิมปิกที่เข้าแข่งขันในครั้งนี้เกิดความประทับใจในการจัดการแข่งขันของประเทศเจ้าภาพและอยู่ในช่วงโควิด 19 นั่นเอง

ความสำเร็จของนักกีฬาที่อายุน้อย

เชื่อหรือไม่ว่าเด็กอายุเพียง 13 ปีในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เธอสามารถชนะการแข่งขันและคว้าเหรีญทองในการแข่งขันสเก็ตบอร์ด บอกได้เลยว่าเป็นนักกีฬาเหรียญทองใหม่ที่พึ่งถูกบรรจุลงในกีฬาโตเกียวโอลิมปิกและยังเป็นนักกีฬาที่คว้าเหรียญทองที่อายุน้อยที่สุดในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเลยด้วย และคนที่ 2 เป็นนักกีฬาชาวบราซิล ที่อายุเพียง 13 ปีแต่คว้าเหรียญเงินให้กับประเทศบราซิล และเป็นผู้ที่ได้คว้าเหรียญที่อายุน้อยที่สุดของประเทศบราชิลเช่นเดียวกัน และนักกีฬาจากสหณรัฐประชาชนจีน อายุเพียง 14 ปี ที่ทำคะแนนเต็มของกระโดดน้ำ ในประเภทแพลตฟอร์ม 10 เมตร และได้เหรีญทองไปครองในที่สุด

จักยานคันเล็กลูกเล่นเพียบ

การแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิกมีกีฬาเอ็กซ์ตรีมมากมาย โดยรายการการแข่งขันจักยาน BMX ฟรีสไตล์ ก็เป็น 1 ในการแข่งขันใหม่ในครั้งนี้ และเป็นการแข่งขันกีฬายอดนิยมที่บอกได้เลยว่าสามารถดึงดูดผู้ชมเข้ามาดูได้ในลานการแข่งขันกว้างๆได้มากมายหลายหมื่นคน ถึงแม้ว่าจะมีกฎในการห้ามเข้าชมอยู่นั้นแต่ด้วยการแข่งขันที่เป็นลานกว้างาก็ยังพอที่จะอลุ่มอล่วยกันได้นิดหน่อย โยที่นักกีฬา ทีมจากเกรตบริเตน ที่ทำการแข่งขันด้วยหน้าตาที่ดึงดูดผู้ชมเข้ามาชมแล้ว ยังมีลูกเล่นที่เหนือธรรมชิอย่างมากโดยที่ เขาสามารถหมุนตีลังกา 360 องศา และท่าจบที่สวยงามและ คว้าเหรียญทองโอลิมปิกในการแข่งงขันจักยานบีเอ็มเอ็กซ์ ได้สำเร็จในครั้งนี้เป็นท่าที่โดดเด่นและหวาดเสียวทีสุดแต่นักกีฬาชาวเกรตบริเตน ก็ได้คะแนจากกรรมการไปได้ถึง 97.5 คะแนนนั่นเอง

ครองเหรียญร่วมกันอย่างภาคภูมิใจ

นักกีฬากระโดดสูง รอบชิงชนะเลิศที่จบลงด้วยการครองเหรียญร่วมกันกับคู่แข่ง โดยที่การแข่งขันกระโดดสูงที่เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศนั้น แข่งขันกันมายาวนานมากๆ และนักกีฬา 2 ท่านที่เป็นคู่แข่งกันไม่มีใครที่จะเอาชนะกันได้เลย โดยที่ทำสถิติสูงสุดอยู่ที่ 2.37 เมตร แต่นักกีฬาทั้งสองมีโอกาสแข่งขันต่อเพื่อหาผู้ชนะแต่เขาเลือกที่จะ ครองเหรียญทองร่วมกันเพราะว่าอาจจะเป็นการบาดเจ็บระยะยาว หรือไม่ก็มีคนใดคนนึงบาดเจ็บ ทำให้เขาขอคุยกับกรรมการการแข่งขันว่าสามารถครองเหรียญร่วมกันได้หรือไม่ ซึ่งกรรมการตอบตกลงจึงเป็นครั้งแรกในโลกที่นักกีฬาครองเหรียญทองร่วมกันนั่นเอง

ซึ่งเรื่องราวที่หน้าประทับใจของ การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ยังมีเรื่องราวที่หน้าประทับใจอยู่อีกมากมายนี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆน้อยๆที่แอดมินยกมาเพื่อสร้างความประทับใจเล็กๆน้อยๆเก็บไว้ให้ทุกท่านได้อมยิ้มไปกับการอ่าน และยังลดความเครียดกับการระบาดหนักของโรคระบาด โควิด 19 ในครั้งนี้ได้แน่นอน

บีบอยถูกบรรจุในปารีสโอลิมปิก 2024

เบรกแดนซิ่ง

คณะกรรมการ ฝ่ายจัดการแข่งขันโอลิมปิกในปี 2024 หรือเรียกว่าปารีสโอลิมปิก ที่เจ้าภาพคือตัวแทนจากประเทศฝรั่งเศส ได้ให้การคัดเลือกกีฬาใหม่บรรจุลงในปารีสโอลิมปิก ชึ่งมีชื่อว่า เบรกแดนซิ่ง ซึ่งชาวไทยรู้จักกันดีในชื่อที่เรียกว่าการเต้นบีบอย หรือ บีเกิร์ลส์ ซึ่งในประเทศฝรั่งเศสเป็นกีฬาที่ยอดฮิตมากที่สุดเลยก็ว่าได้ และทำให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันยอมที่จะยินดีนำกีฬาเบรกแดนซึ่งเข้าสู่กีฬาแห่งชาติอย่างเป็นทางการ ซึ่งอย่างที่กล่าวไปนั้นว่า กีฬาเบรกแดนซิ่งเป็นกีฬาที่ยอดนิยมในประเทศฝรั่งเศษ เป็นอย่างมาก จะเป็นการเต้นที่ต่อสู้กันโดยโชว์ความสามารถในการยกตัว ใช้มือ ใช้เท้าในการแข่งขัน พร้อมเพลงประกอบที่สุดมันส์ ทำให้ฮิตในหมู่วัยรุ่น ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน เป็นยุคสตรีทที่ฮิตเต้นบีบอยโชว์ความสามารถให้ผู้ที่เข้ามาดูได้รู้ถึงความสามารถของผู้เต้นนั่นเอง ซึ่งในปี 2024 จะเป็นแห่งแรกในโลกที่มีการ จัดการแข่งขันเบรกแดนซิ่งในกีฬาโอลิมปิก เพราะเชื่อเลยว่ามีผู้สนใจมากกว่า 1 ล้านคนในประเทศฝรั่งเศสที่ชื่นชอบและให้ความสนใจกับกีฬาชนิดนี้นั่นเอง

แข่งขัน Breaking

กีฬาแบรกแดนซิ่งปารีสโอลิมปิก

ซึ่งการแข่งขันเบรกแดนซิ่งจะจัดถึงอย่างเป็นทางการในปี 2024 ในกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศสภายใต้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพโดยที่การแข่งขันนั้นจะถูกแบ่งเป็นการแข่งขันประเภท บีบอย และ บีเกิร์ลส์ โดยที่การตัดสินและการแข่งขันนั้นจะให้ทั้ง 16 บีบอย และ 16 บีเกิร์ลส์ ออกมาประชัดการเต้นที่ทรงพลังของพวกเขาและเป็นการเต้นที่สร้างสรรค์ โดยจะมีท่าบังคับที่คณะกรรมการบังคับอยู่ในการเต้นนั้นๆ เช่น Windmills the 6 – Step สุดท้ายคือ Freezes ซึ่งเป็นท่าที่คณะกรรมการผู้ให้คะแนนเป็นผู้ตัดสินนั่นเอง ซึ่งผู้จัดได้เลือกสถานที่จัดการแข่งขัน เบรกแดนซิ่ง ในโอลิมปิก2024 โดยใช้ลาน La Concorde ซึ่งเป็นลานจัตุรัสกลางกรุงปารีส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนผ่านของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งจะจัดฉากในการแข่งขันในวันจริงที่สวยงามและอลังการมากๆอย่างแน่นอน พร้อมแสดงความยิ่งใหญ่ให้กับกีฬาเบรกแดนซิ่ง เพราะเป็นประวัติศาสตร์ของกรุงปารีสในปี 2024 ที่มีการจัดการแข่งขันการเต้นบีบอยและบีเกิร์ลส์ครั้งแรกในกรุงปารีสนั่นเอง ซึ่งถือได้ว่าในประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ชื่นชอบกีฬานี้โดยตรงอยู่แล้วทำให้เกิดความสนใจกับชาวฝรั่งเศสทั่วทั้งประเทศอย่างแน่นอนซึ่งการแข่งขันกีฬาชนิดนี้ ประเทศไทยก็เคยไปสร้างชื่อเสียงให้กับชาวต่างชาติได้รู้จักกับเบรกแดนซิ่งประเทศไทยเช่นเดียวกัน

การแข่งขันบีบอย

ซึ่งในปี 2024 ใน การจัดการแข่งขันกีฬาเบรกแดนซิ่ง นั้นชาวไทยคนหนึ่งก็อยากใฝ่ฝันให้มีบีบอยและบีเกิร์ลส์ในการแข่งขันในกีฬาชนิดนี้ด้วยเพราะยังมีเวลาในการซ้อมและการคัดเลือกตัวแทนของการแข่งขันอีกหลายปี ซึ่งเชื่อว่าการแข่งขันกีฬาชนิดนี้จะมีชื่อผู้ร่วมเข้าการแข่งขัน ปารีสโอลิมปิก 2024 ในชื่อไทยแลนด์อย่างแน่นอน เพราะประเทศไทยก็คงยังไม่แพ้ชาติใด แถมการเต้นเบรกแดนซิ่งยังเป็นกีฬาที่ถูกบรรจุใหม่ คงยังไม่มีการแข่งขันที่เข้มงวดมากๆ อย่างแน่นอน แหละชาวไทยอย่างเราคงมีความหวังว่าจะได้ชิงเหรีญทองของกีฬาชนิดนี้กลับมาประเทศไทยอย่างสวยงามนั่นเอง

5 ใน 10 สิ่งที่ควรรู้ในโตเกียวโอลิมปิก

โตเกียวโอลิมปิก 2020
เหรียญจากขยะรีไซด์เคิล

หลังจากเมื่อวานนี้ได้เกิ่นถึงเรื่องราวของ 10 สิ่งที่ควรรู้ในการแข่งขันโอลิมปิก ไปแล้วนั้น ก็มีสิ่งที่ควรรู้หลายสิ่งที่เราที่เป็นแฟนคลับของโอลิมปิกหรือเป็นแฟนคลับของนักกีฬาทีมชาติไทย หรือแม้แต่เจ้าภาพอย่างประเทศญี่ปุ่นที่เป็นประเทศที่ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งญี่ปุ่นเองก็เป็นประเทศที่ถือว่าได้รับหน้าที่เป็นประเทศเจ้าภาพที่หน้าประทับใจมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะถึงแม้ว่าเขานั้นจะขาดรายได้ของการขายตั๋วเข้าชม เพราะด้วยสถานการณ์โควิดที่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน ทำให้การจัดการแข่งขันโอลิมปิกปี 2020 ไม่สามารถมีผู้เข้าชมได้มีเพียงแต่นักกีฬาและตัวแทนของทีมชาติและโค๊ชเท่านั้นที่จะสามารถเข้าอยู่ในสนามในกีฬานั้นๆได้ แต่ในพิธีเปิด ถึงแม้ว่าบนอัฒจันทร์จะไม่มีผู้นั่งดูการแสดงพิธีเปิดเลยก็ตามแต่ความประทับใจของประเทศญี่ปุ่นนั้น เขานำหมีมาวางเป็นสัญลักษณ์แทนคนและเว้นระยะห่าง ตามมาตรการขององการอนามัยโลกอย่างเคร่งครัดนั่นเอง และต่อมาเป็น 5 สิ่ง ที่เหลือใน 10 สิ่งที่ควรรู้ในโตเกียวโอลิมปิก 2020

6. จำนวนผู้ร่วมการแข่งขันและผู้ชม ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ โรคระบาดโควิด 19 ที่ทำให้การแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกได้เลื่อน ออกไปถึง 1 ปี และด้วยมาตรการของประเทศญี่ปุ่นในการแข่งขันโอลิมปิกนั้น จึงจะไม่มีผู้ชมในสนามและให้มีเพียงผู้แข่งขัน เจ้าหน้าที่ในสนามการแข่งขันเพียง 1 คน เพื่อเว้นและรักษาระยะห่าง และเพื่อควบคุมและป้องกันโรคระบาดนั่นเอง

7. ผู้เข้าแข่งขันที่อายุน้อยและอายุมากที่สุดในการเข้าแข่งขัน โอลิมปิก 2020 เป็นอีก1เรื่องราวที่หน้าสนใจสำหรับผู้ที่เข้ามาทำการแข่งขันที่มีอายุน้อยที่สุดและมีอายุมากที่สุด  ซึ่งนักกีฬาที่อายุน้อยที่สุดมาจากประเทศซีเรีย ที่มีอายุเพียง 11 ปี ซึ่งเขามาแข่งขันกีฬาเทนนิส ส่วนผู้เล่นที่มีอายุมากที่สุด มาแข่งขันกีฬาเทเบิ้ลเทนนิส จากประเทศจีน ซึ่งมีอายุ 57 ปี นั่นเอง ถือว่าเป็นผู้แข่งขันที่มีอายุน้อยร้อยความสามารถและอายุมากแต่ไม่ยอมแก่กันเลยที่เดียว

8. เหรียญโอลิมปิกที่ผลิตมาจากขยะรีไซเคิล เรื่องของเหรียญโอลิมปิกที่มีคนต่างก็พูดถึงกันทั่วโลก เพราะเหรียญรางวัลของงานโตเกียวโอลิมปิกนั้น ทำจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเช่นพวกเศษจากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือนั่นเอง โดยมาจากที่คนในประเทศญี่ปุ่นบริจาคให้นั่นเอง ทำให้เหรียญรางวัลของโตเกียวโอลิมปิก นั้นเป็นเหรียญที่อยู่ภายใต้คอนเซ็ปรักษ์โลก ซึ่งเหรียญรางวัลทั้งหมดนี้จัดทำขึ้นถึง 2500 เหรียญ ออกแบบโดยนักออกแบบชาวญี่ปุ่นและด้านหลังของเหรียญเป็นรูปของเทพีแห่งชัยชนะ และการบรรจุใส่กล่องเพื่อเป็นกล่องเก็บเหรีญรางวัลนั่นเอง

9. มาสคอสในการแข่งขัน ซึ่งการแข่งขันโอลิมปิกทุกฤดูกาลจะต้องมีมาสคอสประจำทุกการแข่งขัน ซึ่งในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน มาสคอสของโตเกียวโอลิมปิกเกิดขึ้นเพราะการโหวตของนักเรียนระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนญี่ปุ่นโดยที่ใช้มาสคอสในการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกในครั้งนี้มีชื่อว่า มิระโทวะ ที่แปลว่า อนาคตที่สดใสชั่วนิรันดร์ ซึ่งมาสคอสตัวนี้จะทำให้ผู้ที่เข้าแข่งขันทุกคนเต็มไปด้วยความหวังแห่งอนาคต

10. นักกีฬาไทยที่เข้าร่วมการแข่งขัน ทัพนักกีฬาไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันมีทั้งหมด 42 คน และมี 14 กีฬา ซึ่งทั้งหมดของการแข่งขั้นนั้น มีคนไทยที่ได้เหรียญทองจากการแข่งขันแล้ว 1 คน นั่นกะคือ น้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโด อันดับ 1 ในรุ่นน้ำหนัก 49 กิโลกรัม และเหรียญทองแดงคือน้องแต้ว สุดาพร นักชกมวยสากลสมัครเล่น ที่ได้เหรีญทองแดงกลับมาประเทศไทย โดยที่ประเทศไทยได้เหรียญในการแข่งขันทั้งหมด 2 เหรียญ จากทั้งสองกีฬานี้

และนี่เป็น 10 สิ่งที่ควรรู้ในการแข่งขันโอลิมปิก 2020 เนื่องด้วยสถานการณ์ต่างๆรอบโลกทำให้การเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวต้องทันและสมดุลกันมากที่สุดดังนั้นเจ้าภาพก็ได้เรื่องราวได้อย่างเสียอย่างกันไปตามความเหมาะสมนั่นเอง ถึงอย่างไรก็ตามโตเกียวโอลิมปิกได้จบลงไปแล้ว แต่ภาพความประทับใจของทัพนักกีฬาต่อเจ้าภาพก็ถือว่ายังคงตราตรึงในหัวใจอยู่เสมออย่างแน่นอน

10 สิ่งที่ควรรู้ในเรื่องของโอลิมปิก 2020

โตเกียวโอลิมปิก 2020
พิธีเปิดโอลิมปิก2020

กิจกรรมต่างๆที่ทุกคนให้ความสนใจและติดตามมากที่สุดคงหนีไม่พ้นกีฬาโอลิมปิก ซึ่งการจัดงานโอลิมปิกนั้น จะจัดขึ้น 4 ปีครั้งหนึ่ง และทุกคนทั่วโลกต่างก็รอลุ้นถึงเรื่องของเหรียญทองโอลิมปิกที่นักกีฬาคนใดจะได้รับ และการเชียร์กีฬาที่ชื่นชอบของ ทัพนักกีฬาไทย หรือแม้แต้กีฬาที่ชื่อชอบกับนักกีฬาที่ทุกคนชื่นชอบอยู่แล้วนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับทั่วโลกที่ชอบนักกีฬาไทย ที่แฟนคลับชาวไทยที่ชื่นชอบนักกีฬาชาวต่างชาติ ซึ่งก็มีลุ้นมีหวังกันในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ ซึ่งถ้าไทยได้ลงแข่งขันก็ต้องเชียร์คนไทยได้ชิงเหรียญทองอย่างแน่นอน เพราะ เอาเหรียญกลับมาประเทศไทยและมาเป็นผลงานของทัพนักกีฬาไทย ที่สามารถคว้าเหรียญทองในโตเกียวโอลิมปิกนั่นเอง

10 สิ่งหน้าสนใจในกีฬาโอลิมปิก 2020

พิกโตแกรมโอลิมปิก2020
  1. รู้หรือไม่ว่าโตเกียวโอลิมปิกจัดขึ้นในปี 2021 แต่ขอใช้ชื่อว่า โอลิมปิก 2020 เพราะว่าจริงๆแล้วการแข่งขันโอลิมปิกจัดขึ้นเมื่อปี 2020 แต่ด้วยสถานการณ์โรคระบาดและถูกเลื่อนออกมาถึง 1 ปี จนทำให้ต้องเลื่อนมาถึงปี 2021 แต่อย่างไรก็ตามประเทศญี่ปุ่นก็ยังคงชื่อของ โตเกียวโอลิมปิก 2020 เพราะยังคงคอนเซ็ปเดิมอยู่ทำให้ใช้ชื่อ Tokyo 2020 Olympic นั่นเอง
  2. กำหนดการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ซึ่งพิธีเปิดโอลิมปิกอย่างเป็นทางการได้จัดขึ้นที่สนามกีฬาแห่งชาติกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งการแข่งขันจัดถึงวันที่ 8 สิงหาคม โดยจัดงานรวมแล้วใช้เวลาจัดการแข่งขันเพียงแค่ 17 วันเท่านั้น โดยที่การแข่งขันส่วนใหญ่จะอยู่ภายในหมู่บ้านนักกีฬาในกรุงโตเกียวเท่านั้น
  3. พิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ซึ่งมีภายใต้ชื่อการเปิดการแข่งขัน การรวมใจเป็นหนึ่งเดียวของมวลมนุษย์ชาติ ซึ่งตรงคอนเซ็ปของการแข่งขันในการรวมตัวกันของนักกีฬาและอีกหลายๆประเทศที่กำลังต่อสู้กับโรคระบาดอย่างโควิด 19 ซึ่งการเปิดงานโอลิมปิก องค์ประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน โดยที่ยึดหลักความเสมอภาค ทำให้นักกีฬาชาย-หญิง ร่วมกันถือธงชาติ หน้าขบวนพาเหรดเดินเข้าสู่สนาม อย่างสง่างาม
  4. 1ในไวรัลที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์มากที่สุดในพิธีเปิด ซึ่งทุกคนที่ได้ดูถ่ายทอดสดในพิธีเปิดโตเกียวโอลิมปิก 2020 ได้เห็นการแสดงโชว์ พิกโตแกรม หรือ สัญลักษณ์แทนตัวหนังสือ ซึ่งเป็นการแสดงในรูปแบบง่ายๆ และเข้าใจได้ง่าย เป็นสัญลักษณ์ของตัวหนังสือในการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ซึ่งแรงบันดาลใจเป็นสัญลักษณ์ที่ดูเรียบง่ายและเข้าใจง่าย
  5. กีฬาที่จัดแข่งขัน โอลิมปิกในครั้งนี้ มีการจัดการแข่งขันกีฬาทั้งหมด 33 ชนิด มีรอบการแข่งขันทั้งหมด 339 รอบ พร้อมกับมีรอบชิงถึง 41 รอบกับกีฬาทั้งหมดรวมกัน และยังมี กีฬาที่ถูกบรรจุใหม่ ถึง 6 กีฬา คือ เซิร์ฟ สเก็ตบอร์ด ปีผา คาราเต้ ซอร์ฟบอล เบสบอล ที่เป็นกีฬาที่ถูดบรรจุใหม่ในโตเกียวโอลิมปิก 2020 ในครั้งนี้อีกด้วย
การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก2020

ซึ่งทั้ง 5 รายการนี้ เป็น 5 อันดับของ 10 สิ่งที่หน้าสนใจใน โตเกียวโอลิมปิก 2020 ในครั้งนี้ และจะมีอีก 5 ลำดับในตอนต่อไปซึ่งสิบสิ่งสำคัญของโอลิมปิกเกมเป็นเพียงแค่การสังเกตจากผู้ที่ดูรายการถ่ายทอดสด ในการแข่งขันและการเชียร์กีฬาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของประเทศญี่ปุ่นที่เป็นประเทศที่ใสใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกของเขานั่นเอง และสิ่งสำคัญของการแข่งขันโอลิมปิกอีก 5 สิ่ง จะมีอะไรต่อไปนั้นเรามาติดตามกันในตอนต่อไปได้เลย

เมย์รัชนกยืนยันไม่ดราม่าชุดแข่ง

เมย์ รัชนก อินทนนท์

แบรนด์ไทยเป็นแบรนด์ที่ทุ่มเงินสนับสนุนชุดแข่งขันกีฬาให้กับทัพนักกีฬาไทย ที่ร่วมเข้าแข่งขันในกีฬาโตเกียวโอลิมปิก 2020 ซึ่งทุกๆนักกีฬาที่เป็นทีมชาติไทยนั้น จะต้องใส่ชุดการแข่งขันภายใต้แบรนของแกรนสปอร์ต และกีฬาอีก 1 กีฬาที่เป็นความหวังของชาวไทยทุกคนในการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกในปีนี้นั้น นั่นก็คือกีฬาแบตมินตัน ที่นักแบตมินตันอย่าง น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ ที่คนไทยหวังว่าจะ คว้าเหรียญทองโอลิมปิกกลับประเทศไทยอีกสัก 1 เหรียญ แต่กลับมาเป็นประเด็นในเรื่องของเสื้อผ้าการแข่งขันที่อย่างที่ทราบกันดีว่า ชุดที่น้องเมย์ใส่ในวันที่แข่งขันนั้น น้องเมย์ต้องถกแขนเสื้อตลอดเวลา และทำให้คนไทยรู้สึกว่าชุดที่นักแบตมินตันใส่ไม่ควรที่จะเป็นชุดในสไตล์แบบนี้ ควรที่จะมีความพอดีและยืดหยุ่นมากกว่านี้ จึงมีบทวิพาร์กวิจารณ์ในเรื่องของการออกแบบชุดกีฬาของแบรนไทยที่ยังคนสักภาพแบบเดิมๆ เชยๆ จนขึ้นเทรนทวิตเตอร์อันดับต้นๆของเมืองไทย

น้องเมย์ได้เปิดใจถึงประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้น ซึ่งน้องเมย์ได้กล่าวว่า ในตอนแรกใส่ชุดกีฬาของแกรนสปอร์ตปกติอยู่แล้วแต่ถึงเวลาการแข่งขันได้มีทีมงานเข้ามาเพื่อให้เปลี่ยนชุดใส่แข่งก่อนลงสนาม ซึ่งตนเองก็ไม่ได้พูดอะไรถึงเรื่องนี้เพราะว่าเปลี่ยนก็คือเปลี่ยน เพราะต้องการเน้นไปถึงเรื่องของผลงานการแข่งขันมากกว่า ที่จะมาโฟกัสถึงเรื่องชุดโดยที่ไม่คิดอะไรนั่นเอง และทางฝ่ายของนายกสมาคมกีฬาแบตมินตัน กล่าวว่า เรื่องของชุดกีฬาของน้องเมย์นั้นไม่อยากให้เข้าไปโฟกัสที่เรื่องนั้นมาก อยากให้โฟกัสที่เรื่องของผลงานของน้องเมย์ และคอยเป็นกำลังใจให้น้องมากกว่าเรื่องนี้ เพราะถึงยังไงก็ตามนั้นผลงานของน้องเมย์ก็สำคัญกว่าและเรียกความมั่นใจในการลงแข่งขันกลับมามากกว่า ที่จะมาเจาะจงโจมตีกเรื่องของชุดแข่งของน้อง ไม่ว่าผลงานของน้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ จะเป็นอย่างไรก็ตาม ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ๆในการแข่งขันโอลิมปิกเพื่อที่จะเป็นครูในการสอนให้ข้ามผ่านเข้าไปถึง โอลิมปิกในปี 2024 ได้อีกครั้ง ซึ่งตัวของเมย์เองนั้น พร้อมที่จะตั้งเป้าลุยต่อในผลงานต่อๆไป และตั้งเป้าลุยที่การแข่งขันโอลิมปิกสมัยหน้าแล้วนั้น ซึ่งเป้าหมายหลังจากนี้ที่มีทั้งรายการอื่นๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรายการอาชีพ รายการเอเชี่ยนเกมส์ แต่ทุกครั้งที่เมย์ รัชนกลงสนามแข่งขันนั้น เมย์ก็สวมวิญญาณที่เป็นนักสู้มากๆที่สุด เพื่อให้เป็นผลงานที่ดีที่สุดของเมย์นั่นเอง และเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเรื่องของการแข่งขันโอลิมปิกนั้น ก็ยังตั้งเป้าไปที่การแข่งขันโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และยังคงเป็นรายการที่สำคัญสำหรับตัวเมย์ เพราะเป็นการพิสูจน์ให้รู้ว่า เราสามารถคว้าเหรียญทองให้กับประเทศไทยและตัวเองได้สำเร็จนั่นเอง

ถึงอย่างไรก็ตามก็ขอให้แฟนคลับและแฟนแบตมินตันทุกคนโฟกัสที่ผลงานของเมย์ เพื่อเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของทุกๆคน ส่วนเรื่องอื่นก็ไม่มีอะไรที่ต้องสงสัย ว่าจะมีเรื่องราวดราม่ากันต่อไปหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามการแข่งขันทีมชาติที่แบรนทุ่มเงินมหาศาลขนาดนั้นก็อยากที่จะให้ทำเสื้อผ้าที่รัดกุมให้กับนักกีฬาแต่ละกีฬาให้มีประสิทธิภาพให้มากขึ้น และทำให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น  ซึ่งความดราม่าในเรื่องนี้ติดเทรนทวิตเตอร์อาจจะเป็นบทเรียนให้กับแบรนเสื้อผ้ากีฬาชั้นนำของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็อยากให้ทุกท่านให้กำลังใจ น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ กันเยอะๆ เพื่องเป็นแรงพลักดันให้น้องสู้ต่อไปในผลงานของน้องนั่นเอง